เมื่อช่วงกลางปี 2024 ค่าย Porsche ได้เปิดตัวม้าศึกตัวแรง 911 Carrera GTS (รหัส 992.2) รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการอัพเกรดทั้งในส่วนของภาพลักษณ์ รวมถึงระดับสมรรถนะ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รถในตระกูล 911 มีการนำระบบขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริดที่เรียกว่า T-Hybrid ซึ่งมีการนำระบบไฟฟ้ามาใช้ ทั้งมอเตอร์ที่ช่วยเพิ่มกำลังในการขับเคลื่อน รวมถึงชุดเทอร์โบที่มาพร้อมแกนไฟฟ้า ที่ช่วยให้การปั่นบูสต์ทำได้อย่างทันอกทันใจ ช่วยลดอาการรอรอบเมื่อเทียบกับการใช้เทอร์โบในรูปแบบดั้งเดิม อีกทั้งในภาพรวมยังเป็นการยกระดับพละกำลังให้สูงขึ้นกว่าที่เคยใช้เครื่องยนต์ Flat 6 ในรูปแบบบสันดาปล้วนๆ อีกด้วย
T-Hybrid พร้อมเทอร์โบไฟฟ้าคู่ อัพระดับพละกำลังให้สูงที่สุดเท่าที่เคยมี
ในอีก 1 ปีให้หลัง Porsche ได้ปล่อยรุ่นที่แรงกว่าอย่าง 911 Turbo S ในงาน IAA Mobility Show 2025 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี จุดเด่นของซูเปอร์คาร์คันนี้ คือ มาพร้อมขุมพลัง T-Hybrid รูปแบบเดียวกัน แต่มาในสเกลที่ใหญ่กว่า ถือเป็นการยกระดับสมรรถนะอย่างก้าวกระโดด จนได้ชื่อว่า เป็น Porsche ตระกูล 911 ที่เร็วและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดย Porsche 911 Turbo S สามารถทำกำลังได้ถึง 701 แรงม้า พร้อมทำเวลาทะยานจากจุดหยุดนิ่งถึงที่ความเร็วแตะ 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที นอกจากนี้…ยังสามารถทำเวลาต่อรอบในสนาม Nürburgring Nordschleife ระยะทาง 20.8 กม. ได้เร็วกว่ารุ่นเดิม (992.1) ถึง 14 วินาที ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วจากทั้งมอเตอร์และระบบเทอร์โบที่มีแกนหมุนควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งส่งให้ตัวรถ Porsche 911 Turbo S มีความดุดันมากขึ้นอย่างชัดเจน

เลย์เอาท์การจัดวางระบบ T-Hybrid ใน Porsche 911 Turbo S แบตเตอรี่ 1.9 kWh อยุ่ด้านหน้า และซ่อมมอเตอร์ขับเคลื่อนระหว่างเกียร์และเครื่องยนต์
ระบบไฮบริด 400 โวลต์ ซ่อนมอเตอร์ในชุดเกียร์ PDK 8 สปีด
อย่างที่ได้เกริ่นไปในเบื้องต้น ระบบ T-Hybrid ที่อยู่ใน Porsche 911 Turbo S เป็นการนำไฮบริดรูปแบบที่เคยประจำการอยู่ใน Carrera GTS มาต่อยอด โดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 1.9 kWh ที่มาพร้อมแรงเคลื่อนไฟในระดับ 400 โวลต์ ติดตั้งอยู่ในพื้นที่สัมภาระด้านหน้ารถ (เป็นตำแหน่งเดียวกับแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ของรุ่นที่ไม่มีระบบไฮบริดเดิม) ซึ่งแบตเตอรี่เซ็ตนี้ ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน (ใช้มอเตอร์ชุดเดียวกับใน Carrera GTS) ที่ประจำการแทรกอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ PDK แบบ Dual Clutch 8 สปีด โดยความแตกต่างระหว่าง Porsche 911 Turbo S และ Carrera GTS ก็คือ การนำระบบอัดอากาศในรูปแบบ Electric Twin Turbo มาใช้แทนเทอร์โบเดี่ยวที่ใช้ในรุ่นก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับพละกำลังในภาพรวม

เทอร์โบไฟฟ้า ใช้การควบคุมบูสต์ด้วยรอบแกนแทนเวสเกต พร้อมช่วยปั่นไฟกลับเข้าสุ่แบตเตอรี่ในยามที่ไอเสียจากเครื่องยนต์ปั่นบูสต์ได้เกินต้องการ
เทอร์โบไฟฟ้า ปั่นม้า ปั่นไฟ ให้กับแบตเตอรี่ 1.9 kWh
