GAZOO Racing (GR) ประกาศเปิดตัว Toyota GRMN Corolla ที่สุดของรถในสไตล์ Hot Hatch ที่ได้รับการพัฒนาจากสนามแข่ง Nurburgring ประเทศเยอรมนี อันเป็นการถ่ายถอดแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ตระดับสูงสุด ที่ Mr. Morizo ต้องการที่จะส่งต่อสู่ลูกค้าที่หลงใหลความเร็ว โดย Toyota GRMN Corolla จะทำตลาดในจำนวนจำกัด ทั้งในญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ รวมถึงออสเตรเลีย ผ่านแอพลลิเคชั่น GR app ในช่วงปลายปี 2026 ซึ่ง ณ เวลานี้ ตัวรถถูกอวดโฉมอยู่ที่ Fuji Motorsports Forest ประเทศญี่ปุ่น จนถึง 28 มิถุนายนนี้
จากความตั้งใจให้เป็น…รถที่ Morizo ขับแล้วถูกในที่สุดใน Nurburgring
วัตถุประสงค์ของการสร้าง Toyota GRMN Corolla ขึ้นมาก็คือ การออกแบบรถที่สามารถวิ่งได้ในสนาม Nurburgring สังเวียนที่ได้ชื่อว่า โหด หิน และมีความท้าทายมากที่สุดในโลก ได้ในสไตล์ที่นักขับระดับปรมจารย์ Mr. Akio Toyoda ต้องการมากที่สุด (อันเป็นที่มาของชื่อ GRMN หรือ Gazoo Racing tuned by Meister of Nürburgring) ด้วยสภาพพื้นผิวของสนามในแต่ละช่วงที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การปรับเซ็ตรถคันนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งทีมงาน GAZOO Racing ต้องปรับรูปแบบการเซ็ตช่วงล่างให้ตัวรถเผยจุดอ่อนของตัวเองออกมาให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้รถที่สามารถควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง โดยนอกจากจะพัฒนาในสนาม Nurburgring ประเทศเยอรมนี แล้ว Toyota GRMN Corolla ยังถูกนำข้อมูลจากการแข่งขัน Super Taikyu Series มาใช้ในการปรับจูน (เช่นเดียวกับ GR Corolla MY2026 ที่มีการเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังด้วยการเพิ่มแนวกาวจาก 13.9 ม. เป็น 32.7 ม. ให้ตัวถังมีความแข็งแรงและลดการบิดตัว รวมถึงการปรับเรื่องการระบายความร้อน) เพื่อให้ตัวรถลงตัวกับการใช้งานในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ตมากที่สุด

แอโร่ไดนามิคส์จัดเต็มตั้งแต่หัวจรดท้าย เน้นทั้งการสร้างแรงกดที่สูงขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการระบายความร้อน

ล้ออัลลอย Forged จาก BBS พร้อมยกระดับความหนึบแบบสุดๆ ด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18
แอโร่ไดนามิคส์แพคเกจ จากเวทีการแข่งขันระดับชั้นนำ
ข้อดีหลักๆ ของการนำข้อมูลจากการแข่งขัน Super Taikyu Series มาพัฒนา Toyota GRMN Corolla ก็คือ การอัพเกรดเรื่องอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเมื่อตัวรถวิ่งด้วยความเร็วสูง โมเมนตัมในทิศทางต่างๆ ก็ย่อมจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องกาทางให้ล้อทั้ง 4 สร้างแรงกดกับพื้นแทร็กให้ได้มากที่สุด โดยการเพิ่มแรงกดให้กับเซ็ตแอโร่ไดนามิคส์ตั้งแต่หัวจรดท้าย ไม่ว่าจะเป็น ช่องระบายลมบริเวณฝากระโปรงที่เชื่อมต่ออยู่กับกระจังหน้า ให้ผลทั้งในแง่กการระบายความร้อน รวมถึงการสร้างแรงกดทางด้านหน้า เช่นเดียวกับครบระบายอากาศบริเวณทั้งหน้าและหลังซุ้มล้อ ซึ่งมีผลต่อการช่วยลดอาการเฟดของเบรก และการแหวกลมเพื่อให้ตัวรถวิ่งผ่านความเร็วสูงโดยมีแรงต้านน้อยที่สุด ส่วนในด้านท้าย หน้าที่การสร้างแรงกดและจัดการการไหลเวียนของกระแสลมมให้เป็นระเบียบมากที่สุด เป็นของเซ็ตสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเลือกปรับมุมองศาเพื่อสร้างปริมาณของแรงกดได้ถึง 5 ระดับ

