Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 เตรียมจะเปิดตัวและประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 พร้อมกับเตรียมส่งมอบในวันเดียวกันนั้นเลย หลังจากที่ตัวรถ เริ่มเดินสายการผลิตที่โรงงานของมิตซูบิชิ ในแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ไปเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่เปิดตัวแบบ World Premier เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยการทำตลาดของ Mitsubishi Pajero ในประเทศไทย จะมาพร้อมตัวเลือกใน 3 รุ่นย่อย ซึ่งประกอบไปด้วย รุ่น Super Exceed ขับเคลื่อนสี่ล้อ, รุ่น GSR และรุ่น GLS ขับเคลื่อนสองล้อ ซึ่งมีการเซ็ตรายละเอียด และออพชั่นที่แตกต่างกันออกไป โดยเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้น #ทีมขับซ่า จะพาไปเจาะรายละเอียดของ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 ในทั้ง 3 รุ่นย่อย มีอะไรที่ได้มาในทั้ง 3 รุ่น และมีออพชั่นใดที่มีความแตกต่างกันบ้าง
เทียบรายละเอียดที่มีเหมือนๆ กันใน Mitsubishi Pajero ทั้ง 3 รุ่นย่อย
| Mitsubishi Pajero | รายละเอียด |
| ภายนอก | – มิติตัวถัง ความยาว x ความกว้าง 1,925 x 4,920 มม. – ระยะฐานล้อ 2,870 มม. – ไฟหน้า – ไฟท้าย LED เต็มระบบ – กระจก Acoustic Glass 5 บาน – ประตูท้ายไฟฟ้า |
| ภายใน | – เบาะแถวที่ 2 พับราบ 60:40 พร้อมเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลัง 150 มม. – เบาะแถวที่ 3 พับราบ 50:50 – กระจกไฟฟ้าแบบ One Touch ด้านคนขับ – มือจับขึ้น – ลงรถ 4 ตำแหน่ง และมือจับบริเวณเพดาน 6 ตำแหน่ง – รองรับ Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย – USB Type C รวม 6 ตำแหน่ง พร้อมช่องช่อ 12 และ 220 โวลต์ |
| ขุมพลัง | – เครื่องยนต์บล็อก 4N-16 Gen 2 (SHP) – กำลัง 204 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที – แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที – ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Paddle Shift – ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีด้วยเบรก Active Limited Slip Differential – พวงมาลัยไฟฟ้า EPS |
| ระบบความปลอดภัย | – ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน – ADAS ขั้นพื้นฐาน – ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง – กล้องมองรอบทิศทาง |
แน่นอนว่า Mitsubishi Pajero ในทั้ง 3 รุ่นย่อย มีองประกอบพื้นฐานในระดับที่ใกล้เคียงกัน ไล่มาตั้งแต่มิติตัวถัง ที่ความกว้างและความยาวเท่ากันที่ 1,925 x 4,920 มม. อย่างไรก็ตาม ในรุ่น GLS ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น และมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว มีความสูงโดยรวม และระยะต่ำสุดจากพื้นที่เตี้ยกว่ารุ่นที่จับคู่ล้อขนาด 20 นิ้ว อยู่ 10 และ 9 มม. ตามลำดับ โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 ได้รับการตกแต่งด้วยคอสเมติกระดับพื้นฐานมาให้ครบตั้งแต่ในรุ่นเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น การใช้ชุดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว LED เต็มระบบ ช่วยยกระดับความปลอดภัยและความชัดเจนของทัศนวิสัยให้ดียิ่งขึ้น แม้จะขัดกับขนาดที่ดูกะทัดรัดจนถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้…ในส่วนของตัวถังยังมาพร้อมกระจก 5 บาน รอบคันแบบ Acoustic Glass ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และยังมาพร้อมประตูท้ายไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานตั้งแต่ในรุ่นเริ่มต้นอีกด้วย
