Home บทความแนะนำเทียบรายละเอียด Zeekr 7X น่าโดนแค่ไหน เมื่อฟัดกับคู่แข่ง EV Crossover ระดับพรีเมี่ยม

เทียบรายละเอียด Zeekr 7X น่าโดนแค่ไหน เมื่อฟัดกับคู่แข่ง EV Crossover ระดับพรีเมี่ยม

by Admin clubza.tv
2 minutes read

Zeekr 7X รถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมแห่งบ้าน Geely Holding Group เตรียมจะเปิดตัวพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทสไทย 15 สิงหาคมนี้ โดยสิ่งที่น่าสนใจของ EV Crossover คันนี้ อยู่ที่เรื่องสมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีแพลตฟอรืมในรูปแบบ 800 โวลต์ เต็มระบบ นั่นจึงทำให้ตัวรถพร้อมปลดปล่อยกำลัง รวมถึงรองรับการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ซึ่งช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้ครอบครอง ให้เหนือระดับมากยิ่งขึ้นไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการเปิดตัวรถในกลุ่มครอสโอเวอร์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย สิ่งที่ Zeekr 7X ยังต้องเจอ คงหนีไม่พ้นคู่แข่งระดับอ๋อง ซึ่งแต่ละค่ายก็มีจุดเด่น และเทคโนโลยีที่น่าสนใจด้วยกันทั้งสิ้น

resize ZEEKR 7X 3

Zeekr 7X กับจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี 800 โวลต์ เต็มระบบ

หากลองเทียบมิติตัวถัง Zeekr 7X ดูจะยังเป็นรองคู่แห่งจากประเทศเดียวกันอยู่เล็กน้อย ทั้งในแง่ความกว้าง ความยาว รวมถึงระยะฐานล้อ แต่สิ่งที่ดูจะได้เปรียบก็คือ ด้วยรูปทรงตัวรถที่มีความเป็นสแตนดาร์ดในสไตล์ของรถอเนกประสงค์ การนั่งโดยสาร โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ห้องโดยสารทางด้านหลัง ดูจะมีพื้นที่เหนือศีรษะมากกว่าคู่แข่ง ที่มาในดีไซน์ท้ายลาดทั้งหมดในกลุ่ม อีกทั้งตัวรถยังมาพร้อมระยะต่ำสุดจากพื้นที่มากที่สุดในคลาส นั่นอาจทำให้ความสามารถในการใช้งานของ Zeekr 7X ทำได้หลากหลายและมีข้อจำกัดที่น้อยลงตามไปด้วย โดยล้อแบบ Forged Aluminum ที่ให้มากับรุ่น Performance AWD มาในขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยางหน้ากว้าง 265/40 R21 ความอลังการเป็นรองแค่เพียง Avatr 11 แต่ในแง่การใช้งานและเซอร์วิสในระยะยาว ก็ดูจะสบายกระเป็ามากกว่าไม่น้อย

S 19808260

Zeekr 7X จะเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นย่อย คือ  Long Range RW และรุ่น Performance AWD ซึ่งทั้งคู่มาพร้อมแพลตฟอร์มและแบตเตอรี่ในรูปแบบ 800 โวลต์ ที่รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุด 420 kW ด้วยความเร็วดังกล่าว แบตเตอรี่ที่มีความจุในระดับ 100 kWh จะถูกชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 16 นาที (ภายใต้เงื่อนไขที่เครื่องชาร์จต้องปล่อยไฟในระดับ Ultra Fast Charge) นี่ถือเป็นจุดเด่นที่ “โชว์เหนือ” ได้มากที่สุดข้อหนึ่งของ Zeekr 7X เพราะสามารถชาร์จได้เร็วแซงหน้า MG IM6 Performance AWD ที่เคยเป็นรถที่ชาร์จได้เร็วที่สุดในกลุ่มนี้ (10-80% ภายใน 19 นาที จากการทดลองชาร์จจริงที่สถานี Huawei Ultra Fast Charge) อย่างไรก็ตาม Tesla Model Y ยังมีตัวเลขความเร็วในการชาร์จที่น่าสนใจ เพราะเป็นรถในรูปแบบ 400 โวลต์ คันเดียวในกลุ่ม ที่สามารถรองรับการชาร์จได้เร็วถึง 250 kW ซึ่งเร็วกว่า Avatr 11 ที่มาในรูปแบบ 800 โวลต์เสียอีก