Nurburgring ได้ชื่อว่าเป็นสนามแข่งที่ยากและท้ทายที่สุดในโลก หากผ่านสังเวียนนี้ไปได้ การจะเซ็ตรถใหม่วิ่งได้ดีในสนามไหนๆ คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เซ็ตช่วงล่างใหม่ ปรับความคมของพวงมาลัยและระบบขับเคลื่อน เพื่อเสถียรภาพระดับสูงสุด
แน่นอนว่า ด้วยความที่เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิ่งที่ Nurburgring ด้วยแอโร่ไดนามิคส์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปใน คงหนีไม่พ้น การเซ็ตช่วงล่าง ซึ่ง Toyota GRMN Corolla ได้รับการอัพเกรดอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น การอัพเกรดเซ็ตโช้กหน้า-หลัง เป็นแบบ Mono Tube พร้อมปรับเซ็ตค่า K ของสปริงใหม่ ให้เหมาะสมกับการขับขี่ในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ต เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะในขณะเข้าโค้งทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง ซึ่งด้วยสภาพสนาม Nurburgring ที่ขรุขระ ทำให้ช่วงล่างมีโอกาสที่จะเคลื่อนที่ในแนวดิ่งมากกว่าในสนามอื่นๆ (ที่เรียบกว่า) ดังนั้นจึงต้องเซ็ตโช้กอัพให้สามารถหยุดการเต้นของตัวรถให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ระดับมิลลิเมตร) เพื่อให้สามารถเข้าโค้งได้ดีและมีเสถียรภาพสูงสุด และเพื่อขีดสุดเรื่องประสิทธิภาพในการยึดเกาะ ในครั้งนี้ทีมงาน GAZOO Racing เลือกใช้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18 (กว้างกว่ายางสแตนดาร์ด 1 ไซส์) ให้กับ Toyota GRMN Corolla รวมถึงอัพเกรดการทำงานของพวงมาลัยไฟฟ้า EPS เพื่อสร้างแรงบิด (เสริมร่วมกับระบบขับเคลื่อน GR-Four) อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยให้ตัวรถสามารถเข้าโค้งได้คมขึ้นในช่วงแรง G สูงๆ โดยกระจายแรงบิดไปยังล้อต่างๆ อย่างเหมาะสมที่สุด
แรงบิดสูงขึ้น โดยเน้นย่าน Power Band ที่มีผลต่อการแข่งขัน
หากใครยังพอจำกันได้ เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน Toyota เอาจริงเอาจังมาก กับการพัฒนา Toyota GR Corolla ขุมพลังไฮโดรเจน โดยใช้ในการแข่งขันในเวทีต่างๆ มากมาย เช่น Super Taikyu Series (รวมถึงการแข่งขัน Endurance 25 ชั่วโมง ในประเทศไทย) ซึ่งผลที่ได้จากการแข่งขันเหล่านั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญมากสำหรับการพัฒนาศักยภาพของตัวรถ โดยเฉพาะในแง่ความทนทานของเครื่องยนต์ที่ต้องรับภาระหนักอย่างต่อเนื่อง จนถูกนำมาต่อยอดกับ Toyota GRMN Corolla โดย เครื่องยนต์ G16E-GTS พิกัด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ถูกรีดสมรรถนะขึ้นไปอีกขั้น จนมีแรงบิดสูงสุดถึง 415 นิวตัน-เมตร (รุ่นปกติอยู่ที่ 400 นิวตัน-เมตร) ตอบสนองตั้งแต่ 3,600-4,800 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วง Power Band ที่ถูกคิดมาแล้วว่า เป็นย่านรอบที่ใช้บ่อยในสนามแข่ง และสำคัญอย่างยิ่งต่อการเร่งแซง ซึ่งเพื่อให้สามารถเร่งแช่ได้เป็นเวลานานๆ ทาง Toyota จึงเพิ่มระบบฉีดน้ำที่อินเตอร์คูลเลอร์เข้ามา (ตั้งแต่ GR Corolla MY2026) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของไอดีก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้

เป็นสไตล์ของ GR Car ที่ห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย แต่รวมๆ ก็ถือว่าได้ความหรูหรากว่ารุ่นน้อง GR Yaris อย่างชัดเจน
ห้องโดยสารระดับคิดมาเยอะ ขับแข่งก็ได้ ขับใช้งานก็ยังสะดวก
