Home »  กลับมาอีกครั้ง กับของมีค่า …เทปคาสเซ็ทตามกระแสเรโทร ย้อนยุค

 กลับมาอีกครั้ง กับของมีค่า …เทปคาสเซ็ทตามกระแสเรโทร ย้อนยุค

by Kookkook

ความหลังสมัยจีบสาวของ “ปล้อน”

 กลับมาอีกครั้งกับการเล่นเทปคาสเซ็ทตามกระแสเรโทร ที่ว่ากันทั้งแบบ “งม” หามาฟื้นสภาพ และย้อนยุคแต่เปลือก ส่วนไส้ในปรับ แปลง ใส่ไฮเทคไว้เพียบเพราะนำมาผลิตใหม่ขายดีอยู่ขณะนี้  มันกำลังเดินรอยตามกระแสการกลับมาของเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเอง 

 ‘เกิดขึ้น’

 การเล่นเทปนั้นถูกพัฒนาครั้งแรกต้นยุค 1960  มาในแบบเทปม้วนหรือโอเพ่นรีล (Open reel) เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือจากการเล่นแผ่นเสียง ในช่วงแรกนั้นคุณภาพเสียงถือว่าห่วย ใช้ในการอัด บันทึกคำพูด ข่าวเป็นหลัก ต่อมาพัฒนาให้เล็กลง เป็นตลับคาสเส็ท จุดเด่นคือเล็กกระทัดรัด เบา นำไปไหนมาไหนได้  มีการปรับปรุงเนื้อเทป หัวเล่น หัวอัด ให้มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ตลาดเติบโต เพราะนักเล่นเครื่องเสียงยอมรับ หันมานิยม ชมชอบในคุณภาพเสียง ที่แม้จะเป็นรองเทิร์นเทเบิ้ล แต่ก็สะดวก ก็อปปี้ได้ วงการเพลงหันมาผลิตจำนวนมาก 

‘ตั้งอยู่’ 

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ได้เกิดขึ้นคือตอนที่ SONY ทำออกมาเป็นวอล์คแมน(Walkman) ตอนปี 1979 แรกๆนั้นเน้นการเล่นเป็นหลัก ตอนหลังเพื่มการอัดบันทึกเสียง ใส่ภาครับวิทยุเข้าไป วัยรุ่น นักศึกษายุคนั้นพกติดตัวกันเป็นแถว มีทั้งรุ่นที่เสียบหูฟังได้ 2 ชุด ฟังร่วมกันเป็นคู่ มีปุ่มกดให้ลดเสียงดนตรีลง เวลาต้องการสนทนากัน คุณภาพเสียงจัดว่า ‘ดีมาก’ จึงมีการทำเครื่องเล่นแนวอล์คแมนออกมาขายอีกหลายยี่ห้อ อย่าง SANYO, AIWA, JVC, PANASONIC, SHARP รวมทั้งยี่ห้อเฮงซวยวางขายเกลื่อนริมถนน อีกมากมาย

‘ดับไป’

 การเสื่อมสลายของเทปคาสเส็ท เริ่มจากการถูกการโจมตีของพวกดิจิตอลฟอร์แมททั้งหลาย เริ่มจากดิจิตอลลูกผสมยุคแรก ที่ยังคงลักษณะตลับเทป แต่ใช้ระบบเล่นแบบดิจิตอล หรือ DAT (Digital Audio Tape) เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน จากนั้นก็ได้ถูกเครื่องเล่นแบบแผ่น แต่ครั้งนี้มาในแบบดิจิตอลฟอร์แมท พวก CD (Compact Disc), MD (Mini Disc) เริ่มเข้ามาเสียบเมื่อประมาณกลางยุค 1980 เป็นต้นมา 

‘กลับมาอีกครั้ง’ 

  วงการได้ย้อนกลับไปเล่นเทปคาสเส็ท เกิดมาร่วม 15-20 ปีแล้ว ที่อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และบ้านเรา อย่างที่อเมริกายอดขายพุ่งกลับมากกว่า 4 เท่า ตั้งแต่ปี 2011 โดยขายได้ 174,000 ตลับ ส่วนที่อังกฤษ โดยยอดขายเทปคาสเส็ทสูงขึ้น 90% ในครึ่งแรกปี 2018 คือขายได้กว่า 18,500 ตลับ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2018 หรือ 2 เท่าของปริมาณที่ขายได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า พอมาปี 2019 ขายได้ถึง 35,000 ตลับ และกำลังเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ค่ายเพลง ศิลปินดัง ได้ออกผลงานในรูปเทปคาสเส็ทออกมามากมาย อาทิ Robbie Williams, The Who, Coldplay, Phil Collins, Madonna, Bryan Adams 

การบ้าในบ้านเรา 

  มีการนำเครื่องเล่น ตลับเพลงออกมาขาย ในราคาพุ่งสูงหลายเท่าตัว ทั้งขายออนไลน์แบบเหมาเข่งทีละห้าหกสิบตลับ จนถึงขายปลีกสี่ห้าตลับ คำนวณคร่าวๆขณะนี้ราคายังพอคบหาได้ เฉลี่ยม้วนละประมาณ 30-50 บาท มีทั้งพี่เบิร์ด พี่ป้อมพี่โต๊ะ พี่แจ้…ไล่มาจนวงผู้หญิง วงบูโดกัน ฟลาย โลโซจนไล่ไปถึงราคาเฉียดพันบาท ถ้าเป็นชุดหายาก ดัง เป็นค่ายอินดี้ เฉพาะกลุ่ม… ยุคนี้จะหวังไปเดินที่ดิโอลด์สยาม พันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน คงไม่สะดวก และมีของขายเท่าสมัยก่อน เข้าไปดูใน GOOGLE, FB, ขายออนไลน์สะดวกกว่า มีขายมากมาย ส่วนสภาพ คุณภาพของเทปและเสียงจะเป็นแบบใดนั้น…ไปวัดดวงเอา !!  

  นี่คือสิ่งที่ “ปล้อน” เล่าให้ฟังย้อนไปสมัยเรียนหนังสือ เขาพยายามที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีตเป็นวิทยาการแก่รุ่นน้องๆ แต่พลันวงเหล้าก็ได้เห็นน้ำใสๆหล่อเลี้ยงดวงตาออกมาข้างแก้ม สอบถาม “ลุงอ๊อด” ที่เรียนมารุ่นเดียวกับแกภายหลังทำให้ทราบว่ายุคนั้นปล้อนเคยมีความรักกับเขาครั้งหนึ่ง ทั้งคู่ใช้วอล์คแมนที่เสียบหูฟังได้สองชุด เดินเคลียคลอกันไปในซอยอาลาดิน …เธอจากเขาไปหลังมีหนุ่มฐานะดีกว่า(แม้จะไม่หล่อเท่า) ขับ TOYOTA “หน้าแหลม” มาสอยไป ….รุ่งเช้าคนเก็บขยะพบซากวอล์คแมนพร้อมตลับเทป “ซังคนหลายใจ” ของระพินทร์ แพรทอง แตกกระจายถูกทิ้งอยู่แถวนั้น …

(กดไลค์เป็นกำลังใจให้แกเล่าต่อภาค 2 ด้วยนะคร๊าบ !!)


ข่าวแนะนำ