ZEEKR 7X 5

ระบบเบรก Akebono พอจะวัดกับ Continental ไหวไหม…หากได้ลอง คงได้รู้กัน

เทียบระดับพละกำลังในรุ่นท็อป MG IM6 Performance AWD ยังคงเป็นคันที่โดดเด่นในเรื่องสมรรถนะมากที่สุด ซึ่งก็รวมถึงถึงอัตราเร่ง จากการทำสอบด้วยเครื่องมือ VBox Sport โดย #ทีมขับซ่า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที และทะยานผ่านความเร็ว 200 กม./ชม. ได้ใน 12.02 วินาที นอกจากนี้…ยังเป็นรถที่สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนหยุดนิ่ง โดยใช้ระยะเบรกเพียง 33.07 ม. ซึ่งใกล้เคียงรถในระดับ High Performance ตรงจุดนี้ คงต้องยกเครดิตให้กับชุดเบรกจาก Continental ที่เซ้ตการทำงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วน Zeekr 7X Performance AWD ที่มีระดับสมรรถนะเป็นรองเล็กน้อย คงต้องมีโอกาสลองวัดภายใต้คอนดิชั่นเดียวกันอีกครั้ง จึงจะให้คำตอบได้ว่า สเป็คที่เคลมนั้น ออกมาตรงปกแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม หากมองจากตัวเลขแล้ว อย่างไรเสียก็ดูจะเด่นกว่าคู่แข่งที่เหลือทั้งหมด โดยเฉพาะคู่แข่งจากจีน ที่มาในรูปแบบมอเตอร๋เดี่ยว ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง เท่านั้น โดย Tesla Model Y ดูจะเป็นรถที่มีกระสิทธิภาพในการจัดการพลังงานได้ดีที่สุด ที่หากเทียบจากสเป็คแล้ว สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 550 กม. (WLTP) ซึ่งใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าการเคลมด้วย NEDC ด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุเพียง 75 kWh ซึ่งน้อยที่สุดในกลุ่ม (เคลมระยะทางมากกว่า Zeekr 7X ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากตัวเลขสมรรถนะ)

resize ZEEKR 7X 6ด้านเทคโนโลยีที่ใช้กับระบบช่วงล่าง มีเพียงรุ่นท็อปจาก 2 ค่าย คือ Zeekr 7X Performance AWD และ MG IM6 Performance AWD เท่านั้น ที่มาในรูปแบบ Air Suspension ที่สามารถปรับความสูง และความหนืดในการทำงานของโช้กอัพได้ตามสภาพถนน ซึ่งจากการที่ #ทีมขับซ๋า มีโอกาสได้ทดลองแบบเต็มๆ ใน MG IM6 ถือว่าให้การทำงานและการตอบสนองได้อย่างน่าประทับใจในทุกย่านความเร็ว ส่วนทางฝั่ง Zeekr 7X คงต้องพิสูนจ์กันอีกครั้งว่า พอจะแก้ข้อกังขาที่เคยเกิดขึ้นจากตอนที่เรามีโอกาสได้ลอง Zeekr X ได้ไหม นอกจากนี้…หากมองในแง่ความคล่องตัวในการใช้งาน MG IM6 Performance AWD เป็นเพียงรุ่นเดียวของรถในกลุ่มนี้ ที่มีระบบช่วยเลี้ยวด้วยล้อหลัง ซึ่งนอกจากจะทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบกว่า 5.1 ม. แล้ว ระบบนี้ยังช่วยให้ตัวรถมีประสิทธิภาพการทรงตัวในโค้งที่ความเร็วสูงมากขึ้นอีกด้วย


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม