เชื่อว่าผู้ใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หลายๆ คนคงเคยสังเกต เวลาที่เราเปลี่ยนยาง หรือซื้อยางใหม่ ยางรถยนต์ ยางมอเตอร์ไซค์ เหล่านั้น มักจะมีขนเส้นเล็กๆ แทรกซึมอยู่ทั่วทั่วไป ทั้งในบริเวณหน้ายาง ที่เป็นจุดสัมผัสกับพื้นถนน รวมถึงบริเวณแก้มยางอันเป็นส่วนหนึ่งในการรับน้ำหนัก เส้นขนเล็กๆ ที่ยางรถยนต์เหล่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว มันคือ อะไร ? มีคุณสมบัติพิเศษและประโยชน์ในแง่การใช้งานอย่างไร หรือเป็นแค่ร่องรอยจากการผลิต ? ในครั้งนี้…เราไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย !
ก่อนจะคลายข้อสงสัยในครั้งนี้ เราลองไปทำความเข้าใจกับขั้นตอนการผลิต ยางรถยนต์ ยางมอเตอร์ไซค์ ให้เห็นภาพแบบคราวๆ กันก่อน โดยขั้นตอนในการผลิตยางรถยนต์นั้น เริ่มตั้งแต่การนำน้ำยางดิบจากธรรมชาติ (หรือยางสังเคราะห์) มาผสมเข้ากับสารเคมีต่างๆ ภายในห้องที่ถูกรวบคุมอุณหภูมิและแรงดัน เพื่อให้การผสมทำได้อย่างทั่วถึงและมีความสม่ำเสมอ ได้คุณสมบัติของเนื้อยาง ทั้งในด้านความทนทาน รวมถึงประสิทธิภาพในการยึดเกาะ อย่างที่ต้องการ ซึ่งแน่นอนว่า ยางแต่ละรูปแบบ ก็จะมีสูตรเนื้อยางที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทการใช้งาน จากนั้น…เนื้อยางที่ผสมเรียบร้อยแล้ว จะถูกนำไปบดให้เป็นแผ่นยาว พร้อมกดอัดให้เรียบตามหน้ากว้างและความหนาที่ต้องการด้วยเครื่องฉาบผ้าใบ (Calender Machine) เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการขึ้นรูป

ยางที่ถุกผสมเรียบร้อยแล้ว จะถูกนำไปรีดเป็นเส้น เพื่อให้ได้ความกว้างและความหนาที่ต้องการ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูป
หลังจากที่ได้แผนยางที่ถูกบดอัดในขนาดที่ต้องการแล้ว ยางจะถูกนำมาขึ้นรูปด้วยเครื่องสร้างยางที่มีลักษณะคล้ายวงล้อ พร้อมประกอบเข้ากับชิ้นส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น แก้มยาง ชั้นผ้าใบและเส้นลวด เพื่อผลิตเป็น ยางรถยนต์ ยางมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า Vulcanization และ การอบยาง เพื่อปรับสภาพของเนื้อยาง จากที่เป็นเนื้อนิ่ม ให้กลายมาเป็นยางที่มีเนื้อที่แข็งมากขึ้น ไม่เหนียวหรือเสียรูปง่าย เมื่อต้องเจอกับความร้อน หรือการเสียดสีอย่างรุนแรง โดยลดความยืดหยุ่นภายในเนื้อยางให้น้อยลง ซึ่งในขั้นตอนนี้ จะถูกควบคุมอุณหภูมิ ความดัน รวมถึงระยะเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้ขั้นตอนการทำปฏิกริยา Vulcanization ออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด

