Xiaomi แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ชั้นนำของประเทศจีน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตสมาร์ทโฟนที่ได้การยอมรับในลำดับที่ 3 จากทั่วโลก ออกโรงขอโทษลูกค้า Xiaomi SU7 Ultra หลังปรับลดแรงม้าของซูเปอร์ซีดานรุ่นนี้ให้ต่ำลง จากการอัพเกรดซอฟท์แวร์ผ่าน OTA โดยไม่ได้มีการแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า นั่นเป็นสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าหลายๆ คน ที่คาดหวังสมรรถนะในระดับสูงสุดจาก Xiaomi SU7 Ultra โดยการลดกำลังลง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เหมือนได้สินค้า หรือรถที่สเป็ค…ไม่ตรงปก !
Xiaomi SU7 Ultra ถือว่าเป็นรถยนต์รุ่นแรกในสายการผลิตของ Xiaomi ได้รับการออกแบบให้เป็นรถในสไตล์ซูเปอร์ซีดาน เน้นความหรูหรา และระดับสมรรถนะการขับขี่ โดยมีกำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 1,150 kW หรือราว 1,542 แรงม้า จากการขับเคลื่อนของเซ็ตมอเตอร์ 3 ตัว ซึ่งด้วยความเร้าใจในระดับสูงสุดนี้ ส่งให้ Xiaomi SU7 Ultra เวอร์ชั่น Prototype ซึ่งขับโดย David Pittard กลายเป็นรถ EV Sedan ที่สามารถทำเวลาต่อรอบ 20.8 กม. ที่เร็วที่สุดในสนาม Nurburgring เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา โดยทำเวลาเอาไว้ที่ 6:46.874 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าสถิติเดิมของรถในรูปแบบเดียวกันอย่าง Porsche Taycan Turbo GT ที่เคยเร็วที่สุด กว่า 7 วินาที
การจำกัดกำลังของ Xiaomi SU7 Ultra ส่งผลให้ตัวรถมีกำลังขับเคลื่อนเหลือเพียง 900 แรงม้า ผ่าน OTA เวอร์ชั่น 1.7.0 ในครั้งนี้ สาเหตุหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากกำลังระดับกว่า 1,500 แรงม้า ดูอย่างไรก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งานบนถนน โดยหากต้องการใช้กำลังสูงสุดตามสเป็คของโรงงาน ตัวรถจะต้องได้รับการปลดล็อคกำลังสูงสุด ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ Ranking Mode เป็นโหมดที่ออกแบบเสมือนการยืนยันความสามารถการขับขี่ในสนามแข่งที่ถูกคัดเลือกโดย Xiaomi โดยตัวรถต้องได้รับการยืนยันการปลดผ่าน OTA เท่านั้น โดยการปลดระบบนี้ นอกจากจะช่วยให้รถปล่อยกำลังได้เต็มสมรรถนะแล้ว ระบบยังจะปรับการทำงานของระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อรองรับการทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 1.98 วินาที ด้วย
นอกจากการที่ Xiaomi SU7 Ultra ถูกแอบจำกัดพละกำลังราว 600 แรงม้า ตัวรถยังถูกตัดการทำงานของระบบควบคุมการออกตัว โดยไม่มีการบอกกล่าวจากทางผู้ผลิต นั่นเองส่งผลให้การทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในต่ำกว่า 2.0 วินาที ทำได้เพียงในจินตนาการ เช่นเดียวกับความเร็วสูงสุด ที่ทำได้ไม่ถึง 350 กม./ชม. อย่างที่คุยไว้ก่อนหน้า โดย Xiaomi ออกมาให้เหตุผลว่า การที่ลดกำลังของตัวรถลง ก็เพื่อไม่ต้องการให้ผู้ขับขี่ ที่มีระดับประสบการณ์ต่างกัน ต้องเผชิญกับการปล่อยกำลังของตัวรถที่สูงเกินไปสำหรับผู้ที่มีความชำนาญหรือประสบการณ์การขับขี่ที่ความเร็วสูงไม่มากนัก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถ ซึ่งผู้ครอบครองก็มองว่า พวกเขายอมจ่ายแพง ก็เพื่อเข้าถึงกำลังและอัตราเร่งในระดับนี้ เพราะหากเทียบรถระดับ 7-900 แรงม้า ที่ทำตลาดอยู่ในประเทศจีน ถือว่ามีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่านี้มาก
Xiaomi SU7 Ultra เริ่มทำตลาดที่ประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยวางราคาเอาไว้ที่ 814,900 หยวน (ราว 3.75 ล้านบาท) และเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของบูธ Xiaomi ในงาน Auto Shanghai 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แบรนด์เริ่มส่งมอบ Xiaomi SU7 Ultra ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก โดยมีแพลนที่จะส่งออกซูเปอร์ซีดานรุ่นนี้สู่ตลาดโลกในปี 2027 ซึ่งจากการอัพเดท OTA ดังกล่าว ด้วยความไม่พอใจของลูกค้าที่กระหน่ำใส่ Xiaomi อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางแบรนด์ต้องออกมาขอโทษลูกค้า และอัพซอฟท์แวร์แบบเดิมคืนให้กับลูกค้า Xiaomi SU7 Ultra พร้อมให้คำมั่นว่า หากมีความเปลี่ยนแปลงใดในอนาคต จะทำอย่างมีความโปร่งใสมากขึ้น













