Home » Mercedes-Benz G-Class 2025 อัพพลัง Mild Hybrid ทุกรุ่นย่อย เติมเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ล้ำสมัยอีกระดับ

Mercedes-Benz G-Class 2025 อัพพลัง Mild Hybrid ทุกรุ่นย่อย เติมเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ล้ำสมัยอีกระดับ

by Admin clubza.tv

G-Class ถือเป็นรถยนต์ตระกูลแกร่งที่อยู่คู่กับแบรนด์ Mercedes-Benz มาเกือบครึ่งศตวรรษ โดยในช่วง 45 ปี ที่ผ่านมา เราแทบจะไม่ค่อยได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านภาพลักษณ์ของรถในตระกูลนี้มาเท่าใดนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทางค่าย Mercedes-Benz แอบพัฒนามาโดยตลอด คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระดับพละกำลัง รวมไปถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่เพื่อให้ทุกย่างก้าวแห่งการเคลื่อนไหวของ Mercedes-Benz G-Class เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในทางเรียบ หรือการขับขี่ในสไตล์ออฟโร๊ด ซึ่งถือเป็นการส่งท้ายโมเดลเครื่องยนต์สันดาป ก่อนการมาถึงของเวอร์ชั่นไฟฟ้าอย่าง Mercedes-EQG ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้

Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025 อัพกำลังสูงขึ้น พร้อมฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวก และสีใหม่ Manufaktur Hyper Blue Magno

ล่าสุดค่าย Mercedes-Benz ได้เปิดตัว G-Class รุ่นปี 2025

โดยยังคงทำตลาดทั้งขุมพลังดีเซล, เบ็นซิน รวมถึงรหัสแรง Mercedes-AMG ในตระกูล 63 ที่ยังคงไว้ ซึ่งในรุ่นใหญ่ยังคงมาพร้อมขุมพลังในรูปแบบ V8 Bi-Turbo ให้กำลัง 577 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดในระดับ 850 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้…สิ่งที่ขาดไม่ได้ของรถจาก Mercedes-Benz ยุคปี 2021 เป็นต้นมา นั่นก็คือ การเพิ่ม ISG Motor ขนาด 48 โวลต์ในรูปแบบ Mild Hybrid ที่ช่วยเพิ่มกำลังในช่วงออกตัวหรือเร่งแซงได้อีก 20 แรงม้า กับแรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ในทุกรุ่นที่ทำตลาด เป็นตัวช่วยส่งให้ Mercedes-AMG G63 สามารถทะยานจากจุดหยุดนิ่ง ถึงที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที

Mercedes-AMG G63 มาพร้อมฟังค์ชั่น AMG Active Ride Control ลดอาการโคลงและรักษาเสถียรภาพการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Mercedes-AMG G63 ยังคงมาพร้อมฟังค์ชั่นใหม่อย่าง AMG Active Ride Control ที่จะมีการเพิ่มระบบช่วยควบคุมการทรงตัวด้วยไฮดริลิคส์ รวมถึงเซ็ตช่วงล่างแบบอแดปทีฟที่ปรับการทำงานอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับสมรรถนะ ทั้งกับการขับขี่บนถนน รวมถึงการขับขี่ในเส้นทางออฟโร๊ด โดยระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งในแพคเกจ AMG OffRoad Pro

สำหรับเวอร์ชั่นดีเซลของ Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025

จะมาในรหัส G450d ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แถวเรียง พิกัด 3.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อน 326 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 750 นิวตัน-เมตร (มากกว่ารุ่นเดิม 36 แรงม้า และ 50 นิวตัน-เมตร + มอเตอร์ Mild Hybrid) ซึ่งด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้เอง ช่วยยกระดับ Mercedes-Benz G450d ให้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.8 วินาที (จากเดิมที่ 6.2 วินาที) และยังลดช่อว่างให้รุ่นนี้มีแรงม้าเป็นรองรุ่นเครื่องยนต์เบ็นซิน G550 เพียง 81 แรงม้า เท่านั้น

ในบ้านเราอาจไม่ค่อยคุ้นหู Mercedes-Benz G550 เพราะไม่ทำตลาด แต่รุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดยุโรป ในทำนองเดียวกัน G550 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยจากเดิมที่ใช้เครื่องยนต์ในรูปแบบ V8 4.0 bi-Turbo ถูกเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์บล็อค 6 สูบ แถวเรียง พิกัด 3.0 ลิตร เทอร์โบพ่วงด้วยคอมเพรสเซอร์ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้ระดับแรงม้าของ Mercedes-Benz G550 เพิ่มขึ้นจาก 416 เป็น 443 ตัว แต่สิ่งที่ถูกดรอปลงไป คือ ตัวเลขแรงบิด ซึ่งจากเดิมอยู่ที่ 610 นิวตัน-เมตร ถูกลดเหลือ 560 นิวตัน-เมตร

Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025

ยังคงมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบ 9G Tronic ที่ได้รับการปรับปรุง Torque Converter ให้มีช่วงการทำงานในแต่ละอัตราทดเกียร์ที่กว้างมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ระบบขับเคลื่อนยังถูกเซ็ตให้กระจายกำลังขับเคลื่อนแบบ 40:60 เป็นค่ามาตรฐาน โดยจะทำงานร่วมกับชุดล็อคเฟืองท้ายที่ถูกติดตั้งไว้ใน 3 จุด ทั้งเพลาหน้า เพลากลาง และเพลาท้าย อีกทั้งตัวระ Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025 ยังมีระยะต่ำสุดจากพื้นถึง 241 มม. และมีมุมเข้าหา และมุมจากที่ 31 และ 30 องศา ตามลำดับ

ชุดกล้องสำหรับระบบ Transparent Hood ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดบอดในหลากหลายเส้นทางได้มากขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025

ได้รับการติดตั้งฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวก เพื่อให้ในทุกการใช้งานมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเซ็ตหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบออฟโร๊ด Off-Road Cockpit ถูกรวมเอาไว้ในระบบประมวลผล MBUX ซึ่งระบบจะแสดงผลทั้ง ตำแหน่งพิกัดของตัวรถ ระดับความสูง มุมบังคับเลี้ยว และอุณหภูมิ บนหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รวมถึงแผงหน้าปัดแบบดิจิตัล โดยผู้ขับขี่ สามารถเลือกปรับรูปแบบการแสดงผลได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังค์ชั่นการแสดงภาพแบบโปร่งใส Transparent Hood แบบเดียวกับที่ติดตั้งใน EQE และ GLC เจนเนอเรชั่นล่าสุด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นมุมมองทางด้านหน้ารถได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025

มาพร้อมสีใหม่ในชื่อ Manufaktur Hyper Blue Magno รวมถึงได้รับการอัพเกรดชุดไฟหน้า LED แบบ Adaptive เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จับคู่กับเซ็ตกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ยังคงภาพลักษณ์ในสไตล์บึกบึนไว้เช่นเดิม และสามารถเลือกจับคู่เซ็ตล้อได้ตั้งแต่ขนาด 20 – 22 นิ้ว จากโรงงาน อีกทั้ง Mercedes-Benz G-Class รุ่นปี 2025 ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย Driver Assistance Package เช่น กล้องมองรอบทิศทาง, ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน, ระบบเตือนมุมอับสายตา มาให้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานอีกด้วย

     


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy