The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Hyundai Mobility Thailand ที่ไม่ได้สะท้อนเพียงการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์นำเข้าสู่การประกอบในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ตระกูล IONIQ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านการนำเอกลักษณ์ของแบรนด์ N มาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ด้วยดีไซน์สปอร์ต เทคโนโลยีทันสมัย และสมรรถนะที่พร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 Hyundai Mobility (Thailand) Co., Ltd. ได้ทำการประกาศเปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ The new 2026 IONIQ 5 N Line ณ IONIQ Lab อาคาร True Digital Park ฝั่ง West
The new 2026 IONIQ 5 N Line ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Never Ordinary” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ N Line ผ่านชุดแต่งภายนอกและห้องโดยสาร พร้อมติดตั้งสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ แบตเตอรี่ความจุ 84 กิโลวัตต์ รองรับการชาร์จแบบ Ultra-fast Charging และเทคโนโลยี Hyundai SmartSense รวมถึง Hyundai Bluelink ที่พร้อมเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
The new IONIQ 5 N Line
- ราคา 1,399,000 THB* (จากราคาปกติ 1,699,000 THB)
*ส่วนลด 300,000 THB สำหรับ 400 ท่านแรกเท่านั้น
สีตัวถัง
- สีขาว Optic White
- สีเทา Titan Gray Metallic
- สีดำ Midnight Black Pearl
มิติตัวถัง (Dimension)
- ความยาว 4,655 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,605 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มิลลิเมตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระ 520 ลิตร (1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง)
ระบบต้นกำลัง (Powertrain)
- มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor (มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร) ขนาด 168 กิโลวัตต์ กำลังสูงสุด 225 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร
- ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive)
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (แบบระบายความร้อนด้วยของเหลว)
- ความจุแบตเตอรี่ 84 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
- ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
- อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบกันสะเทือน (Suspension System)
- ด้านหน้าแบบ MacPherson Strut
- ด้านหลังแบบ Multi-link
- ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ
- ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ขนาด 255/45 R20 ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line
ระบบชาร์จ (Charging)
- รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charge) สูงสุด 10.5 กิโลวัตต์
- ชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charge) จาก 10-100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที
- รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 350 กิโลวัตต์ (รองรับระบบไฟฟ้าแรงดัน 400 โวลต์ และ 800 โวลต์)
- ชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC Change) จาก 10-80 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาประมาณ 18 นาที
- หัวชาร์จมาตรฐาน CCS Type 2
รูปแบบการขับขี่ (Drive Mode)
- Eco
- Normal
- Sport
- My Drive
- Snow
* มีระบบ Regenerative Braking ปรับระดับการหน่วงพลังงานได้ผ่าน Paddle Shift หลังพวงมาลัย
อุปกรณ์ภายนอก
ชุดตกแต่ง N Line รอบคัน
- กันชนหน้าและกันชนหลังดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line
- สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต
- ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line
- ไฟหน้า Parametric Pixel LED
- ไฟท้าย Parametric Pixel LED
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
- หลังคากระจก Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
- ช่องระบายอากาศด้านหน้า Active Air Flap
- กระจกบังลมหน้าและกระจกประตูคู่หน้าแบบ Acoustic Glass
- มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์
- ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Smart Power Tailgate
อุปกรณ์ภายใน
- เบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N
- เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า
- เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศและระบบทำความร้อน
- เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity พร้อมที่พักขา
- พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ N Line พร้อมโลโก้ N และด้ายสีแดง
- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว
- หน้าจอระบบเครื่องเสียงและความบันเทิงแบบสัมผัส ขนาด 12.3 นิ้ว
- รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto
- ระบบเสียง BOSE Premium Sound พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- คอนโซลกลางแบบ Universal Island เลื่อนหน้า-หลังได้
- ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Mood Lighting 64 สี
- แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 5 ตำแหน่ง
- ระบบ Vehicle-to-Load (V2L) กำลังไฟสูงสุด 3.6 กิโลวัตต์
- Hyundai Bluelink Connected Car Services*
- รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ Over-the-Air (OTA)
ระบบความปลอดภัย (Safety)
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
- ระบบเสริมแรงเบรก (BAS)
- ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ (VSM)
- ระบบเบรกหลายจังหวะเมื่อเกิดการชน (MCB)
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
- ระบบจำลองเสียงรถเพื่อเตือนผู้ใช้ถนน (VESS)
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Hyundai SmartSense)
Hyundai SmartSense มีมาถึง 17 ระบบด้วยกัน
