image
Home รถยนต์Mercedes-AMG ONE ตัวแข่ง Formula 1 ในรูปแบบโปรดักชั่นคาร์

Mercedes-AMG ONE ตัวแข่ง Formula 1 ในรูปแบบโปรดักชั่นคาร์

by Admin clubza.tv

เมื่อ 5 ปีก่อน ทางค่ายดาวสามแฉกได้เผยโฉมรถต้นแบบ Mercedes-AMG Project One ไฮเปอร์คาร์ซึ่งเป็นเสมือนเวอร์ชั่นถนนที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง Formula 1 ของค่าย แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไป จึงไม่มีใครจินตนาการว่าสิ่งนี้จะมีความเป็นไปได้จริง ณ เวลานี้ จนกระทั่งในที่สุดค่ายชั้นนำแห่ง Affalterbach ซึ่งถือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามมากที่สุดทีมหนึ่งในวงการ Formula 1 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Mercedes-AMG One ที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของรถคอนเซ็ปท์ที่เผยโฉมไปเมื่อ 5 ปีก่อน และที่สำคัญคือ ยังมาพร้อมขุมพลังที่ยกมาจากตัวแข่งรถสูตรหึ่ง ซึ่งมีกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า

2023 Mercedes AMG ONE 18

Mercedes-AMG One ร่างจำแลงของตัวแข่ง F1 ในคราบรถโปรดักชั่น

2023 Mercedes AMG ONE 19 2023 Mercedes AMG ONE 6โครงสร้างคาร์บอนโมโนค็อก ชัดเจนว่าเกิดมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ

Mercedes-AMG One มาพร้อมโครงสร้างหลักแบบโมโนค็อกที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเสริมด้วยซับเฟรมอลูมิเนียมทั้งในด้านหน้าและหลัง ในขระที่เครื่องยนตืและเกียร์เป็นส่วนเสริมที่ช่วยในการรองรับน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามา ระบบช่วงล่างมาในรูปแบบ 5 Links พร้อมสตรัทแบบปรับได้ทั้งหน้าและหลัง สามารถปรับเซ็ตได้ตามต้องการทั้ง Comfort, Sport และ Sport+ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุม (หน้าปรับขึ้น – ลงได้ 37 มม. หลังปรับขึ้น – ลง ได้ 30 มม.) นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบปรับระดับในด้านหน้าให้สูงขึ้น (สำหรับการขับขี่ขึ้นเนิน, ผ่านลอน) ระบบเบรกมาในรูปแบบคอมโพสิตเซรามิคที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษจาก AMG ขนาดจาน 398 มม. จับคู่คาลิเปอร์ 6 POT ที่ล้อหน้า และจาน 380 มม. กับคาลิเปอร์ 4 POT ที่ล้อหลัง

2023 Mercedes AMG ONE 58

ล้อแม็กนีเซียมดีไซน์พิเศษ พร้อม Aero Cover สูตรเฉพาะจาก AMG

2023 Mercedes AMG ONE 64

โช้กอัพวางนอน สูตรเด็ดสไตล์ตัวแข่งระดับโลก

2023 Mercedes AMG ONE 5แอคทีฟแอโร่ไดนามิคส์แพคเกจที่ถอดแบบมาเพื่อใช้งานจริง

นอกจากขุมพลังที่เร้าใจแล้ว หัวใจหลักที่ส่งให้ Mercedes-AMG One มีความเป็นไฮเปอร์คาร์อย่างไร้ข้อกังขา นั่นก็คือ แอโร่ไดนามิคส์แพคเกจที่มาในรูปแบบแอคทีฟ สามารถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ ดีไซน์ในภาพรวมของ Mercedes-AMG One ดูเหมือนกับคอนเซ็ปท์ที่เผยโฉมในปี 2017 ทุกประการ เช่น สกู๊ปบนหลังคา, ครีบระบายลมแบบแอคทีฟที่ซุ้มล้อหน้า รวมถึงสปอยเลอร์ท้ายแบบแอคทีฟ แต่หากมีการปรับรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อให้ Mercedes-AMG One สามารถใช้งานบนถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น เช่น การออกแบบช่องระบายลมเหนือชุดไฟท้ายให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น, ดีไซน์ที่แตกต่างเล็กน้อยของชุดดิฟฟิวเซอร์อันเป็นที่อยู่ของปลายท่อไอเสีย 3 ท่อ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่ง Formula 1 รวมถึงฝาครอบเครื่องคาร์บอนไฟเบอร์ที่สามารถถอดได้ และกระจกมองข้างที่ออกแบบให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น

