คลิก ติดตาม

Home ข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ฤกษ์เปิดตัว PORSCHE 911 Turbo S แรงสุด!!! ในสายการผลิต 911 [992]

ได้ฤกษ์เปิดตัว PORSCHE 911 Turbo S แรงสุด!!! ในสายการผลิต 911 [992]

by Kookkook

ในที่สุด 911 Turbo S รหัสโมเดลล่าสุด ‘992’ ก็ถูกส่งลงถนนอย่างเป็นทางการ ทั้งตัวถัง Coupe และ Cabriolet เดิมที PORSCHE มีกำหนดเปิดตัวในงาน 90th Geneva International Motor Show (GIMS) ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่…เมื่องานต้องยกเลิกกะทันหัน ทางต้นสังกัดปรับแผนเร่งด่วนพร้อมเปิดตัว Flagship ของตระกูล 911 ในรูปแบบ LIVE Steaming เช่นเดียวกับรถใหม่จากผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ยุโรปอีกหลายค่าย ที่รอเปิดตัวในงานนี้เช่นเดียวกัน

911 Turbo S [992] ยังคงมาพร้อมระบบ Active Aerodynamics System ประกอบด้วย Lip Spoiler และ Rear Spoiler ทำงานสัมพันธ์กับความเร็วที่ใช้โดยอัตโนมัติ

ไฮไลท์ใน 911 Turbo S โมเดลปี 2020 เริ่มต้นที่พละกำลังจาก 580 PS [991.2] ถูกอัพเกรดไปเป็น 650 PS ที่ 6,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดจาก 750 Nm ขยับเพิ่มไปเป็น 800 Nm ที่ 2,500-4,000 รอบ/นาที ทั้งหมดกำเนิดจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ความจุ 3.8 ลิตร (3,745 ซีซี) ใช้ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง DFI (Direct Fuel Injection) มาพร้อม Bi-turbo ที่จะลำเรียงอากาศเข้าห้องเผาไหม้ แบบฝั่งใครฝั่งมัน (ซ้าย-ขวา) หัวใจในส่วนของระบบอัดอากาศ อยู่ที่การใช้เทอร์โบแปรผัน (VTG Turbo; Variable Turbine Geometry Turbo) ในโมเดลปี 2020 ส่วนที่วิศวกรโมเพิ่มเติม ได้แก่ การออกแบบท่อลม เพื่อไปเป่าระบายความร้อนให้ระบบหล่อเย็นใหม่หมด, การขยายขนาด VTG Turbo ฝั่งเทอร์ไบน์เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 5 มิลลิเมตร ขณะที่ฝั่งคอมเพรสเซอร์ใหญ่ขึ้น 3 มิลลิเมตร ปิดท้ายด้วย Wastegate Flaps เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมแรงดันของเทอร์โบด้วย Stepper Motors ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การตอบสนองที่รวดเร็ว, แรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น, ลดมลพิษลง ปิดท้ายด้วยรอบเครื่องที่จัดจ้านมากยิ่งขึ้น

จากโคมไฟหน้า Full-LED Headlight ถูกอัพเกรดมาเป็น LED Matrix Headlight (84-pixel System) พร้อมระบบปรับทิศทางลำแสงไฟ PDLS Plus

911 Turbo S [992] ใช้เกียร์คลัตช์คู่ PDK 8 สปีด ลูกใหม่ (ใช้ครั้งแรกกับ 992 Carrera) ที่ออกแบบอัตราทดให้สอดรับกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นได้สมดุล อัตราทดเกียร์นอกจากเน้นความลื่นไหลในการเพิ่มความเร็ว วิศวกรยังคาดหวังในเรื่องลดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ในช่วงใช้ความเร็วเดินทางไกล ซึ่งส่วนนี้จะช่วยในเรื่องความประหยัดโดยตรง เกียร์คลัตช์คู่โดดเด่นเรื่องความนุ่มนวล และความฉับไวในการเปลี่ยนอัตราทด จากการสลับกันทำงานของคลัตช์ทั้ง 2 ชุด พร้อมทั้งขั้นตอนที่เรียกว่า Pre-selection หรือการเลือกตำแหน่งเกียร์เอาไว้ล่วงหน้า จากนั้นจึงส่งแรงม้าและแรงบิดต่อไปให้ระบบขับเคลื่อน AWD ที่ค่ายนี้ใช้ชื่อ ‘PTM’ (Porsche Traction Management) ซึ่งควบคุมการทำงานจากสมองกลที่ชาญฉลาด และช่วยเรื่องประหยัดได้มากขึ้น จากขบวนการจัดสรรแรงขับเคลื่อนอย่างเหมาะสมตามสภาพการขับขี่

