ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยหลายคนอาจเห็นตัวเลข “333” ที่ปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดีย และสื่อนอกบ้านแบบ Digital Out of Home (DOOH) ที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมาในรูปแบบของโฆษณาที่เนื้อหาทั้งหมดขึ้นเป็นเลข 3333333333 ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหัวข้อและรายละเอียดต่างๆ จนอาจเกิดข้อสงสัยมากมายว่าเลข ที่ว่านี้ สื่อถึงอะไร แต่ชิ้นงานโฆษณาดังกล่าวก็ยังมีจุดสังเกตที่พอให้ผู้คนเดาออกว่าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับแบรนด์เมอร์เซเดสเบนซ์ คือภาพของรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ จำนวน รุ่น
MBTh The 333 Offer DOOH 2
เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย จึงต้องการเฉลยที่มาของตัวเลขดังกล่าว ที่ไม่ได้สื่อถึง 333 ที่เป็นตัวเลขเทวดาหรือ Angel Numbers และไม่ได้มาจากข้อผิดพลาดของการสื่อสาร แต่เป็นแคมเปญโปรโมชั่นทางการตลาดที่มีแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ Business Saloon ยอดนิยมของแบรนด์อย่างรุ่น “E-Class” โดยหากลองกลับตัวอักษร “E” ก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คล้ายกับเลข “3” ซึ่งมีความสอดคล้องกับข้อเสนอสุดพิเศษของเมอร์เซเดสเบนซ์ ที่คิดมาเพื่อลูกค้าที่สนใจเข้าไปดูรถในงานจัดแสดงรถยนต์ประจำปีอย่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” หรือ Motor Expo 2025

ตัวเลข 333 จึงกลายเป็นแคมเปญโปรโมชั่นล่าสุดของเมอร์เซเดสเบนซ์ ที่มีชื่อว่า “The 333 Offer” รับกระแสงาน Motor Expo 2025 ด้วยข้อเสนอแห่งปีสำหรับยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดทั้ง รุ่น นำโดย E 350 e AMG DynamicGLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และ C 350 e AMG Dynamic ที่จะมอบความคุ้มค่าแบบ3-3-3 ประกอบไปด้วยข้อเสนอการผ่อนเริ่มต้นเพียง 33,000 ต่อเดือน*โปรแกรม MBSP Easy Care ฟรี ปี* และส่วนลดพิเศษ 3% On-Top* นอกจากนี้ทุกคนจะได้พบกับโมเดลสุดพิเศษ รุ่นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น The new CLAG 450 d STRONGER THAN THE 1980s และ GLA 200 Night Editionเป็นครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธหมายเลข “A02” อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

นอกจากข้อเสนอแห่งปี “The 333 Offer” ของรถยนต์ทั้ง รุ่น เมอร์เซเดสเบนซ์ ยังได้มอบข้อเสนอพิเศษให้กับรถยนต์อีกหลายรุ่น และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ทุกรุ่น ในงาน จะได้รับกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360° มูลค่า 16,500 บาท* และของสมนาคุณสุดพิเศษ Tumbler Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง ท่าน ได้แก่ “Jeff Aphisit” “Bomfha” และ “MR.HALFMAN”