เทอร์โบไฟฟ้าแบบคู่ที่ประจำการอยู่ใน Porsche 911 Turbo S มาพร้อมชุดมอเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อเทอร์โบ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคอมเพรสเซอร์ฝั่งไอดีและใบพัดเทอร์ไบน์ในฝั่งไอเสีย เมื่อระบบไฟฟ้าทำงานจะทำให้เทอร์โบสามารถหมุนในรอบสูงได้ในทันทีที่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ ช่วยให้ตัวรถมีการตอบสนองในย่านกำลังสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวควบคุม ยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้เวสเกตในการควบคุมบูสต์ โดยชุดมอเตอร์จะทำหน้าที่เป็นตัวเบรกและปรับรอบการหมุนของเทอร์โบเมื่อได้อัตราการบูสต์ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งพลังงานที่ได้จากการปรับรอบการหมุนของเทอร์โบ จะถูก Regenerative ไฟกลับเข้าไปสะสมในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.9 kWh เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองในการจ่ายให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อนและการปั่นเทอร์โบในครั้งต่อไป แม้เทอร์โบไฟฟ้าที่ประจำการอยู่ใน Porsche 911 Turbo S จะมีขนาดของคอมเพรสเซอร์ที่เล็กกว่าที่ประจำการอยู่ใน Carrera GTS เล็กน้อย แต่ด้วยความเป็น Twin Turbo ทำให้ Porsche 911 Turbo S สามารถสร้างกำลังในภาพรวมได้ในระดับที่สูงกว่า
กำลังรวม 701 แรงม้า 800 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที
Porsche 911 Turbo S มาพร้อมกำลังรวมทั้งระบบถึง 701 แรงม้า ตั้งแต่ 6,750 – 7,000 รอบ/นาที โดยมีแรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร แบบยาวๆ ตั้งแต่ 2,300-6,000 รอบ/นาที ซึ่งมากกว่า Turbo S รุ่นก่อนอยู่ถึง 61 แรงม้า นั่นส่งให้ Porsche 911 Turbo S เป็นรถในตระกูล 911 ที่มีแรงม้าสูงสุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับรถในรูปแบบโปรดักชั่น ซึ่งมากกว่า Porsche 911 GT2 RS ที่มีกำลังสูงสุด 691 แรงม้า โดย Porsche 911 Turbo S มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive เป็นมาตรฐาน โดยยังคงมาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) จับคู่เซ็ตกันโคลงที่สามารถปรับความหนืดได้ โดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่แบบ 400 โวลต์ ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากขึ้นตามสถานการณ์ในการขับขี่ ด้านระบบเบรกมาตรฐานจากโรงงานเป็นชุดเบรกคาร์บอนเซรามิคที่มาพร้อมจานในขนาด 419 มม. ในด้านหน้า และจาน 409 มม. สำหรับเบรกคู่หลัง จับคู่กับผ้าเบรกเกรดสูงที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ อีกทั้งระบบระบายไอเสียของ Porsche 911 Turbo S ยังมาในรูปแบบท่อไทเทเนียมเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน
อัพไซส์ยางหลัง 325/30 R21 รองรับความแรง และน้ำหนักที่มากขึ้น
ชุดยางคู่หลังที่ประจำการอยู่ใน Porsche 911 Turbo S เป็นยางไซส์ 325/30 R21 (อัพเกรดจาก 315/30 R21 ใน Carrera GTS) จับคู่กับชุดล้อดุม Center Lock เพื่อรับกับระดับพละกำลัง รวมถึงน้ำหนักจากระบบ T-Hybrid ที่มากกว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วน โดย Porsche 911 Turbo S โฉม 992.2 รุ่น Coupe มีน้ำหนักอยู่ที่ 3,829 ปอนด์ หรือประมาณ 1,737 กก. (มากกว่ารุ่นเดิม 81 กก. ซึ่งถือว่าเพิ่มมาไม่มากนักสำหรับระบบไฮบริด) ส่วนยางหน้ายังคงมาในขนาด 255/30 R20 ซึ่งจุดเด่นในความเป็น Porsche 911 Turbo S ก็คือ ซุ่มโป่งล้อทั้ง 4 จะถูกดึงออกมามากกว่ารุ่นปกติ เพื่อรองรับกับระยะ Track ของตัวรถที่กว้างมากขึ้น โดยแม้ว่าจะมีน้ำหนักที่มากกว่า แต่ Porsche 911 Turbo S โฉม 992.2 สามารถทำเวลาต่อรอบใน Nurburgring เอาไว้ที่ 7:03.92 นาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปถึง 14 วินาที
