เรียกได้ว่า สะเทือนไปอีกดอก หลัง Mr. Koji Sato ผู้บริหารสูงสุดของแบรนด์ Toyota ออกมาเผยแนวทางการพัฒนารถยนต์ของตัวเองในอนาคต ในงานแถลงผลประกอบการ ก่อนที่จะเปิดตัว Toyota RAV4 เจนเนอเรชั่นที่ 6 อย่างเป็นทางการ โดยเขาได้กล่าวกลางงานว่า “รถยนต์ จะไม่เรียกว่ารถ…ถ้าขับไม่สนุก” ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่สวนกระแสการพัฒนาของรถยนต์ในยุคปัจจุบัน ที่เน้นการใช้พลังงานอย่างประหยัด และต้องลดการปล่อยมลพิษ เพื่อเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
ก่อนหน้านี้ Toyota เคยถูกมองว่าเป็นแบรนด์รถที่ Play Safe เน้นออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องความยืดหยุ่น ทนทาน ประหยัด ใช้งานง่าย แต่อย่างไรกก็ตา หากพูดถึงเรื่องอรรถรสในการขับขี่แล้ว แบรนด์นี้ยังถือว่าเป็นรองคู่แข่งทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป หรือแม้แต่จีน ที่สร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม…ความรู้สึกเหล่านั้นเริ่มหายไปในยุคที่ CEO ผู้คลั่นไคล้มอเตอร์สปอร์ตแบบเข้าเส้นเลือดอย่าง Mr. Akio Toyoda ประกาศปรับทิศทางการพัฒนาของแบรนด์ในช่วงปี 2017 โดยทำรถที่ขับสนุก มีสมรรถนะสูง นำโดยตระกูลแรงในซีรีส์ Gazoo Racing ควบคู่ไปกับรถใช้งานที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านพละกำลังให้สูงขึ้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Toyota ให้กลับมามีความสดใหม่ เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้นตามไปด้วย
หลังการวางมือจากตำแหน่ง CEO ของ Mr. Akio Toyoda (สู่ประธานบริษัท) ในปี 2023 ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้เข้ามารับช่วงต่อ มีแนวความคิดในทิศทางเดียวกับ CEO คนก่อน โดย Mr. Koji Sato มองว่า “Toyota อาจไม่สามารถทำยอดขายในระดับแนวหน้าของโลกได้อีกต่อไป ! หากแบรนด์ยังทำได้แค่การปรับดีไซน์ และอัตราสิ้นเปลืองให้ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คงหนีไม่พ้น การสร้างรถที่รูปแบบที่ผู้ใช้รู้สึกหลงใหล เช่นเดียวกับการขับสปอร์ตคาร์ Gazoo Racing มาใช้ (ซึ่งผู้ใช้อาจไม่รู้สึกกับรถในรูปแบบอื่นๆ)” ซึ่ง Mr. Koji Sato พยายามปลูกฝั่งความคิดเหล่านี้ให้กับทีมพัฒนาในแต่ละทีม เพื่อต่อยอดสู่แนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแบรนด์ Toyota ในอนาคต
ในรอบกว่าทศวรรษ ที่ผ่านมา Toyota ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจหลายประการ ตั้งแต่ Mr. Akio Toyoda เข้ามาบริการในปี 2009 ซึ่ง ณ เวลานั้น ทางค่ายอยู่ในระหว่างประสบปัญหา การเรียกคืนรถจากข้อบกพร่อง หลังจากที่พยายามจะสร้างยอดขาย ให้กลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 มากจนเกินไป เป็นที่มาของแผนฟื้นฟูที่เน้นการให้ความสำคัญกับคุณภาพตัวรถ รวมถึงพัฒนารถที่ขับสนุกขึ้นมาควบคู่กัน ซึ่งหลังจากดำรงตำแหน่งไม่นาน ก็มีการเผยโฉมรถต้นแบบ FT-86 ออกมา และกลายมาเป็น Toyota 86 และ Subaru BRZ เจนเนอเรชั่นแรก ในที่สุด และด้วยความหลงใหลในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตของ Mr. Toyoda ก่อให้เกิดแผนก GR ในปี 2017 จนเป็นที่มาของ Toyota GR Yaris, GR Corolla, GR Supra และ GR 86 ในที่สุด
นอกจากทั้ง 4 รุ่น ในตระกูล GR ที่กล่าวไปแล้ว ความน่าตื่นเต้นในวงการมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ Toyota ยังไม่หยุดแค่นั้น โดยหากยังจำกันได้…ในงาน Tokyo Auto Salon เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางค่ายได้เปิดตัว Toyota GR GT3 Concept ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ได้รับการยืนยันแล้วว่า สปอร์ตผู้นี้ จะไม่ใช่รถที่ทำขายเฉพาะในการแข่งขัน แต่จะมีเวออร์ชั่นถนนสำหรับสาย Collector ได้ครอบครองด้วยเช่นกัน โดยอาจจะทำตลาดภายใต้แบรนด์ Lexus นอกจากนี้…สปอร์ตในตำนานอย่าง Toyota Supra จะยังคงอยู่ต่อไป แม้ว่าจะหมดยุคของเจนเนอเรชั่นที่พัฒนาร่วมกับ BMW ไปแล้ว เช่นเดียวกับรถในตระกูล Celica และ MR-2 ที่ยังจะไได้ไปต่อ หากเทียบกับรถต้นแบบที่ Toyota ได้เผยออกมาก่อนหน้านี้