ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งตำนานสปอร์ต JDM อย่างแท้จริง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทั้งค่าย Nissan รวมถึง Honda ได้เผยความคืบหหน้าของสปอร์ตในตำนานของตัวเอง ทั้ง Silvia และ Prelude ซึ่งจะกลายมาเป็นคู่แข่งกันโดยตรงอีกครั้งในอนาคต ส่วนทางฝั่ง Toyota ก็ไม่น้อยหน้า ล่าสุด…มีความเคลื่อนไหวของสปอร์ต Midship Engine ในตำนาน อย่าง Toyota MR-2 อีกครั้ง หลังจากที่ค่ายสามห่วงเปิดตัวรถต้นแบบว่าที่ตัวตายตัวแทนของสปอร์ตตระกูลนี้มาแล้วหลายปี
บรรดานักขับแนวอนุรักษ์นิยม มักจะตามหารถที่เน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญ และหวังจะให้รถในตระกูลนั้น ออกเจนเนอเรชั่นใหม่มาให้เชยชมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสปอร์ตในตระกูล Toyota MR-2 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความต้องการมากเป็นลำดับต้นๆ ในโลกแห่งสปอร์ตคาร์ เนื่องจากสปอร์ตในตระกูลนี้ เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ด้วยการวางตำแหน่งเครื่องยนต์แบบ Midship Engine อีกทั้งยังเป็นโมเดลที่ยุติการผลิตไปแล้วร่วมๆ 2 ทศวรรษ ตั้งแต่ Toyota MR-S ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 เลิกผลิตไปในปี 2007
ล่าสุด…มีข่าวลือที่น่าสนใจของ Toyota MR-2 เจนเนอเรชั่นต่อไป ว่า อาจจะเริ่มทำตลาดในปี 2026 โดยมีการคาดหมายกันว่า สปอร์ตเครื่องวางกลางคันนี้ จะมีแรงม้าจากโรงงานสูงในระดับ 400 ตัว และจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheels Drive ภายใต้โครงสร้างที่ต่อยอดมาจากรถต้นแบบ Toyota FT-Se ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนามาสำหรับสปอร์ตพลังไฟฟ้า ที่ให้อารมณ์ เส้นสายตัวถัง รวมถึงขนาดในลักษณะเดียวกับ Toyota MR-2 ที่เราคุ้ยเคย
ตามรายงานจาก BestCar นิตยสารรถยนต์ชั่นนำจากประเทศญี่ปุ่น มีการนำเสนอว่า Toyota กำลังวางแผนที่จะใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กับ Toyota MR-2 เจนเนอเรชั่นที่ 4 โดยอาจเลือกจับคู่กับเครื่องยนต์ในพิกัด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังได้ราวๆ 400 แรงม้า สำหรับเวอร์ชั่นที่สามารถใช้งานบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย และขยับกำลังเป็น 600 แรงม้า สำหรับเวอร์ชั่นพร้อมแข่ง ซึ่งทั้งคู่…เป็นรถที่วางเครื่องยนต์ในตำแหน่งกลางลำ ซึ่งนอกจากขุมพลังในพิกัด 2.0 ลิตร เทอร์โบ แล้ว ล่าสุดทางค่าย Toyota กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาขุมพลัง 1.5 ลิตร ร่วมกับทาง Mazda และ Subaru ด้วยเช่นกัน
หากข้อมูลเป็นไปตามนั้นจริง Toyota MR-2 เจนเนอเรชั่นที่ 4 จะกลายเป็น สปอร์ตเครื่องยนต๋สันดาปแท้ๆ ที่ไม่ใช่ทั้งไฮบริดและ EV ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หายากในตลาด ณ ปัจจุบัน แต่ด้วยแนวทางการพัฒนาที่ไม่ทิ้งเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจนของแบรนด์ Toyota ก็ถือว่าความเคลื่อนไหวนี้…ยังพอมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย


