Zeekr X รถอเนกประสงค์ในสไตล์ Compact SUV เปิดตัวในประเทศไทย โดยเน้นจุดขายเรื่องความเป็นรถในระดับพรีเมี่ยม เน้นสัมผัสและอารมณ์ที่แตกต่างกับรถที่ทำตลาดทั่วๆ ไปในเซ็กเม้นท์เดียวกัน โดยจากการที่ #ทีมขับซ่า ได้ร่วมทดลองขับและรีวิวแบบสั้นๆ ก็พอที่จะสรุปถึงความแตกต่างและข้อสังเกตในความเป็น Zeekr X ซึ่งนี่คือ 10 จุดเด่น และข้อสังเกต ที่เราขอสรุปเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น
แม้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ผลิตและนำเข้าจาก Zhejiang Geely Automobile ในเครือ Geely Holding Group ประเทศจีน แต่ Zeekr X เป็นรถที่มีพื้นฐานในการออกแบบและพัฒนาที่ศูนย์ R&D ในเมืองโกเตนเบอร์ก ประเทศสวีเดน นั่นจึงทำให้ตัวรถมีรายละเอียด ทั้งการเลือกใช้วัสดุที่มีความพรีเมี่ยม รวมถึงฟังค์ชั่นต่างๆ ที่เมื่อได้สัมผัสแล้ว รู้สึกถึง “ความแตกต่าง” ได้ในทันที
Zeekr X มาพร้อมภาพพลักษณ์การออกแบบที่ดูทันสมัย สื่อถึงการใช้ชีวิตพรีเมี่ยมไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี ไล่มาตั้งแต่ภายนอก ที่ตัวรถเลือกที่จะใช้บานประตูในรูปแบบ Frameless ไร้ขอบกระจก เช่นเดียวกับมือเปิดประตูที่เป็นแบบ Seamless ที่เมื่อถือกุญแจเข้าใกล้กับตัวรถ ช่องของมือจับจะเปิดให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตัวรถ สอดมือเข้าไปสัมผัสให้กลอนประตูแบบไฟฟ้าปลดล็อคเพื่อเข้าสู่ตัวรถได้อย่างง่ายดาย และทันทีที่เราเข้าไปภายในตัวรถ พร้อมกับเหยียบเบรก ระบบจะติดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พร้อมสัญลักษณ์ Ready ขึ้นมาบนหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว เพื่อบ่งบอกสถานะว่าพร้อมสำหรับการใช้งาน
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Zeekr X สิ่งที่สัมผัสได้ คงหนีไม่พ้นเรื่องดีไซน์การออกแบบ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมแบบไม่ต้องคิดไปเอง ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบหนังที่เหลือกใช้ การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ หลังคากระจกแบบ Panoramic Glass Roof ที่สามารถกันความร้อนและแสง UV ได้อย่างน่าประทับใจ คราบความเป็น “รถจีน” ที่เราเคยจินตนาการในยุคก่อน ถูกสลัดหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่ทางค่ายต้องการจะสื่อสารว่า “แตกต่าง” มันคือ สิ่งที่เราสัมผัสได้จริง เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ Compact SUV คันนี้
Zeekr X ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งด้วยความที่เป็นแบรนด์ในเครือ Geely Holding Group เช่นเดียวกับแบรนด์ฝั่งยุโรปอย่าง Volvo EX30 ที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกัน แต่ Zeekr X กลับให้ความรู้สึกที่ต่างไปจาก “แฝดต่างฝา” อย่างชัดเจน ด้วยความที่แพลตฟอร์มนี้ เป็นโครงสร้างในรูปแบบ Scalable ทำให้สามารถปรับลักษณะพื้นที่ใช้สอยได้ตามที่ต้องการ โดยหากเทียบไปแล้ว Zeekr X มีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,750 มม. ซึ่งยาวกว่า Volvo EX30 อยู่ถึง 100 มม. ทำให้การเข้า-ออก จากตัวรถ รวมถึงพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารตอนหลัง มีมากกว่าอย่างรู้สึกได้ การขึ้น – ลง รวมถึงการเข้าไปนั่งในพื้นที่ตอนหลัง กลับไม่รู้สึกอึดอัด อย่างที่เราเคยรู้สึกในเพื่อนร่วมชายคา Geely อีกทั้งเมื่อเทียบแล้ว Zeekr X ยังมีขนาดมิติตัวถังใหญ่กว่าในแทบจะทุกมิติ โดยมีความกว้าง x ยาว x สูง อยู่ที่ 1,836 x 4,432 x 1,566 มม. (Volvo EX30 มีมิติตัวถัง 1,837 x 4,233 x 1,549 มม.)
