ปัจจัยหลักๆ ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ มักจะนำมาเป็นเหตุผลในการเลือกซื้อรถ คงหนีไม่พ้นเรื่องของระดับราคา ว่ามีความพึงพอใจที่จะรับภาระในงบประมาณนั้นได้มากขนาดไหน รวมถึงการให้ออพชั่นต่างๆ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ซึ่งนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัย ที่ผู้ใช้มักจะให้ความสำคัญ คงหนีไ่นพ้นเรื่องระดับสมรรถนะ ที่ส่งผลโดบตรงต่อเรื่อองของอัตราเร่งและการตอบสนองในการขับขี่ ในครั้งนี้ #ทีมขับซ่า จึงได้รวบรวม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของรถใหม่ที่เปิดตัวในงาน Motor Show 2025 มาให้ทุกท่านได้พิจารณากัน โดยแยกเป็นรถกลุ่มต่างๆ ดังนี้
Changan Deepal S05 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.70 วินาที สำหรับรุ่น BEV และ 8.85 วินาที สำหรับรุ่น REEV
รถในกลุ่ม B-Segment SUV
| อัตราเร่ง (วินาที) | Mitsubishi XForce | MG S5 EV รุ่น V | MG S5 EV รุ่น X | Deepal S05 EV | Deepal S05 REEV |
| 0-40 กม./ชม. | 2.60 | 2.05 | 2.65 | 2.50 | 2.60 |
| 0-60 กม./ชม. | 4.19 | 3.12 | 4.07 | 3.86 | 4.12 |
| 0-80 กม./ชม. | 6.49 | 4.46 | 5.75 | 5.46 | 6.07 |
| 0-100 กม./ชม. | 9.69 | 6.33 | 7.95 | 7.70 | 8.85 |
B-Segment SUV นับเป็นรถในกลุ่มที่ได้รับความสนใจ รวมถึงมีรุ่นและรูปแบบของตัวรถที่เปิดตัวมากที่สุดในงาน Motor Show ครั้งนี้ โดยมีให้เลือกทั้งในรูปแบบไฮบริด, ไฟฟ้าล้วน รวมถึง REEV ซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน แต่มีเครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟจ่ายให้กับเซ็ตมอเตอร์ และแบตเตอรี่ขนาดกลาง เพื่อเพิ่มระยะในการเดินทาง นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Motor Show 2025 หากวัดกันที่อัตราเร่งของรถในกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นไปตามระดับพละกำลัง คือ รถที่มีแรงม้าและแรงบิดมากที่สุด 245 แรงม้า กับ 350 นิวตัน-เมตร อย่าง MG S5 EV รุ่น V สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จากการวัดด้วยเครื่องมือ VBox Sport ได้เร็วที่สุด คือ 6.33 วินาที รองลงมา คือ Deepal S05 EV ที่ 7.7 วินาที ซึ่งพอเข้าใจได้ แม้จะมีระดับพละกำลังที่ใกล้เคียงกัน แต่ด้วยมิติตัวถังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส รวมถึงการเซ็ตรูปแบบการปล่อยพลังงาน ที่เน้นความนุ่มนวลเป็นสำคัญ โดยเฉือนอันดับที่ 3 อย่าง MG S5 EV รุ่น X ไปราว 0.25 วินาที
รถในกลุ่ม C-Segment SUV และ PPV
| อัตราเร่ง (วินาที) | Haval H6 HEV | Haval H6 PHEV | Tank 300 Diesel |
| 0-40 กม./ชม. | 2.54 | 2.93 | 3.29 |
| 0-60 กม./ชม. | 3.89 | 4.47 | 5.56 |
| 0-80 กม./ชม. | 5.81 | 6.40 | 8.43 |
| 0-100 กม./ชม. | 8.37 | 8.20 | 12.21 |
ในกลุ่มนี้…ถือเป็นเซ็ตข้อมูลของ GWM Family โดยในงาน Motor Show ปีนี้ ต้องยอมรับว่า ทางค่ายแก้เกมเรียกศรัทธาแฟนๆ ได้อย่างน่าสนใจจริงๆ เริ่มต้นด้วยการปรับไลน์อัพของ Haval H6 ใหม่ อัพเกรดภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย เพิ่มการทำตลาดในรุ่น PHEV พร้อมปรับระดับราคาให้ใกฃ้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งการมาในครั้งนี้ มีการปรับสเป็คของเซ็ตแบตเตอรี่ให้มีขนาดที่เล็กลง จากเดิม 34 kWh ลดเหลือ 27.5 kWh ที่ยังคงสามารถรองรับการใช้งานด้วย EV Mode ต่อวันได้อย่างพอเพียง ซึ่งทางการทดลองจริงทั้งในและนอกเมืองของ #ทีมขับซ่า Haval H6 PHEV สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 135 กม. หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ในชีวิตประจำวัน ถ้าไม่ได้ใช้งานมากกว่า 130 กม. แล้ว รูปแบบการใช้งานของรถคันนี้ แทบไม่ได้ต่างกับการใช้งาน รถ BEV แต่จะได้ความยืดหยุ่นในการใช้งานระยะไกล ซึ่งจะมีเครื่องยนต์ทำงานในรูปแบบไฮบริดมาเป็นตัวช่วย อีกทั้งตัวรถยังสามารถทำอัตราเร่งอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยในช่วง 0-100 กม./ชม. Haval H6 PHEV สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 8.20 วินาที เท่านั้น ถือว่าเป็นเวลาที่เร็วกว่าน้องใหม่ร่วมค่ายอย่าง Tank 300 Diesel ถึง 4 วินาที
รถในกลุ่ม Premium BEV
| อัตราเร่ง (วินาที) | Mini JCW E | Mini Cooper SE | Mini JCW Aceman E | Mini Aceman E |
| 0-40 กม./ชม. | 2.25 | 2.24 | 2.44 | 2.34 |
| 0-60 กม./ชม. | 3.38 | 3.39 | 3.65 | 3.53 |
| 0-80 กม./ชม. | 4.56 | 4.71 | 4.94 | 4.92 |
| 0-100 กม./ชม. | 6.05 | 6.39 | 6.53 | 6.71 |
หลังจากที่ปล่อยตัวจี๊ดพลังงานไฟฟ้าออกมาก่อนหน้า ทั้ง Mini Cooper SE รวมถึง Mini Aceman E ในงาน Motor Show 2025 ค่าย Mini มาพร้อมทีเด็ดในตระกูล John Cooper Works พลังไฟฟ้าอีก 2 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย Mini JCW E และ JCW Aceman Eโดยจุดเด่นของรถในตระกูลนี้ นอกจากจะมีการเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับภาพลักษณ์ภายนอก รวมถึงฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่แล้ว ทั้งคู่ยังถูกอัพเกรดพละกำลังขึ้นอีก 40 แรงม้า ส่งให้กำลังรวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 258 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชั่น Boost ที่ช่วยเพิ่มกำลังในระยะสั้นได้อีก 27 แรงม้า ส่งให้ทั้ง Mini JCW E และ JCW Aceman Eทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยจากการทดสอบของ #ทีมขับซ่า ด้วยเครื่องมือ VBox Sport ฝ่ายแรก ทำตัวเลขออกมาได้ 6.05 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นปกติ 0.34 วินาที ส่วนในรุ่น Aceman แม้ว่าในช่วงออกตัว จนถึงช่วงความเร็วปานกลางจะดูคู่คี่ แตกหากตั้งลำได้แล้วในช่วงเกิน 80 กม./ชม. ขึ้นไป จะพบว่า Mini JCW Aceman E เริ่มยืดระยะห่างออกมาได้แตะ 0.2 วินาที ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.