ขึ้นรูป อบยาง พร้อมปั๊มด้วยกรรมวิธี Vulcanization เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในโมเลกุล และสร้างดอกยางเพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะ
Vulcanization เป็นเสมือนการเพิ่มแรงยึดเกาะของพันธะที่เชื่อมกันในแต่ละโมเลกุลของเนื้อยาง พร้อมทั้งไล่ฟองอากาศภายในแม่พิมพ์ โดยใช้ความร้อน กำมะถัน และสารเร่งปฏิกริยา ซึ่งเมื่อคอนดิชั่นทุกอย่างเหมาะสม ยางจะกลายสภาพจากยางดิบเป็นยางสุก หรือยางที่สามารถคงรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทนต่อแรงดึง การเสียดสี และความร้อย โดยสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ขั้นตอนการ Vulcanization เป็นไปอย่างสมบูรณ์ก็คือ การไล่อากาศที่แทรกอยู่ระหว่างเนื้อยางกับตัวแม่พิมพ์ จึงต้องมีการเจาะรูเล็กๆ เพื่อระบายอากาศออกในขณะที่ยางถูกกดอยู่ในแม่พิมพ์ ส่งผลให้ยางเนื้อนุ่มบางส่วนที่ถูกบีบอัด ไหลออกมาตามรูระบายอากาศดังกล่าว จนกลายมาเป็น เส้นขนที่ผิวยาง อย่างที่เราเห็นนั่นเอง

Treadware ตัวเลขที่บอกคุณสมบัติด้านสมรรถนะ รวมถึงประสิทธิภาพความทนทานของเนื้อยาง เลขยิ่งน้อย เนื้อยางยิ่งนุ่ม การยึดเกาะยิ่งดี แต่ก็อายุการใช้งานสั้น
มาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเห็นภาพ และได้คำตอบในใจระดับหนึ่งแล้วว่า เส้นขนที่ผิวยาง ไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะ การช่วยลดเสียงรบกวน หรือการรีดน้ำอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นตำหนิหรือร่องรอยที่เกิดจากการผลิต ที่ไม่จำเป็นจะต้องกังวลกับมันมากนัก ซึ่งบางคนถึงกับตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องกำจัดขนเหล่านี้ออกไหม ? เพื่อให้ยางสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในความเป็นจริงแล้ว เส้นขนบริเวณหน้ายางที่สัมผัสกับพื้นถนน จะค่อยๆ หายไปหลังจากยางถูกใช้งานไปสักระยะ คงเหลือเฉพาะเส้นขนบริเวณหน้ายางที่ไม่ได้มีผลต่อการขับขี่ รวมถึงในแง่ความทนทานของตัวยาง ดังนั้น…จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสนใจ เส้นขนที่ผิวยาง เหล่านี้มากนัก โดยสิ่งปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ หรือความทนทานของยาง ให้ดูจากค่า Trade Wear อันเป็นตัวเลขที่บอกถึงความทนทาน ตัวเลขยิ่งมาก ความทนทานยิ่งสูง ซึ่งอาจสวนทางกับความสามารถในการยึดเกาะ ตรงข้ามกับยางที่มีค่า Treadwear ต่ำ ความสามารถในการยึดเกาะจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น จากเนื้อยางที่มีความนุ่ม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอายุการใช้งานของยางที่สั้นลงตามลำดับ โดยสามารถสังเกตอายุการใช้งานของยางได้แบบง่ายๆ ด้วย เส้นสะพานยาง หรือ จุด (สำหรับยางบางประเภท เช่น ยาง Slick Tire)

สำหรับยางบางแบรนด์ อาจมีการตัดแต่ง หรือเก็บรายละเอียด เส้นขนที่ผิวยาง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีภาพลักษณ์ที่ดูเรียบร้อย พรีเมี่ยมมากขึ้น
เส้นขนที่ผิวยาง แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพ แต่อย่างไรแล้ว นี่คือ สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยางเส้นนั้นได้รับการผลิตอย่างสมบูรณ์ในมาตรฐานระดับสูง ไม่มีฟองอากาศ สิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งปกติใดๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้ยางเสื่อมสภาพ เช่น บวม หรือ ฉีกขาด ก่อนถึงเวลาอันควร นั่นเอง…หากมีสิ่งใดที่เห็นแล้วชวนสงสัย หรืออยากให้ #ทีมขับซ่า นำเสนอเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องใดๆ สามารถแลกเปลี่ยนเข้ามาในแฟนเพจได้เลย เรายินดีนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกท่านอย่างต่อเนื่องครับ