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวอัตโนมัติ (Smart Cruise Control with Stop & Go: SCC)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Forward Collision-avoidance Assist: FCA)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเลี้ยวที่ทางแยก (Forward Collision-avoidance Assist with Junction Turning: FCA-JT)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist: LKA)
- ระบบช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Following Assist: LFA)
- ระบบช่วยเตือนและป้องกันการชนจากจุดอับสายตา (Blind-spot Collision-avoidance Assist: BCA)
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาบนหน้าจอมาตรวัด (Blind-spot View Monitor: BVM)
- ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง เมื่อมีรถตัดผ่าน (Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist: RCCA)
- ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยเข้าจอด (Reverse Parking Collision-avoidance Assist: PCA-R)
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Surround View Monitor: SVM)
- ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง (Parking Distance Warning: PDW)
- ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist: HBA)
- ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถหรือวัตถุเคลื่อนผ่านด้านข้าง (Safe Exit Warning: SEW)
- ระบบตรวจจับและเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Warning: DAW)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าขับเคลื่อนตัว (Leading Vehicle Departure Alert: LVDA)
- ระบบแจ้งเตือนให้ตรวจสอบผู้โดยสารตอนหลัง (Rear Occupant Alert: ROA)
- ระบบช่วยจำกัดความเร็ว (Manual Speed Limit Assist: MSLA)
การรับประกัน (Warranty)
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 5 ปี
จุดเด่นที่เพิ่มขึ้นจาก IONIQ 5 รุ่นเดิม
สำหรับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย นอกจากจะได้รับการปรับบุคลิกให้มีความสปอร์ตมากขึ้นแล้ว ยังมีการอัปเกรดทั้งด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ และความสะดวกสบายจากรุ่น IONIQ 5 Exclusive (Long Range) เดิม เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
| รายการ | The new 2026 IONIQ 5 N Line |
| แหล่งผลิต | ประกอบประเทศไทย (CKD) |
| ดีไซน์ภายนอก | ชุดตกแต่ง N Line รอบคัน พร้อมกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์ใหม่ |
| ล้ออัลลอย | ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line |
| หลังคา | Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า |
| ห้องโดยสาร | พวงมาลัย N Line และเบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N |
| ความจุแบตเตอรี่ | เพิ่มจาก 72 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็น 84 กิโลวัตต์-ชั่วโมง |
| ระยะทางขับขี่สูงสุด | เพิ่มเป็น 591 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) |
| สถาปัตยกรรมไฟฟ้า | ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ |
| ระบบชาร์จเร็ว | รองรับ DC Fast Charging สูงสุด 350 กิโลวัตต์ ชาร์จ 10–80% ภายในเวลาประมาณ 18 นาที |
| ระบบเชื่อมต่อ | Hyundai Bluelink Connected Car Services เปิดให้ใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย |
| การอัปเดตซอฟต์แวร์ | รองรับการอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) |
| ฟังก์ชันจ่ายไฟ | Vehicle-to-Load (V2L) รองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 3.6 กิโลวัตต์ |
| ระบบความปลอดภัย | Hyundai SmartSense พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ 17 ฟังก์ชัน |
| การรับประกัน | รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร |
เปรียบเทียบ IONIQ 5 Exclusive (Long Range) กับ The new 2026 IONIQ 5 N Line
| รายการ | IONIQ 5 Exclusive (Long Range) | The new 2026 IONIQ 5 N Line |
| แหล่งผลิต | นำเข้าทั้งคัน (CBU) | ประกอบประเทศไทย (CKD) |
| ดีไซน์ภายนอก | ดีไซน์มาตรฐาน | ชุดแต่ง N Line รอบคัน พร้อมกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์ใหม่ |
| ล้ออัลลอย | 19 นิ้ว | 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line |
| หลังคา | หลังคาเหล็ก | Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า |
| พวงมาลัย | ดีไซน์มาตรฐาน | พวงมาลัย N Line พร้อมด้ายสีแดง |
| เบาะนั่ง | เบาะหนังสังเคราะห์ | เบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N |
| ความจุแบตเตอรี่ | 72 กิโลวัตต์-ชั่วโมง | 84 กิโลวัตต์-ชั่วโมง |
| ระยะทางขับขี่สูงสุด (มาตรฐาน NEDC) | 481 กิโลเมตร | 591 กิโลเมตร |
| ระบบไฟฟ้า | 800 โวลต์ | 800 โวลต์ |
| ระบบชาร์จเร็ว DC | สูงสุด 350 กิโลวัตต์ | สูงสุด 350 กิโลวัตต์ |
| Hyundai Bluelink | ไม่มี | มี (ครั้งแรกในประเทศไทย) |
| OTA (Over-the-Air) | ไม่มี | รองรับ |
| Vehicle-to-Load (V2L) | มี | มี |
| ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ | Hyundai SmartSense | Hyundai SmartSense 17 ฟังก์ชัน |
| การรับประกัน | 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร | 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร |
การเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าของ Hyundai เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ผ่านการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ แบตเตอรี่ความจุ 84 kWh ระบบ Hyundai Bluelink และอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน มาผสานเข้ากับดีไซน์สปอร์ตในแบบ N Line ได้อย่างลงตัว
ขณะเดียวกัน การประกอบภายในประเทศยังช่วยให้ Hyundai สามารถนำเสนอราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นนำเข้า พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยการรับประกันคุณภาพรถและแบตเตอรี่ รวมถึงบริการหลังการขายที่ครอบคลุม จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจ The new 2026 IONIQ 5 N Line สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทดลองขับ หรือรับข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวได้ที่โชว์รูม Hyundai ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป










