Tesla แบรนด์รถ EV ชั้นนำ เปิดตัวซีดานและรถอเนกประสงค์ขวัญใจมหาชน Model 3 และ Model Y ในรุ่นย่อย Standard RWD โดยภาพรวมของการอัพเกรดในครั้งนี้ ก็เพื่อให้สาวกของแบรนด์ สามารถเข้าถึงความเป็น Tesla ได้ง่ายมากขึ้น ด้วยการตัดอุปกรณ์ ออพชั่นที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อที่จะกดค่าตัวเริ่มต้นให้ต่ำลงกว่ารุ่นที่ทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน โดยในส่วนของ Model 3 Standard RWD มีราคาเริ่มต้นที่ $38,630 หรือราว 1.25 ล้านบาท และ Model Y Standard RWD มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $41,630 หรือราว 1.35 ล้านบาท โดยทั้ง 2 รุ่น มีราคาถูกกว่ารุ่นเริ่มเดิม $5,500 และ $5,000 หรือประมาณ 1.78 และ 1.62 แสนบาท ตามลำดับ
Tesla Model 3 Standard RWD รุ่นเริ่มต้นกับล้อ 18 นิ้ว กระจกมองหลังแบบปรับมือ
รายละเอียดของ Tesla Model 3 Standard RWD คือ ภายนอกมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, ใช้กระจกมองข้างแบบสแตนดาร์ด (พับด้วยมือ) โดยมีสีตัวถังมาให้เลือก 3 สี ประกอบไปด้วย สีขาว, ดำ และสีเทา ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นการตกแต่งที่เรียยง่าย ด้วยการใช้เบาะนั่งพร้อมแผงภายในที่บุด้วยผ้า ไม่มีระบบระบายอากาศที่เบาะมาให้ ไม่มีไฟส่องสว่างภายใน พวงมาลัยมาในรูปแบบปรับด้วยมือ และไม่มีกระจกมองหลังมาให้ โดย Tesla Model 3 Standard RWD ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยว ที่ล้อคู่หลัง รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 516 กม. ตามมาตรฐาน WLTP จากแบตเตอรี่ขนาด 69.5 kWh โดยซีดานพลังไฟฟ้ารุ่นนี้ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 5.8 วินาที
ชาร์จ DC สูงสุด 225 kW และวิ่งได้ไกลสุด 516 กม. ต่อชาร์จ
นอกจากนี้ Tesla Model 3 Standard RWD ยังมาพร้อมชุดช่วงล่างที่แตกต่างจาก Model 3 ที่เคยทำตลาดมา โดยมาในพร้อมโช้กอัพแบบสแตนดาร์ด และจะไม่มีระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย Autosteer มาให้ (แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถซื้อระบบ Full-Self Driving เพิ่มได้ ในราคา $8,000 หรือราว 2.6 แสนบาท) ซึ่ง Tesla Model 3 Standard RWD สามารถรองรับ DC Charge กำลังสูงสุดเพีนง 225 kW นั่นทำให้ซีดานรุ่นเริ่มต้นนี้ ชาร์จ 15 นาที วิ่งได้ 273 กม. ต่างจากเดิมรุ่นเริ่มเดิมที่ชาร์จ 15 นาที วิ่งได้ไกล 314 กม. ด้วยความเร็วในการชาร์จสูงสุด 250 kW
ออพชั่นหลายอย่างหายไป กับราคาเริ่มต้นที่ถูกลง $5,000 หรือประมาณ 1.62 แสนบาท
สำหรับออพชั่นที่หายไปใน Tesla Model Y Standard RWD ประกอบไปด้วย แถบไฟหน้าที่ถูกตัดออกไป เหลือเพียงดีไซนืไฟหน้าที่เรียบง่ายมากขึ้น, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ รวมถึงเบาะหนัง ซึ่งถูกทดแทนด้วยเบาะผ้า นอกจากนี้ ออพชั่นภายในห้องโดยสารบางอย่าง ยังถูกตัดออกไปเช่นกัน ทั้งการเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยแบบปรับทิศทางด้วยมือ, ตัดระบบระบายอากาศที่เบาะคู่หน้า ในส่วนของหน้าจอตอนหลังขนาด 8.0 นิ้ว ถูกตัดออกไป เหลือเพียงหน้าจอสัมผัสขนาด 15.4 นิ้ว บริเวณคอนโซลหน้าเท่านั้น โดยในส่วนของล้ออัลลอย จากเดิมเริ่มต้นที่ขนาด 19 นิ้ว แต่สำหรับ Tesla Model Y Standard RWD จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (โดยมีล้อ 19 นิ้ว มาเป็นออพชั่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม) ซึ่งในรุ่นย่อยนี้ มีตัวถังให้เลือก 3 สี คือ เทา Stealth Grey, ขาว Pearl White (+$1,000 หรือราว 3.2 หมื่นบาท) และ Diamond Black (+$1,500 หรือราว 4.8 หมื่นบาท)
แบตเตอรี่ 69.5 kWh จับคู่มอเตอร์ขับเคลื่อน 300 แรงม้า
Tesla Model Y Standard RWD มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง กำลัง 300 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.8 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 69.5 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 516 กม. ตามมาตรฐาน WLTP (หากเทียบกับรุ่น Model Y Long Range เดิม สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ด้วยเวลา 5.7 วินาที และทำระยะทางต่อชาร์จ 574 กม. ตามมาตรฐาน WLTP)
Q: มีการออกแบบหรือสเปกเฉพาะที่เด่นของรุ่น RWD อย่างไร?
A:
การจัดวางมอเตอร์ที่เพลาล้อหลัง ช่วยให้แรงบิดส่งผ่านได้ตรงและควบคุมง่าย
ระบบชาร์จไฟ AC และ DC มีมาตรฐานที่ Tesla รองรับทั่วโลก เช่น Supercharger
แบบโครงสร้างรถยังคงใช้โครงสร้างตัวถัง, ระบบช่วงล่าง, อุปกรณ์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ที่เป็นมาตรฐานของ Model 3 ซีรีส์
Q: ข้อดีและข้อจำกัดของรุ่น Standard RWD มีอะไรบ้าง?
A:
ข้อดี
ราคาประหยัดที่สุดในกลุ่ม Model 3
โครงสร้างไม่ซับซ้อน การบำรุงรักษาง่ายกว่า
น้ำหนักเบากว่าเวอร์ชันขับเคลื่อนทั้งสองล้อ
ข้อจำกัด
อัตราเร่งและความเร็วสูงสุดอาจด้อยกว่าเวอร์ชันที่แรงกว่า (เช่น AWD / Performance)
ระยะทางขับขี่ภายใต้การใช้งานจริงอาจถูกจำกัดตามสภาพถนน, การขับเคลื่อน, อุณหภูมิ ฯลฯ
ฟีเจอร์บางอย่างในรุ่นสูงอาจถูกตัดออกเพื่อประหยัดต้นทุน