หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ค่าย Nissan เรียกน้ำย่อยด้วยการนำ Nissan Micra 350SR โปรเจ็คท์แรงในอดีตมาปัดฝุ่นให้แฟนๆ ได้ชมอีกครั้ง ซึ่งชวนให้นึกถึงคำกล่าวเมื่อต้นปี 2022 ว่า ทางค่ายเตรียมจะเปิดตัวซิตี้คาร์ไฟฟ้าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แม้ว่าหลายคนอาจไม่มองว่า มันจะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ แต่ท้ายที่สุด เราก็ได้เห็นการมาของ Nissan Micra รุ่นปี 2026 ที่ในครั้งนี้ มาภายใต้รูปแบบการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มระบบ โดยนอกจากจะมาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว ตัวรถในสไตล์แฮทช์แบค ยังถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ด้วยการใส่ความอเนกประสงค์ในแบบฉบับของครอสโอเวอร์ผสมเข้าไปด้วย
Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 ได้รับการพัฒนาเป็นหนึ่งในสี่ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ Nissan แพลนจะเปิดตัวในยุโรปภายในปี 2027 เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยรุ่นที่น่าสนใจอื่นๆ ที่อยู่ในโครงการเดียวกัน ประกอบไปด้วย Nissan Juke, Leaf (Global Model) รวมถึงรถขนาดเล็ก A-Segment อีกรุ่น ที่ยังไม่มีการเผยรายละเอียดออกมา โดย Nissan Micra รุ่นปี 2026 มาพร้อมแนวคิดการออกแบบที่ดูเรียบง่าย ด้วยขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ไม่เกะกะ แต่ใช้งานได้จริงอย่างหลากหลาย ภายใต้ที่ดูโมเดิร์นปนความคลาสสสิคเล้กๆ ตามแบบฉบับของ Micra ที่ทำมาโดยตรลอด นอกจากนี้…ตัวรถยังมาพร้อมความหลากหลาย ด้วย 14 ตัวถัง พร้อมด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำ หรือสีเทา ให้เลือก พร้อมจับคู่ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่เป็นไซส์มาตรฐาน โดยจะมีมาให้เลือก 3 ดีไซน์ ซึ่งหนึ่งในดีไซน์ที่มีมาให้ จะมาพร้อม Aero Wheel Cover
พื้นฐาน Nissan Micra ในรูปแบบ BEV ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AmpR Small Electric Vehicle ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ออกแบบมาใช้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน แบบเดียวกับที่ใช้ใน Renault 5 ตัวรถมากับมิติตัวถัง กว้าง x ยาว x สูง ที่ 1,808 x 3,922 x 1,498 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,540 มม. (ใกล้เคียงกับ Micra K14 ที่ยุติการทำตลาดไปในปี 2023) มาพร้อมระบบกันสเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิ้งค์ ตัวรถ Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,400 กก. สำหรับรุ่น Standard Range และ 1,524 กก. สำหรับรุ่น Extended Range
อย่างที่เกริ่นไปในย่อหน้าก่อน…ขุมพลัง Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 มีมาให้เลือก 2 รูปแบบ คือ Standard Range และ Extended Range ขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหน้า ทั้งคู่ โดยในรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมมอเตอร์ที่มีกำลังขับเคลื่อน 120 แรงม้า กับแรงบิด 225 นิวตัน-เมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 40 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 310 กม. ตามมตรฐาน WLTP และรองรับความเร็วในการชาร์จไฟสูงสุด 80 kW ส่วนในรุ่น Extended Range ถูกอัพเกรดให้มีกำลังสูงขึ้นเป็น 148 แรงม้า กับแรงบิด 245 นิวตัน-เมตรน จับคู่แพคแบตเตอรี่ขนาด 52 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 408 กม. และรองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุด 100 kW โดยตัวรถ Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 นอกจากจะสามารถปรับแรงหน่วงในขณะยกคันเร่งได้ที่แป้น Paddle Shift แล้ว ยังมาพร้อมฟังค์ชั่น e-Pedal Step ที่สามารถคุมความเร็วด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียวได้อีกด้วย
ด้วยความที่พัฒนาร่วมกับ Renault 5 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 จะมีดีไซน์ภายในห้องโดยสารทื่ใกล้เคียงกัน โดยมาพร้อมไฟแอมเบี้ยนไลท์ 48 สี พร้อมแทรกกิมมิคในแต่ละจุด เช่น ในช่องเก็บของ รวมถึงขอบประตูท้าย ตามแบบฉบับของ Nissan หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.1 นิ้ว เช่นเดียวกับจออินโฟเทนเม้นท์ที่วางยาวในมุมเฉียงเข้าหาผู้ขับขี่ ช่วยให้สามารถควบคุม สั่งการฟังค์ชั่นต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้น โดยความน่าสนใจ คือ การมาพร้อมฟังค์ชั่น Google built-in ที่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้จาก Play Store อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ในส่วนท้ายของห้องโดยสาร มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 326 ลิตร และสามารถขยายเป็น 1,106 ลิตร เมื่อพับเบาะ
นอกจากนี้ Nissan Micra เจนเนอเรชั่นที่ 6 ยังมาพร้อมรับบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ADAS Level 2 แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนพร้อมเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทั้งในด้านหน้าและหลัง (FCW + RCTB), ระบบตรวจสอบจุดบอด, ระบบตรวจสอบความสนใจของผู้ขับขี่, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบแจ้งเตือนการจราจรข้ามเลนด้านหลัง รวมถึง ระบบเตือนออกจากเลนอย่างปลอดภัย โดย Nissan Micra รุ่นปี 2026 เตรียมทำตลาดในยุโรปช่วงปลายปี 2025