ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับรถ รูปแบบส่วนบุคคล ทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ ณ ปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ ตามช่วงเวลาและประสบการณ์ในการใช้งาน คือ ใบขับขี่แบบชั่วคราว ซึ่งมีอายุการใช้งาน 2 ปี อันเสมือนเป็นใบเบิกทาง โดยหลังจากผ่านการใช้งานใบขับขี่แบบชั่วคราวมาจนครบเวลา การต่อใบขับขี่ในครั้งถัดไป ช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตขับขี่จะยาวนานมากขึ้น โดย ใบขับขี่แบบทั่วไป จะอายุการใช้งาน 5 ปี ซี่งหากหมดอายุ ผู้ใช้รถมีความจำเป็นจะต้อง ต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ เพื่อให้สามารถใช้งานรถยนต์ รวมถึงมอเตอร์ไซค์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเพียง 100 บาท สำหรับการทำใบอนุญาตขับขี่
ค่าธรรมเนียมสำหรับการทำหรือ ต่อใบอนุญาตขับขี่ สำหรับรถยนต์ เริ่มต้นที่ 200 บาท สำหรับใบขับขี่ชนิดชั่วคราว 2 ปี (สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป) และจะเพิ่มเป็น 500 บาท สำหรับใบอนุญาตขับขี่แบบ 5 ปี ในทำนองเดียวกัน สำหรับใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ แบบชั่วคราว 2 ปี จะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 100 บาท (สำหรับผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป) แต่หากขยับเป็น 5 ปี จะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 250 บาท ทั้งนี้ทั้งนั้น กรมการขนส่งทางบก กำหนดเงื่อนไขของผู้ขับขี่ในเบื้องต้นว่า จะต้องไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้, ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ, ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน และที่สำคัญ คือ ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

ไม่พก ไม่เคยมี แต่ยังฝืนเอารถออกมาขับ มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท แต่หากอยู่ในระหว่างถูกเพิกถอน พักใบอนุญาต ค่าปรับจะเพิ่มเป็น 2,000 บาท
ไม่พก ไม่มี ถูกเพิกถอนใบขับขี่ แล้วยังฝืนใช้…มีโทษทั้งสิ้น
หากขับขี่รถ โดย ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ ไม่ว่าจะลืมพกมาด้วย หรือทำหายแล้วยังไม่ได้ไปทำใหม่ จนไม่สามารถนำมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีสิทธิ์ที่จะเรียกปรับในอัตราสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดย ณ ปัจจุบัน นอกจากการแสดงใบขับขี่ตัวจริงแล้ว ทางกรมการขนส่งทางบก ยังอนุญาตให้แสดงด้วย ใบขับขี่ดิจิทัล ในแอปพลิเคชัน DLT QR Licence ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแทนบัตรจริงได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงกรณีไม่พกใบอนุญาตขับขี่ แต่หากคุณ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ แล้วยังฝ่าฝืน มีโอกาสที่จะโดนข้อหา ขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แม้ค่าปรับจะอยู่ที่ 1,000 บาท เท่ากัน แต่มีโอกาสที่จะถูกจำคุกสูงสุด 1 เดือน เพิ่มเข้ามา ซึ่งหากในกรณีนำรถไปใช้งานแล้วเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัย มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความคุ้มครองด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในกรณี ใบอนุญาตขับขี่ถูกเพิกถอน หรือ ถูกพักใช้ โทษจากการนำรถออกมาขับขี่ในรูปแบบนี้ จะเพิ่มเป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

ปัจจุบัน การต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง ถือว่ามีขั้นตอนที่สะดวก กระชับ ใช้เวลาไม่นานเหมือนอย่างที่หลายคนคิด
ลดขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพ เพื่อกระชับเวลาในการต่อใบขับขี่
สำหรับการ ต่อใบอนุญาตขับขี่ หรือ ต่อใบขับขี่ อัพเดทปี 2569 กรมการขนส่งทางบก ประกาศปรับเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เพื่อลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ มากยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากข้อแนะนำของแพทยสภา จึงได้กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติทดสอบสมรรถภาพร่างกายในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถ ณ สำนักงานขนส่ง ดังนี้
– สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถครั้งแรก จะต้องการทดสอบการมองเห็นสี แต่ในการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เช่น จาก 2 ปี เป็น 5 ปี หรือ จาก 5 ปี เป็น 5 ปี ไม่ต้องทดสอบการมองเห็นสี
– อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ ที่ใบอนุญาตขับรถขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะได้รับสิทธิยกเว้น ไม่ต้องทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า โดยให้เข้ารับการทดสอบเฉพาะสายตาทางกว้างและทางลึกเท่านั้น
– อายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอายุ โดยยังคงต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า ควบคู่กับการทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกตามปกติ
– สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับขี่ขาดต่อเกิน 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า และทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 55 ปี และใบขับขี่ขาดไม่เกิน 1 ปี จะต้องทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึก โดยไม่ต้องทดสอบการมองเห็นสี รวมถึงทดสอบปฏิกริยาทางเท้า
ต่อใบขับขี่แบบออนไลน์ 100% ยังคงต้องรอต่อไปอีกระยะ
อย่างไรก็ตาม จากก่อนหน้านี้ที่เคยมีข่าวออกมาว่า กรมการขนส่งทางบก เตรียมนำระบบการต่อในขับขี่แบบออนไลน์ 100% มาใช้ ความเคลื่อนไหว ณ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา เพื่อเร่งพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สมบูรณ์ ตามประกาศกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้การใช้งานมีความเสถียรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการต่อใบขับขี่ออนไลน์เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 หรือเว็บไซต์ www.dlt.go.th