ระบบ Rear Axle Steering เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ถูกส่งต่อมาใน 911 Turbo S [992] ทำหน้าที่ “บังคับเลี้ยวล้อคู่หลัง เพิ่มเติมจากล้อคู่หน้า” ทำงานแตกต่างกันตามความเร็ว ที่ความเร็วต่ำกว่า 50 กม./ชม. ล้อหลังจะหักเลี้ยวสวนทางกับล้อหน้า เพื่อให้ได้รัศมีวงเลี้ยวที่สั้น เพิ่มความคล่องตัวโดยเฉพาะกับการใช้งานในเมือง ขณะที่ความเร็วสูงกว่า 80 กม./ชม. ล้อหลังจะถูกบังคับให้หักเลี้ยวทิศทางเดียวกับการหักเลี้ยวของล้อหน้า เพื่อรักษาสภาพหน้ายางให้ตั้งฉากกับผิวถนนมากที่สุด โดยการหักเลี้ยวของล้อหลังจะทำได้เพียง 2.8 องศา จากการบังคับของ Electro-Mechanical Actuators จำนวน 2 ชุด

911 Turbo S ติดตั้ง ‘PCCB’ หรือจานเบรกคาร์บอนเซรามิค มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ตัวคาลิเปอร์สีเหลือง ใช้จานเบรกคู่หน้า 420 มิลลิเมตร และคู่หลัง 390 มิลลิเมตร

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ 911 Turbo S [992] ได้รับการส่งต่อมาจาก 911 Turbo S [991] คือระบบ Active Aerodynamics System รับหน้าที่จัดการเรื่องแอร์โร่ไดนามิคโดยเฉพาะ ปะกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรก Lip Spoiler บริเวณใต้กันชนหน้า ทำหน้าที่กั้นลมไม่ให้เข้าไปสะสมใต้ท้องรถ การทำงานของ Lip Spoiler ที่ใต้กันชนหน้าจะมี 3 ระดับ เช่นเดียวกับส่วนที่ 2 คือ Rear Spoiler ที่เหนือฝาประโปรงหลัง สปอยเลอร์ทั้ง 2 จุด จะทำงานสัมพันธ์กับความเร็วอัตโนมัติตามทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ ระบบ Active Aerodynamics System จึงเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาบริหารจัดการทั้ง ‘แรงยก’ (Lift Force) และ ‘แรงกด’ (Down Force) ใช้ลมที่ไหลผ่านตัวถังให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ล้อต่างขนาด หน้า 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/35 ZR20 หลัง 21 นิ้ว พร้อมยาง 315/30 ZR21

 

ช่างล่างปรับลดความสูงลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้า เน้นเสถียรภาพในการทำงาน และต้องเบา วิศวกร PORSCHE มุ่งมั่นลดน้ำหนักใต้สปริง เพื่อลดแรงเฉื่อยจากการเต้นของบรรดาแขนยึด ระบบเบรก ล้อและยาง ด้านหน้าใช้พื้นฐานของแม็กเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังใช้มัลติลิงค์ มาพร้อมช็อคอัพไฟฟ้า (Electronically Controlled Dampers) ทำงานโดยการปรับระดับการเปิดของวาล์วที่กั้นอยู่ระหว่างห้องบรรจุของเหลวทั้ง 2 ห้องภายในช็อคอัพ ของเหลวดังกล่าวจะไหลไปมาระหว่างห้องทั้งสองผ่านวาล์วตัวนี้ (Bypass Valve) ซึ่งการปรับระดับจะเป็นหน้าที่ของระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management)

สมรรถนะจากโรงงาน 911 Turbo S Coupe [992] ที่ให้ Sport Chrono Package มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 2.7 วินาที, อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใช้เวลา 8.9 วินาที และท็อปสปีดระดับ 330 กม./ชม. ขณะที่ค่า CO2 ต่ำเพียง 257 กรัม/กิโลเมตร พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 6d-ISC-FCM สูงสุดเท่าที่บังคับใช้ในปัจจุบัน

********************************************************

ติดตามข่าวสารขับซ่าได้  ที่นี่
ชมรายการขับซ่า34 ย้อนหลังได้  ที่นี่ 


ข่าวแนะนำ