หลังสร้างชื่อจากรุ่นซีดานอย่าง SU7 Ultra ที่สามารถสร้างสถิติเป็นรถ EV ซีดาน ที่แรงที่สุดใน Nuburgring ได้สำเร็จ ด้วยเวลา 6:46.874 นาที ซึ่งเหนือกว่าทั้ง Porsche Taycan Turbo GT และ Tesla Model S Plaid รวมถึงยังเป็นรถที่สามารถทำยอดขายที่ประเทศจีนได้กว่า 2.5 แสนคัน ในช่วงเวลาตั้งแต่เปิดตัวมาเพียงปีเศษๆ ทาง Xiaomi แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ชั้นนำ ก็ต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นที่ 2 ของแบรนด์อย่าง Xiaomi YU7 โดยเน้นเรื่องอรรถประโยชน์การใช้งานที่ใมีความอเนกประสงค์มากขึ้น
ดีไซน์ในภาพรวมของ Xiaomi YU7 ชวนให้นึกถึงสปอร์ตตระกูลแรงอย่าง Ferrari Purosangue ด้านเส้นสายที่ดูคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมง เช่นเดียวกับระดับพละกำลังที่มีความจัดจ้าน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นความต่าง ซึ่งชวนให้คนทั่วไปต่างหมายปองรถอเนกประสงค์จาก Xiaomi คันนี้ คงหนีไม่พ้นระดับราคาที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งในตลาดประเทศจีน มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับรถไฟฟ้ายอดนิยมอย่าง Tesla Model Y ที่มีค่าตัวใกล้เคียงกัน (ราคาของ Xiaomi YU7 ต่ำกว่า Model Y 20,000 หยวน หรือประมาณ 90,000 บาท) โดย Xiaomi YU7 เป็นรถที่ถูกพูดถึงมาค่อนข้างนานแล้ว หลังจากที่ถูกเผยสเป็คออกมา ตั้งแต่ช่วงที่ทางค่ายเริ่มเปิดตัวเวอร์ชั่นซีดาน แต่ ณ เวลานั้น ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายๆ คนต่างรอคอยการมาของ SUV พลังแรง จากค่ายผู้ผลิตมือถือชั้นนำอย่างใจจดใจจ่อ

ระยะฐานล้อระดับ 3,000 มม. ส่งผลโดยตรงต่อความสบาย และพื้นที่สัมภาระภายในห้องโดยสารสูงสุดถึง 1,758 ลิตร
หลังจาก iPhone พับโครงการผลิตรถยนต์ของตัวเองไป Xiaomi จึงกลายเป็น 1 ใน 2 ค่าย ของแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่ทำตลาดรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่ง Xiaomi YU7 มากับมอติตัวถัง 1,996 x 4,999 x 1,600 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,000 มม. ซึ่งยาวกว่า Tesla Model Y ถึง 109 มม. !!! (ตัวรถยาวกว่า 207 มม. กว้างกว่า 14 มม. และเตี้ยกว่า 16 มม.) ตัวรถได้รับการพัฒนาให้มีเส้นสายที่ดูพลิ้วไหว และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.245 ด้วยการใช้กระจังหน้า รวมถึงชุดมือจับประตูในรูปแบบแอคทีฟ แม้จะมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับอเนกประสงค์สปอร์ตอิตาเลียน แต่ Xiaomi YU7 ถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งยังมีพื้นที่ฝากระโปรงที่ใหญ่ถึง 3.11 ตร.ม. อันเป็นที่อยู่ของช่องเก็บของขนาด 141 ลิตร รองรับการใช้งานร่วมกับกระเป็าเดินทางขนาด 24 ลิตร ในขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Xiaomi YU7 มาพร้อมพื้นที่สัมภาระ 678 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 1,758 ลิตร เมื่อพับเบาะ อีกทั้งหากรวมช่องเก็บของยิบย่อยทั้งหมดภายในห้องโดยสาร Xiaomi อ้างว่า จะมีพื้นที่รวมอีกมากกว่า 71 ลิตร
Xiaomi YU7 มาพร้อมชุดช่วงล่างแบบ Double Wishbone จับคู่กับเซ็ตช่วงล่างหลังแบบ 5 Links ทำงานร่วมกับสปริงในรูปแบบถุงลม พร้อมโช้กอัพที่สามารถแปรผันความหนืดได้ตามรูปแบบการขับขี่ และสามารถปรับความสูงของตัวรถได้ถึง 5 ระดับ ด้านชุดเบรกที่ให้มาเป็นของคุณภาพจาก Brembo 4 POT เพื่อรองรับพละกำลังในระดับ 681 แรงม้า พร้อมแรงบิด 866 นิวตัน-เมตร จากมอเตอร์คู่ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนแบบ AWD สำหรับรุ่น Max ซึ่งสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 253 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 101.7 kWh รองรอบการเดินทางต่อชาร์จ 770 กม. ตามมาตรฐาน CLTC นอกจากนี้ Xiaomi YU7 ยังมาพร้อมทางเลือกอีก 2 รุ่นย่อย เริ่มด้วยรุ่น Standard มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 316 แรงม้า พร้อมแรงบิด 528 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. โดยรุ่นนี้มากับแบตเตอรี่ 96.3 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 835 กม. ส่วนในรุ่น Pro มาในรูปแบบ Dual Motor ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลัง 489 แรงม้า พร้อมแรงบิด 690 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจากหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.3 วินาที รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบเดียวกับรุ่น Standard ทำให้ระยะการเดืนทางลดลงเหลือ 760 กม. ต่อชาร์จ

Hyper Vision Display ขนาด 43.3 นิ้ว แสดงผลแบบ 3 ส่วน ที่กระจกบังลมหน้า พร้อมเคลือบแถบสีดำ เพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากขึ้น
Xiaomi YU7 ได้รับการพัฒนาบนแฟลตฟอร์มในรูปแบบ 800 โวลต์ ทำให้ตัวรถมีความโดดเด่นเรื่องความเร็วในการถ่ายโอนพลังงาน โดยตัวรถสามารถชาร์จไฟ DC จาก 10-80% ได้ภายใน 12 นาที ส่วนภายในห้องโดยสาร Xiaomi YU7 เน้นการออกแบบที่ล้ำสมัย ผสานการทำงานร่วมกับ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีความถนัดเป็นพิเศษ โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผลหลักในรูปแบบ Hyper Vision Display ขนาด 43.3 นิ้ว ที่แบ่งการแสดงผลเป็น 3 ส่วน ตลอดแนวยาว 1.1 เมตร ของกระจกบังลมหน้า จับคู่กับหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 16.1 นิ้ว เบาะนั่งมาในรูปแบบ Zero Gravity พร้อมหุ้มด้วยหนัง Nappa รองรับฟังค์ชั่นนวดไฟฟ้า พร้อมระบบปรับเอนแบบ One Touch เช่นเดียวกับเบาะหลัง ที่สามารถปรับพนักพิงได้ตั้งแต่ 100-135 องศา พร้อมด้วยหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบแยก และจอควบคุมระบบปรับอากาศสำหรับตอนหลัง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
นอกจากนี้ Xiaomi YU7 ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงเต็มรูปแบบ โดยมาพร้อมระบบประมวลผล NVIDIA Drive AGX Thor และชุด LiDAR Sensor ทำงานร่วมกับชุดเรด้าร์ 4D และกล้องรอบคันถึง 11 ตำแหน่ง โดยมีอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ สำหรับช่วยจอดอัตโนมัติมาให้อีก 12 ตำแหน่ง

