2023 Mercedes AMG ONE 57 2023 Mercedes AMG ONE 65 2023 Mercedes AMG ONE 34การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของ Mercedes-AMG One คงหนีไม่พ้นการมาพร้อมล้ออัลลอยฟอร์จดีไซน์ 10 ก้าน พร้อมฝาครอบที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดการหมุนวนและแรงต้นอากาศ ซึ่งเป็นชุดล้อที่ทางค่าย Mercedes-AMG ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับรถในรูปแบบไฮเปอร์คาร์เท่านั้น แต่หากยังรู้สึกไม่โดนใจ ทางค่ายยังมีทางเลือกด้วยล้อที่ทำจากแม็กนีเซียมอัลลอย Bionic Design 9 ก้าน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงที่เหนือกว่า พร้อมด้วย Aero Wheel Cover ในรูปแบบเดียวกัน ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2R M01 ที่ใช้มาในขนาด 285/35 ZR19 ในด้านหน้า และ 335/30 ZR20 ที่คู่หลัง

2023 Mercedes AMG ONE 24

ชุดแอโร่ไดนามิคส์ ปรับได้อย่างอิสระ ตามความเหมาะสมในแต่ละรูปแบบการขับขี่

2023 Mercedes AMG ONE 142023 Mercedes AMG ONE 12

3 รูปแบบ แพคเกจแอโร่ฯ จินตนาการให้เหมือนขับอยู่ในการแข่งขัน Formula 1

สำหรับการทำงานของชุดแอโร่ไดนามิคส์แพคเกจแบบแอคทีฟของ Mercedes-AMG One สามารเปรับตั้งได้ใน 3 รูปแบบ ภายใต้การควบคุมด้วยไฮดรอลิคส์ เริ่มตั้งแต่ในโหทด Highway ที่เน้นเพื่อการขับขี่ทั่วไป ซึ่งช่องระบายลมที่ฝากระโปรงหน้าจะถูกเปิดออก แต่ในส่วนของหางหลังและช่องระบายลมที่ซุ้มล้อจะปิด เพื่อให้ตัวรถมีแรงต้านไม่สูงมากนัก ส่วนในโหมด Track ระบบจะปรับการทำงานของแอโร่ไดนามิคส์ให้สร้างแรงกดได้สูงกว่าเดิมถึง 5 เท่า ด้วยการขยายลิ้นหน้า, ปรับทิศทางช่องรับลม พร้อมเปิดครีบบริเวณซุ้มล้อ พร้อมปรับการทำงานของหางหลังให้มีประสิทธิภาพในการสร้างดาวน์ฟอสอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีการปรับความสูงของตัวรถให้เตี้ยลงอีก 37 มม. ที่ด้านหน้า และ 30 มม. ที่ด้านหลัง ส่วนในโหมดสุดท้าย Race DRS ชุดแอโร่ไดนามิคส์แพคเกจจะปรับลดแรงกดลงอีก 20% โดยจะตอบสนองในทันทีที่กดปุ่ม เพื่อลดแรงต้านและเพิ่มความเร็วสำหรับการเร่งแซง ซึ่งระบบนี้จะปิดหรือยกเลิกกการทำงานในทันทีที่มีการเหยียบเบรกหรือเมื่อตัวรถจับได้ว่าเกิดแรง G ในด้านข้าง

17c399 02

ขุมพลัง 1.6 ลิตร V6 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมกว่า 1,000 แรงม้า พร้อมฟังค์ชั่นการใช้งานแบบ Full EV

mercedes amg hypercar engine will need rebuild after 50000 km 116115 1ขุมพลัง E Performance ยกจากเวที Formula 1 มาทั้งดุ้น

Mercedes-AMG One ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ E Performance วางกลางตัวถัง ในรูปแบบ V6 DOHC พิกัด 1.6 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรงสู่ห้องเผาไหม้ พร้อมระบบการจุดระเบิดแบบ Pre Chamber Combustion จับคู่เทอร์โบไฟฟ้า และมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อทั้งสี่ ซึ่งด้วยประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ที่หมุนได้จัดถึง 11,000 รอบ/นาที สามารถสร้างกำลังในการขับเคลื่อนได้ถึง 566 แรงม้า ซึ่งถอืเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับความจุในพิกัดเพียง 1.6 ลิตร  เมื่อผนึกกำลังกับมอเตอร์ทั้งสี่ จะให้แรงม้าสูงสุดถึง 1,049 ตัว โดยมอเตอร์ทั้ง 4 ตัวนั้น ไม่ได้ประจำการอยู่ในล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ แต่เป็นมอเตอร์ที่ 1 ตัว ติดตั้งไว้ที่เพลาข้อเหวี่ยง (161 แรงม้า) ตัวที่ 2 ติดตั้งไว้ที่แกนเทอร์โบ (121 แรงม้า) ส่วนอีก 2 ตัว ที่เหลือแยกอยู่ที่เพลาขับเคลื่อล้อหน้ารวม 322 แรงม้า ซึ่งทาง AMG ให้ข้อมูลว่า เครื่องยนต์บล็อคนี้ ให้การตอบสนองที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ในรูปแบบ V8 NA เนื่องจากมีระบบเทอร์โบไฟฟ้ามาช่วยเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำ

2023 Mercedes AMG ONE 27

หน้าจอบอกสถานะพร้อมอุณหภูมิการทำงานของมอเตอร์ทั้ง 4 ตัว

Mercedes-AMG One ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด ที่รวมอยู่กับชุดเฟืองท้ายแบบ Locking Differential ในขณะที่ชุดล้อด้านหน้าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบ AMG Performance 4Matic+ ที่สามารถปรับระดับแรงขับเคลื่อนได้อย่างอิสระ เพื่อให้ตัวรถ Mercedes-AMG One มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะอย่างเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ มอเตอร์คู่หน้ายังสามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 8.4 kWh ได้สูงสุดถึง 80% ในขณะที่ลดความเร็ว (รองรับการชาร์จปกติ 3.7 kW) ซึ่งการวิ่งด้วย EV Mode สามารถทำได้ 18.1 กม.

2023 Mercedes AMG ONE 28

พวงมาลัย F1 Style พร้อมปุ่มปรับโหมด 6 รูปแบบ

2023 Mercedes AMG ONE 76

6 โหมด การขับขี่ เน้นประหยัด ยันเน้นแข่ง…จัดให้ครบๆ

สิ่งหนึ่งที่ Mercedes-AMG One เน้นความสำคัญกับผู้ใช้ คือ การเตรียมโหมดการขับขี่มาให้เลือกถึง 6 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ Race Safe สำหรับการขับขี่ทั่วไปที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก, Race เน้นการทำงานแบบไฮบริด โดยเครื่องยนต์จะติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับพลังงานในแบตเตอรี่, EV ทำงานเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้า, Race Plus ลักษณะการทำงานคล้ายกับ Race แต่เพิ่มรายละเอียดของแอโร่ไดนามิคส์ที่สูงมากขึ้น, Strat 2 ปล่อยกำลังสูงสุด ในแอโร่ไดนามิคส์แพคเกจขั้นสุด เหมาะสำหรับในสนามแข่งเท่านั้น และโหมดสุดท้ายคือ Individual ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับเลือกระดับการทำงานของฟังค์ชั่นต่างๆ ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ Mercedes-AMG One ยังมาพร้อมฟังค์ชั่น Race Start ที่สามารถล้อครอบออกตัว และทำให้ตัวรถสามารถทะยานจากจุดหยุดนิ่งถึงที่ความเร็ว 200 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 7 วินาที (0-100 กม./ชม. ไม่มีคุยแล้ว) และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 352 กม./ชม.

