ปิคอัพพลังงานไฮเจน อยู่ในระหว่างการพัฒนาและทดสอบมาร่วมๆ 1 ทศวรรษ จนทำให้คนที่ติดตามการมาของรถยนต์พลังงานใหม่นี้ รู้สึกถึงความยากและโอกาสอันริบหรี่ ที่จะทำให้โปรเจ็คท์สุดท้าทายนี้เกิดขึ้นได้จริง แต่อย่างไรแล้ว Toyota ผู้ผลิตรถยนต์เบอร์ต้นๆ ของโลก ยังคงมุ่งมั่นเทคโนโลยีขุมพลัง ไฮโดรเจน ฟิวเซลส์ (Fuel Cell Electric Vehicle – FCEV) ของตัวเอง พร้อมกับยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เตรียมจะเปิดตัว ปิคอัพขุมพลังไฮโดรเจน Toyota Hilux FCEV อย่างเป็นทางการในปี 2028
การยังคงอยู่ของ Toyota Hilux FCEV ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Multi Pathway Strategy ที่ต้องการพัฒนารูปแบบขุมพลังให้มีความหลากหลาย เพื่อเข้าสู่ยุคของความเป็นกลางทาง คาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่ง Toyota มีความชัดเจนมาตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่ได้มุ่งเน้นที่การพัฒนารถยนต์ในรูปแบบ BEV เพียงอย่างเดียว โดยที่ผ่านมา…ทางค่ายมุ่งเน้นการพัฒนาขุมพลังหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ICE ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน โดยลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริโภคเชื้อเพลิง รวมไปถึงขุมพลังในรูปแบบไฮบริด ทั้ง HEV อันเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเด่นของ Toyota รวมถึง PHEV ที่ล้วนถูกพัฒนาให้มีศักยภาพในการทำงานที่สูงมากขึ้น ซึ่งการมาของ Toyota Hilux FCEV ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกของรูปแบบขุมพลังที่มีความหลากหลาย โดยจะทำตลาดควบคู่ไปกับปิคอัพขุมพลังดีเซลและ BEV ที่มีอยู่ก่อนหน้า
ล่าสุด Toyota เผยแผนการทำตลาด Toyota Hilux FCEV ที่งาน IAA Transportation 2026 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี โดยตั้งเป้าผลิตปิคอัพพลังไฮโดรเจน ฟิวเซล ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Toyota Mirai (ที่ทำตลาดมาอย่างยาวนาน) ภายในปี 2028 เพื่อทำตลาดให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาคการขนส่งในยุโรป ซึ่งการมาของ Toyota Hilux FCEV จะถือเป็นปิคอัพขนาดกลางรุ่นแรกในยุโรป ที่ทำตลาดด้วยขุมพลังไฮโดรเจน ฟิวเซล ซึ่งไม่ใช่แค่การใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในร่วมกับเชื้อเพลิงไฮโดรเจน แต่เป็นการสร้างประฏิกริยาระหว่างก๊าซไฮโดรเจนและออกซิเจน เพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าที่ปราศจากมลพิษ (สิ่งที่เกิดจากการเผาไหม้ คือ น้ำ)![]()
จุดเด่นของ Toyota Hilux FCEV คือ การลดข้อจำกัดในการใช้งานของขุมพลังในรูปแบบ BEV โดยปิคอัพพลังไฮโดรเจน ฟิวเซล คันนี้ ให้ระยะการเดินทางต่อการเติมเชื้อเพลิงเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 248 ไมล์ หรือประมาณ 400 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และมีความสามารถในการลากจูงสูงสุดถึง 5,512 ปอนด์ หรือประมาณ 2,500 กก. ซึ่งเหนือกว่า Toyota Hilux ในรูปแบบ BEV ที่มีระยะการเดินทางต่อชาร์จอยู่ในช่วงประมาณ 150 ไมล์ (241 กม. ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งดูจะยังเป็นข้อจำกัดในการใช้งาน อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพในการลากจูงที่น้อยกว่าเพียง 4,410 ปอนด์ (หรือ 2,000 กก.) ซึ่งส่วนต่าง 500 กก. หรือว่ามีผลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้…สิ่งที่เป็นข้อแตกต่างสำหรับ Toyota Hilux FCEV กับรุ่น BEV ก็คือ ในรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน การชาร์จจาก 10-80% อย่างเร็วที่สุด คือ ใช้เวลา 30 นาที โดยประมาณ แต่สำหรับการเติมก๊าซไฮโดรเจนตามสถานีบริการ จะใช้เวลาเพียง 5 นาที เท่านั้น ถือว่าเป็นการลดข้อจำกัดในการใช้งานที่ต่อเนื่องและเน้นระยะการเดินทางได้อย่างน่าสนใจ แต่อย่างไรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป คงหนีไม่พ้น การพัฒนาระบบรองรับสำหรับการเติมก๊าซไฮโดรเจน ที่ยังคงต้องวางแผนเพิ่มจุดในระยะยาว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานของ รถปิคอัพพลังงานไฮโดรเจน ฟิวเซล ในอนาคต ซึ่งในปี 2028 เราอาจจะได้เห็นการพัฒนาหรือความเคลื่อนไหวที่ดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น !