เทียบจุดแตกต่าง Zeekr X ระหว่างรุ่น Standard RWD กับรุ่น Flagship AWD
| Standard RWD | รายละเอียด | Flagship AWD |
| – ล้อ 18 นิ้ว ยาง 235/55 R18 | ภายนอก ล้อ – ยาง | – ล้อ Forged 20 นิ้ว ยาง 245/45 R20 |
| – ไม่มี – สแตนดาร์ด – สแตนดาร์ด – ไม่มี – ไม่มี – ลำโพง 7 ตำแหน่ง | สิ่งอำนวยความสะดวก ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร เบาะผู้ขับขี่ เบาะผู้โดยสารตอนหน้า หน้าจออัจฉริยะที่เสา B หน้าจอแสดผล AR HUD เครื่องเสียง | – Pixel RGB LED – ระบายอากาศและดันหลังไฟฟ้า – ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, ระบายอากาศ, ดันหลังไฟฟ้า – มี – มี – Yamaha ลำโพง 13 ตำแหน่ง |
| – มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง – 272 แรงม้า – 343 นิวตัน-เมตร – 5.6 วินาที – 540 กม. (NEDC) – 7.2 kW | ระบบส่งกำลัง มอเตอร์ พละกำลัง แรงบิด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ระยะทางต่อชาร์จ (67 kWh) ความเร็วในการชาร์จ AC | – มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive – 272 + 156 รวม 428 แรงม้า – 343 + 200 นิวตัน-เมตร – 3.8 วินาที – 470 กม. (NEDC) – 11 kW |
| 1,199,000 บาท – | ราคา ส่วนต่างราคา | 1,349,000 บาท + 150,000 บาท |
Zeekr X ทำตลาดในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นย่อย โดยทั้ง 2 รุ่น มีส่วนต่างราคาอยู่ที่ 150,000 บาท ไฮไลท์เด่นๆ นอกจากเรื่องพละกำลัง ระบบขับเคลื่อน รวมถึงอัตราเร่งที่ต่างกันแล้ว สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมาในรุ่น Flagship AWD ก็คือ ล้ออัลลอย Forged ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 R20, เบาะคู่หน้าที่มาพร้อมระบบระบายอากาศและดันหลังไฟฟ้า, ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Pixel RGB LED, AR Head Up Display และหน้าจอบริเวณเสา B, ระบบเสียง Yamaha พร้อมลำโพง 13 ตำแหน่ง รวมถึงความเร็วในการชาร์จ AC ซึ่งจะเพิ่มเป็น 11 kW ส่วนการรองรับการชาร์จ DC นั้น ยังคงเท่ากันที่ 150 kW
ด้านพละกำลัง Zeekr X
จัดเป็นรถอเนกประสงค์ในพิกัด Compact SUV ที่มีสมรรถนะในระดับที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะเป็นรุ่นมอเตอร์เดี่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ด้านหลัง แต่ก็ให้กำลังสูงถึง 272 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดในระดับ 343 นิวตัน-เมตร ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการใช้งานโดยทั่วไป แต่หากต้องการสมรรถนะในระดับสูง ยังมีรุ่น Flagship AWD เป็นทางเลือก ซึ่งระดับพละกำลังจากเซ็ตมอเตอร์คู่รวม 428 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที ทั้งนี้ทั้งนั้น…เพื่อให้การใช้พลังงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ด้วยมอเตอร์คู่ที่พร้อมจะทำงานในลักษณะ All Wheel Drive แต่สำหรับการขับขี่แบบปกติ ที่ไม่ได้ต้องการกำลังสูง ระบบจะเน้นการขับเคลื่อนด้วยล้อคุ่หลังเป็นหลัก โดยมอเตอร์เซ็ตหน้า จะมาช่วยเสริมกำลังในขณะที่ต้องการอัตราเร่งในระดับสูงเท่านั้น
สิ่งที่ Zeekr X ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัย โดยทั้ง 2 รุ่นย่อย มาพร้อมระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบเต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน, ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ, ระบบช่วยเตือนเมือออกนอกเลน พร้อมช่วยควบคุมให้ตัวรถอยู่กลางเลน, ระบบช่วยเตือนการชนจากทางด้านหน้าและหลัง พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ รวมถึงระบบช่วยเข้าจอดอัตโนมัติ เป็นต้น ดังนั้น…หากความปลอดภัยเป็นเหตุผลหลักในการเลือก Zeekr X ทั้ง 2 รุ่นนี้ ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

เจอเส้นทางที่ Traction ต่ำแบบนี้ อาการ Understeer ออกค่อนข้างชัดในทั้ง 2 รุ่น แต่ระบบควบคุมเสถียรภาพก็ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายมากขึ้น
ด้านฟีลลิ่งการขับขี่ของ Zeekr X
หลังจากที่ได้ลองกันแบบคร่าวๆ ในรูปแบบเส้นทางในลักษณะสนามโกคาร์ทที่เต็มไปด้วยโค้งแคบๆ พอสรุปได้ดังนี้…ในช่วงออกตัว ความเร็วต่ำ (ก่อนเข้าสู่สนาม) การเจอสภาพถนนที่มีรอยต่อ ตัวรถสามารถเก็บอาการสะเทือนได้อย่างแนบเนียนจนแอบคิดไปว่า ฟีลช่วงล่างของ Zeekr X นั้น ติดนุ่มไปสักเล็กน้อย จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่พื้นที่ของสนามทดสอบ การเข้าโค้งในรูปแบบต่างๆ คงต้องยอมรับว่า ตัวรถให้ความคล่องตัวในระดับสูง ทั้งในแง่การตอบสนองของพวงมาลัย รวมถึงการตอบสนองของช่วงล่าง ที่ไม่ได้รู้สึกว่าย้วยหรือโยน (ซึ่งต่างกับที่จินตนาการไว้ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่พื้นที่การทดสอบ) อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นฐานของตัวรถที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานที่หลากหลายเป็นหลัก แม้ว่าจะเป็นรถที่มีพละกำลังในระดับสูง แต่อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่า นี่คือ รถซิ่งที่เหมาะสำหรับสายมุด เพราะหากเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงจนเกินไป รวมถึงวิ่งผ่านสภาพเส้นทางที่แทร็กชั่นค่อนข้างต่ำ ตัวรถจะมีอาการ Understeer ที่ค่อนข้างชัดเจน (เป็นทั้งรุ่น Standard และรุ่น Flagship) แต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถประมวลผลได้ จะสั่งการให้ระบบทำงานเพื่อช่วยรักษาอาการของตัวรถ ให้ผู้ขับขี่สามารถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย
Zeekr X ทั้ง 2 รุ่นย่อย
ถือว่าทำอัตราเร่งและให้ความคล่องตัวได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเล่นตัวท็อปที่ขับเคลื่อนแบบ AWD รุ่น Standard ก็ถือว่าตอบโจทย์ในการใช้งานได้ดีพอแล้ว (หากไม่ซีเรียมกับออพชั่นที่เพิ่มมา) โดยฟีลลิ่งการตอบสนองของคันเร่งในช่วงแรกนั้น ถือว่ามาแบบเนิบๆ ก่อนที่จะปล่อยกำลังออกมาเต็ม (เป็นฟีลการเซ็ตที่คล้ายกับ Volvo EX30 คือ ไม่ปล่อยกำลังเต็มในทัันทีที่กดคันเร่ง) พร้อมให้ความสนุกในการขับขี่ที่พอเหมาะสำหรับความเป็น “รถใช้งาน” ซึ่งอีกฟีลลิ่งหนึ่งที่ถือว่าทำได้ดี คือ การทำงานของระบบเบรก ที่ลดความเร็วรวมกับการทำงานของระบบ Regenerative Brake ได้อย่างรู้สึกเป็นธรรมชาติ (ในลักษณะของคนที่พยายามทำตวามเข้าใจกับระบบ) อีกทั้งยังให้ผลลัพท์ที่ดีหากต้องการกำลังเบรกสูงสุด ที่ทางค่ายเคลมไว้ว่า Zeekr X สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนหยุดนนิ่งได้ในระยะเพียง 34.5 เมตร โดยรวมถือเป็นความรู้สึกที่น่าประทับใจสำหรับการลองในช่วงสั้นๆ ส่วนสำหรับการเดินทางในระยะไกล การเก็บเสียงจากพื้นและเสียงลม อัตราสิ้นเปลือง…คงต้องหาโอกาสลอง แล้วมาฟันธงกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม…สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนยังเป็นกังวล คงหนีไม่พ้นเรื่องความมั่นคงของแบรนด์ในระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่า นี่คือ จุดด้อยหลักๆ ของแบรนด์น้องใหม่จากประเทศจีน (รวมถึงแบรนด์น้องใหม่จากหลายๆ ประเทศ) ที่คงต้องให้ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่อย่างน้อยๆ ด้วยการทำตลาดโดยผู้นำเข้าที่มีประสบการณ์ในวงการรถยนต์ของประเทศไทยมาจนเป็นที่ยอมรับ รวมถึงแผนการทำตลาดในระยะยาว ที่จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น แพลนการเปิดตัวรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมอย่าง Zeekr 009 ก็คงจะพอผู้ที่กำลังมองรถพรีเมี่ยมทางเลือกใหม่ สามารถตัดสินใจได้ไม่ยากนักกับ Zeekr X
บทความ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เปิดตัว ZEEKR X โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี วิ่งไกล 540 กิโลเมตร






