2023 Mercedes AMG ONE 60

การจัดวางองประกอบในห้องโดยสาร เสมือนให้เป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างโมโนค็อก

2023 Mercedes AMG ONE 262023 Mercedes AMG ONE 62 ภายในเรียบง่ายสไตล์ Minimalist

การออกแบบภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG One เน้นความเรียบง่ายในแบบฉบับตัวแข่งด้วยแนวคิด Minimalist เน้นให้ทุกอย่างอยู่ในจุดที่สามารถใช้งานและมีเท่าที่ควรจะต้องใช้ตามสไตล์ตัวแข่ง เช่น การเลือกใช้เบาะ 2 ที่นั่ง เชื่อมกันเหนืออุโมงกลาง ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างคาร์บอนโมโนค็อก โดยพนักพิงหลังสามารถปรับระดับได้ 2 ตำแหน่ง พวงมาลัยมาในรูปแบบ F1 Style พร้อมชิฟท์ไลท์และปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ซึ่งด้วยความที่เบาะนั่งออกแบบมาให้ Fix อยู่กับที่ ฟังค์ชั่นการปรับระยะของแป้นเหยียบจึงเป็นสิ่งที่ได้มาแทนที่เพื่อให้สามารถขับขี่ได้อย่างกระชับ พอดีตัวมากที่สุด และแม้ว่า Mercedes-AMG One จะเป็นรถไฮเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาโดยเน้นการขับขี่ในสนามแข่งเป็นหลัก แต่ยังไม่ลืมที่จะใส่ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกมาให้ ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลขนาด 10 นิ้ว 2 จอ สำหรับการแสดงผลและเชื่อมต่อระบบความบันเทิงที่มาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด, กระจกมองหลังมาในรูปแบบดิจิตัล แสดงภาพจากกล้อง MirrorCam เนื่องจากตัวรถไม่มีกระจกด้านหลัง ธีมการตกแต่งโดยรวมเน้นการใช้หนัง Nappa สลับ Dinamica Microfiber จับคู่กับแถบอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์

2023 Mercedes AMG ONE 39

สุดท้าย…คือ เสียดายที่ขายหมดแล้ว !!!

Mercedes-AMG One จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Goodwood Festival of Speed 2022 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งในงานดังกล่าว จะมีการประลองความเร็วของไฮเปอร์คาร์อย่าง Mercedes-AMG One, Aston Martin Valkyrie และ Gordon Murray T.50 ซึ่ง 2 รุ่นหลัง มาพร้อมออพชั่นขุมพลังแบบ V12 สำหรับการแข่งขันให้เลือกเพิ่มเติม (Mercedes-AMG One มีตัวเลือกเดียว) ส่วนในแง่การขาย Mercedes-AMG One จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 275 คันทั่วโลก และจำหน่ายในราคา 2.72 ล้านเหรียญสหรัฐ (93.4 ล้านบาท) ซึ่งในจำนวนดังกล่าวนั้น ถูกจับจองทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย

2023 Mercedes AMG ONE 41 2023 Mercedes AMG ONE 46 2023 Mercedes AMG ONE 1 2023 Mercedes AMG ONE 10 2023 Mercedes AMG ONE 15 2023 Mercedes AMG ONE 33 2023 Mercedes AMG ONE 32 2023 Mercedes AMG ONE 54 2023 Mercedes AMG ONE 53 2023 Mercedes AMG ONE 61 2023 Mercedes AMG ONE 63 2023 Mercedes AMG ONE 35

 

บทความเเนะนำ FORMULA 1, FORMULA E, WRC จับตัวแข่งเหล่านี้มาหวดกันในระยะ 402 ม. ใครกิน ?


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

ปิดโหมดสีเทา