ด้วยความที่เป็นรถที่ใกล้เคียงเวอร์ชั่นแข่งขัน เบาะหลังของ Toyota GRMN Corolla จึงถูกถอดออกเพื่อลดน้ำหนัก โดยทั้งหมดทั้งมวลของชิ้นส่วนที่ใช้ และถูกกำจัดออกไป ส่งให้ตัวรถเวอร์ชั่นพิเศษนี้ มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นปกติถึง 30 กก. ซึ่งเรียกว่า เป็นการเน้นการขับขี่ในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มสูบ การจัดวางพื้นที่คอนโซล เน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมตัวรถ (อ้างอิงจากตำแหน่งผู้ขับขี่ในการแข่งขัน Super Taikyu Series) โดยคอนโซ,และเสา A ห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่คุณภาพสูง สลับกับชิ้นส่วนคาร์บอน ที่ส่งตรงจากแผนกเฉพาะทางในโรงงาน Motomachi ของ Toyota Motor Corporation ซึ่งในภาพรวมถือว่าประณีตกว่ารุ่นน้อง GRMN Yaris เบาะนั่งมาในรูปแบบกึ่ง Bucket Seat ที่ทำจากโพลิเมอร์และเส้นใยไฟเบอร์ ให้ทั้งความสบายขณะใช้งาน และมีความกระชับที่เพียงพอในระดับที่สามารถรองรับแรง G จากการแข่งขัน (ต่างกับ GRMN Yaris ที่มาในรูปแบบ Full Bucket Seat ไม่สามาถปรับเอนได้) ซึ่งด้วยการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิจดจ่อกับการแข่งขันได้อย่างยาวนาน ก่อนเพิ่มแรงดึงดูดด้วยความพิเศษ ทั้ง แผงหน้าปัดที่มีลายเซ็น Morizo, แผงประตูและหัวเกียร์ที่เน้นสีแดงอะลูไมต์ และเพลทกำกับตัวเลขการผลิต Toyota GRMN Corolla
ออพชั่นพิเศษใน Toyota GRMN Corolla
| GRMN Corolla (JDM Spec) | |
| Mechanism |
|
| Exterior |
|
| Interior |
|
เทียบความแตกต่าง Toyota GRMN Corolla และ GR Corolla MY2026
| GRMN Corolla (Prototype) | GR Corolla RZ (MY2026) | ||
| Length [mm] | 4,410 | 4,410 | |
| Width [mm] | 1,850 | 1,850 | |
| Height [mm] | 1,475 | 1,480 | |
| Wheelbase [mm] | 2,640 | 2,640 | |
| Track (front / rear) [mm] | 1,590 / 1,620 | 1,590 / 1,620 | |
| Occupancy | 2 | 5 | |
| Weight [kg] | 1,450 | 1,480 (with iMT) 1,500 (with Direct Automatic Transmission) | |
| Engine | G16E-GTS | G16E-GTS | |
| Displacement [liters] | 1,618 | 1,618 | |
| Type | In-line 3-cylinder with turbo and intercooler | In-line 3-cylinder with turbo and intercooler | |
| Bore x stroke [mm] | 87.5 x 89.7 | 87.5 x 89.7 | |
| Max. output [kW] | 224 | 224 | |
| Max. torque [N・m] | 415 | 400 | |
| Transmission | iMT (6-speed manual transmission / close-ratio transmission) | iMT (6-speed manual) / GAZOO Racing Direct Automatic Transmission | |
| Driveline | GR-FOUR (active torque-split 4WD) | GR-FOUR (active torque-split 4WD) | |
| Suspension | Front | Strut with coil springs | Strut with coil springs |
| Rear | Double wishbone with coil springs | Double wishbone with coil springs | |
| Shock absorbers | Front | Inverted monotubes (with internal rebound springs) | Twin tubes (with internal rebound springs) |
| Rear | Upright monotubes (with internal rebound springs) | Twin tubes (with internal rebound springs) | |
| Wheels | Forged, Matte Bronze (with GR logo) | Forged, Metal Star Titanium Black paint | |
| Tires | 245/40ZR18 Michelin Pilot Super Sport Cup 2 | 235/40R18 YOKOHAMA ADVAN APEX V601 | |