เฉดสีใหม่ Turbonite สำหรับ Turbo S โดยเฉพาะ
ในส่วนของภาพลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน Porsche 911 Turbo S มาพร้อมสีเทา-น้ำตาล โทนใหม่ในชื่อ Turbonite ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้…ตัวรถ Porsche 911 Turbo S ยังได้รับการอัพเกรดในเรื่องแอโร่ไดนามิคส์ให้ดียิ่งขึ้น โดยมากับกระจังหน้าแบบ Active ที่สามารถเปิดในยามที่ต้องการลมเข้าไประบายความร้อน และสามารถปิดในขณะที่ต้องการอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับดิฟฟิวเซอร์แบบ Active ที่จับคู่กับชุดสปลิทเตอร์และหางหลังที่ช่วยจัดระเบียบและทิศทางการไหลของลมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลในระบบแอโร่ไดนามิคส์แบบ Active ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศของ Porsche 911 Turbo S ได้ดีขึ้นอีก 10% อีกทั้งยังพยายามลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด โดยออกแบบออพชั่นเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ เช่น ก้านปัดน้ำฝน มาให้เป็นทางเลือก
ราคาเริ่มต้น 8.74 ล้านบาท สูงกว่ารุ่นเดิมแตะ 1 ล้าน !
Porsche 911 Turbo S มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $272,650 หรือราว 8.74 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี) สำหรับรุ่น Coupe ส่วนในรุ่น Cabriolet ราคาจะถูกอัพขึ่นมาเป็น $286,650 หรือประมาณ 9.19 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี) ซึ่งสูงกว่ารุ่นเดิม $30,000 (ประมาณ 9.6 แสนบาท) แต่นี่เป็นค่าตัวที่เพิ่มขึ้นมา สำหรับการเป็น Porsche ในระดับโปรดักชั่นที่แรงและเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา !
Q: อะไรที่เปลี่ยนไปในด้านเทคนิคและระบบขับขี่?
A:
มาพร้อมยางหลังขนาด 325/30R-21 (กว้างขึ้น) และเบรกเซรามิกปรับใหม่ใหญ่ขึ้น AutoweekCar and Driver
ระบบ Active Aero: สปลิทเตอร์หน้า, Diffuser, และปีกหลังปรับได้เอง เพื่อเพิ่มแรงกดและลดแรงต้านอากาศ AutoweekduPont REGISTRY News
ระบบช่วงล่าง Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) แบบ electro-hydraulic ช่วยลดอาการโยนตัวได้ทันที AutoweekMotorTrend.
Q: มีรูปแบบตัวถังและราคาขายเบื้องต้นเท่าไร?
A: มีให้เลือกทั้งแบบ คูเป้ 2 ที่นั่ง หรือ 2+2 และ คาบริโอเลต์ (Cabriolet) เริ่มผลิตและจำหน่าย ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 โดย คูเป้ ราคาเริ่มที่ $272,650, และ คาบริโอเลต์ $286,650 AutoweekCar and Driver+1.
สรุปจุดเด่นเด่นของ Porsche 911 Turbo S T-Hybrid
| ด้าน | รายละเอียด |
|---|---|
| พลังแรง | แรงม้า 701 HP, แรงบิด 590 lb-ft |
| เทคโนโลยี | ระบบ T-Hybrid พร้อม dual e-turbos ช่วยลด turbo lag |
| สมรรถนะ | 0-60 mph ใน 2.4 วินาที, Top speed 200 mph, Nürburgring 7:03.92 |
| การควบคุม | ช่วงล่าง PDCC, Active Aero, เบรกใหญ่ขึ้น |
| ตัวถัง & ราคา | เหลือ 2 ที่นั่งหรือ 2+2, Coupe และ Cabriolet เริ่ม $272,650 |
























