image
Home รถไฟฟ้าส่อง 10 จุดเด่น – ข้อสังเกต – เรื่องต้องรู้ ของ Riddara ปิคอัพ EV ก่อนเปิดตัวในประเทศไทยพฤศจิกายนนี้

ส่อง 10 จุดเด่น – ข้อสังเกต – เรื่องต้องรู้ ของ Riddara ปิคอัพ EV ก่อนเปิดตัวในประเทศไทยพฤศจิกายนนี้

by Admin clubza.tv

Riddara แบรนด์ปิคอัพน้องใหม่ในเครือ Geely Holding Group วางแพลนขยายตลาดในต่างแดน โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนนี้ ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดตัวนั้น ทาง Riddara Thailand ได้เชิญกลุ่มสื่อมวลชนร่วมสัมผัสสมรรถนะ EV Pickup อย่าง ณ เมืองหังโจว ประเทศจีน ซึ่งจากการที่ได้ลองขับในช่วงสั้นๆ #ทีมขับซ่า พอจะสรุปข้อมูลของ Riddara ได้ดังนี้

resize DSC07302

Riddara รถในสไตล์ EV Pickup ที่เตรียมทำตลาดในประเทศไทยเดือนตุลาคมนี้

ในประเทศจีน Riddara ทำตลาดในชื่อ Radar ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ทั้งในรูปแบบมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนสองล้อ และมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ในรุ่นย่อยที่ชื่อว่า RD6 ส่วนรุ่นท็อปที่เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่งพร้อมลุยด้วยยาง All Terrain จะมาในชื่อรุ่น Horizon ซึ่งการทำตลาดในต่างแดนนั้น จะเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Riddara ทั้งหมด ส่วนชื่อรุ่นย่อยในตลาดเมืองไทย คงต้องรอการประกาศอีกครั้ง

resize DSC07375

ระยะฐานล้อ 3,120 มม. ใกล้เคียงกับปิคอัพที่ทำตลาดในบ้านเรา ณ ปัจจุบัน

ปิคอัพ Riddara มาพร้อมมิติตัวถัง 1,900 x 5,260 x 1,865 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 3,120 มม. ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานของปิคอัพพิกัด 1 ตัน ในประเทศไทย โดยมีระยะฐานล้อสั้นกว่ารุ่นยอดนิยมอย่าง Isuzu D-Max เพียง 5 มม. แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนในความเป็น Riddara เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มที่ทำตลาดในประเทศไทยก็คือ เรื่องของแนวคิดในการออกแบบ ที่เน้นความเป็น Lifestyle Pickup มากกว่าความเป็นรถในเชิงพาณิชย์ ซึ่งคนที่เป็นสายแคมปิ้งค์ หรือเน้นทำกิจกรรมใสนรูปแบบต่างๆ น่าจะถูกอกถูกใจเป็นพิเศษ เนื่องจากตัวรถมาพร้อมช่องจ่ายไฟทางด้านท้าย ที่รองรับกำลังสูงสุุดถึง 6,000 W พร้อมความหลากหลายและประโยชน์ใช้สอย โดยมีพื้นที่เก็บสัมภาระถึง 70 ที่ด้านหน้า, 48 ใต้เบาะหลัง และ 1,200 ลิตร ที่กระบะท้าย

GEELY RIDDARA RADAR RD6 020 1920x1280 1

แพลตฟอร์มโมโนค็อก M.A.P ออกแบบมาสำหรับใช้งานกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ

Riddara พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Multiplex Attached Platform (M.A.P) ในรูปแบบโมโนค็อก ซึ่งออกแบบมาสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ รูปแบบของการจัดวางเซ็ตช่วงล่าง ในด้านหน้าจะใช้แบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท ส่วนในด้านหลังจะเป็นแบบมัลติลิ้งค์ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นในทิศทางการเคลื่อนไหวได้มากกว่าช่วงล่างแบบคานแข็งที่ปิคอัพในตลาดบ้านเราเกือบจะทั้งหมดเลือกใช้ (ยกเว้น Ford Ranger Raptor) โดยระบบเบรกที่ใช้นั้น มาในรูปแบบดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ ที่ผสานการทำงานกันระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงถึง 12 ฟังค์ชั่น เช่น ระบบนเตือนการขนทางด้านหน้าพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบช่วยเตือนพร้อมป้องกันการออกนอกเลน, ระบบเตือนมุมอับสายตา รวมถึงระบบควบคุมความเร็วแปรผันแบบ All Speed เป็นต้น

resize DSC07372 1

จุดแตกต่างของรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ คือ จะมาพร้อมกระจังหน้าที่มีคำว่า RADAR ส่วนในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ จะเป็นกระจังหน้าสีดำแบบทึบในด้านล่าง

resize DSC07249พละกำลังถือเป็นจุดเด่นของ EV Pickup อย่าง Riddara

โดยในรุ่นมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง พกพากำลังมาให้ใช้งานถึง 200 kW หรือประมาณ 268 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 385 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 7.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 185 กม./ชม. ส่วนในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มีกำลังรวม 315 kW (422 แรงม้า) กับแรงบิด 595 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที นับเป็นปิคอัพที่ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุด ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังรองรับการไต่ทางชันได้สูงสุด 95% และรองรับการลากจูงได้สูงสุด 3.5 ตัน เชื่อว่าจะเป็นอีกรุ่นที่น่าจะถูกอกถูกใจสายกระบะ Performance อย่างแน่นอน

resize DSC07484แบตเตอรี่ที่ใช้ใน Riddara มีขนาดตั้งแต่ 63 และ 73 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 377 -437 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนในรุ่น AWD มาพร้อมแบตเตอรี่ 73 kW รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 414 กม. ทั้ง 2 รูปแบบ เป็นแบตเตอรี่ LFP โดยในอนาคต สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่จะทำตลาดเพิ่มเติม (คาดว่าอาจจะเป็นหนึ่งในสเป็คที่ทำตลาดเมืองไทย) จะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 86 kWh แบบ NMC ที่รองรับระยะทางต่อชาร์จได้มากกว่า 500 กม.

resize DSC07557 DSC07426
การทดลองขับขี่ดังกล่าว เป็นการลองขับในช่วงสั้นๆ ในสภาพเส้นทางลักษณะ Off Road เนินชันสลับกรวดลอย สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกเลย คือ ความนุ่มนวลของเซ็ตช่วงล่าง ซึ่งเป็นความโดดเด่นของการเลือกใช้ระบบช่วงล่างในรูปแบบอิสระมัลติลิ้งค์ ถือว่าดูดซับแรงสะเทือนสำหรับการขับขี่ออฟโร๊ดได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้น…คงต้องลองกันอีกครั้ง สำหรับการขับขี่แบบใช้ความเร็วบนถนน ว่าเซ็ตช่วงล่างจะสามารถรองรับอาการเต้นของตัวรถในย่านความเร็วสูงได้ดีขนาดไหน เช่นเดียวกัน ข้อสังเกตในการขับขี่แบบออฟโร๊ด สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ คือ เสียงของช่วงล่างที่เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินภายในห้องโดยสารอยู่บ้าง ซึ่งคงเป็นการบ้านที่ทาง Riddara Thailand อาจจะต้องปรับจูนรายละเอียดต่างๆ ด้วยความละเอียด เพื่อให้กับการใช้งานของลูกค้าชาวไทยมากที่สุด
resize DSC07405แม้ว่าจะเป็นระที่มีกำลังสูงในระดับกว่า 400 แรงม้า พร้อมแรงบิดเฉียดๆ 600 นิวตัน-เมตร แต่การปล่อยพลังของตัวรถ กลับทำได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถคุมคันเร่งได้ง่าย แม้ว่าจะขับขี่ในเส้นทางออฟโร๊ด ที่อาจจะต้องมีการเติมหรือผ่อนคันเร่งอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งในเวลาที่วิ่งผ่านอุปสรรค หากคุมคันเร่งได้ไม่เนียนพอ อาจทำให้เกิดอาการ “ลั่น” ซึ่งจากที่ลองสั้นๆ ยังไม่พบอาการดังกล่าวใน Riddara จึงเชื่อว่าจะเป็นรถกำลังกว่า 400 แรงม้า ที่มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ได้อย่างน่าประทับใจ
DSC07716

เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา…เริ่มเดินสายการผลิตแล้วในโรงงานที่ Zibo

DSC07717 DSC07724หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ของ 14.6 นิ้ว ถือว่ามีขนาดใหญ่และให้คมชัดได้อย่างน่าสนใจ (1920 x 720) รองรับการสั่งการเกือบจะทุกฟังค์ชั่นที่หน้าจอนี้ (มีเพียงระบบปรับอากาศที่จะมี Hard Switch แยกแถบควบคุมลงมาในด้านล่าง) การแสดงผลทำได้ดี โดยเฉพาะสำหรับการขับขี่ในรูปแบบ Off Road ที่ให้มุมมองกว้างถึง 540 องศา หรือสามารถมองทะลุพื้น รวมถึงยังมีเส้นกะระยะ เพื่อให้ผ่านอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางต่างๆ ไปได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถือว่ามีให้แบบเพียงพอต่อการใช้งาน พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง เบาะนั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง รองรับการเชื่อมต่อ Carplay และมี Wireless charger ที่สามารถจ่ายไฟได้ถึง 50 w

resize DSC07522
Riddara รุ่น Horizon ที่ได้ทดลองขับ มีระยะต่ำสุดจากพื้นอยู่ที่ 221 มม. ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่จากการที่ได้ทดลองขับ หลายๆ ครั้งเวลาที่ขึ้่นเนินชันแบบขึ้นสุดแล้วปักหัวลงเลย รวมถึงผ่านอุปสรรคที่เป็นร่องคู่ มีสันเนินตรงกลาง บ่อยครั้งยังพบว่า มีเสียงครูดจากจุดที่ต่ำที่สุดอยู่บ้าง ซึ่งสำหรับผู้ใช้ที่วางแผนนำไปลุยอย่างจริงจัง…อาจจะต้องลองคิดดูก่อน แม้ว่าแพคแบตเตอรี่จะถูกปกคลุมด้วยแผ่นปิดอลูมิเนียมที่มีความแน่นหนา แข็งแรงก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดแล้ว…คงต้องอย่าลืมว่า Riddara ออกแบบมาเน้นการใช้งานในรูปแบบ Lifestyle Pickup เป็นหลัก การจะนำไปบรรทุกหนักๆ หรือลุยโหดจนเกินขีดจำกัด อาจไม่เหมาะกับรถคันนี้
DSC07614

โรงงานประกอบ Riddara ในเมือง Zibo ประเทศจีน

แม้ว่า Riddara จะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งจะก่อตั้งมาเพียง 2 ปี แต่หากพิจารณาถึงความเป็น Geely Holding Group ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน ซึ่งทั้งแพบรนด์พรีเมี่ยมของประเทศจีนอย่าง Zeekr  รวมถึง Lynk & Co ต่างก็อยู่ภายใต้ชายคาแห่งนี้เช่นกัน นอกจากนี้แล้ว Geely Holding Group ยังเป็นผู้ถือครองแบรนด์ชั้นนำจากยุโรปทั้ง Volvo, Polstar หรือแม้แต่ Lotus ในปัจจุบันอีกด้วย ดังนั้นเรื่องมาตรฐานและะคุณภาพการผลิต เชื่อว่าอยู่ในระดับที่ไว้ใจได้ แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ใหม่ ที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูผู้ใช้ชาวไทยนักก็ตาม

ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

ปิดโหมดสีเทา