ด้านขุมพลังของ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 เป็นเครื่องยนต์บล็อค 4N-16 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกขั้น โดยในแง่พละกำลัง มีการปรับมาใช้เทอร์โบแปรผันแบบ Wide Range ช่วยยืดช่วง Peak ของแรงบิดให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น โดยจับคู่กับอินเตอร์คูลเลอร์แบบ Water to Air ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องเสถียรภาพการรักษาอุณหภูมิของไอดีอย่างเหมาะสม กำลังที่ได้จากขุมพลังบล็อคนี้ ปรับขึ้นมาเป็น 204 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5 แบบยังไม่ต้องเติม AdBlue และรองรับเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20 โดย Mitsubishi Pajero ทุกรุ่นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Paddle Shift และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีด้วยเบรก Active Limited Slip Differential ที่ระบบจะจับล้อที่มี Traction ต่ำจนหมุนฟรี เพื่อให้ล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงกว่า หมุนเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคไปได้โดยง่าย แม้จะไม่ใช่รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อก็ตาม นอกจากนี้…ใน Mitsubishi Pajero ทุกรุ่นย่อย ยังมาพร้อมระบบการควบคุมด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า EPS
ภายในห้องโดยสารก็เช่นเดียวกัน Mitsubishi Pajero ทั้ง 3 รุ่นย่อย มาพร้อมองประกอบพื้นฐานในระดับที่ใกล้เคียง รูปแบบห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง โดยในเบาะแถวที่ 2 สามารถพับราบได้แบบ 60:40 พร้อมฟังค์ชั่นปรับเอนและเลื่อนหน้า-หลังได้อีก 150 มม. ตัวเบาะมาพร้อมที่วางแขนและวางเครื่องดื่ม พร้อม USB Type C มาให้แบบครบทุกตำแหน่งที่นั่ง ส่วนในเบาะแถว 3 นั้น สามารถพับราบแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางสัมภาระ และจัดรูปแบบห้องโดยสารให้เหมาะกับความต้องการใช้งาน ด้านระบบอินโฟนเท้นเม้นท์และการแสดงผลต่างๆ ถือว่ามีมาให้แบบครบครัน รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบเสียงเกรดคุณภาพเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพแห่งการเดินทาง
จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด คือ สีตัวถัง Armour Copper และกระจังหน้าแบบ Honeycomb ที่มีเฉพาะในรุ่น Super Exceed
เทียบรายละเอียดภายนอกที่แตกต่างกันใน Mitsubishi Pajero แต่ละรุ่นย่อย
| Mitsubishi Pajero | Super Exceed | GSR | GLS |
| ภายนอก | |||
| สีตัวถัง | ทูโทน / ขาว, เทา, ดำ, ฟ้า, ทองแดง | ขาว, เทา, ฟ้า | ขาว, เทา, เงิน |
| ไฟหน้า Adaptive | O | O | – |
| ไฟหน้า – ไฟท้าย Dynamic | O | O | – |
| กระจกข้างปรับ พับไฟฟ้า | พร้อมเมมโมรี่ | พร้อมเมมโมรี่ | O |
| หลังคาพาโนรามิค | O | – | – |
| กระจังหน้า | Honeycomb | Kendo Mask | Kendo Mask |
| ชุดแต่งกันชนหน้า-หลัง | O | – | – |
| การ์ดกันกระแทกใต้ท้อง | O | – | – |
| ความสูงตัวรถ | 1,910 มม. | 1,910 มม. | 1,900 มม. |
| ระยะต่ำสุดจากพื้น | 228 มม. | 228 มม. | 219 มม. |
| ล้อ-ยาง | 255/55 R20 | 255/55 R20 | 255/65 R18 |
อย่างไรก็ตาม Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 แต่ละรุ่นย่อย ยังคงมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในหลายๆ จุด ตั้งแต่ตัวเลือกสีตัวถัง รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ ซึ่งในรุ่น Super Exceed ที่เป็นรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ จะมาพร้อมชุดแต่งที่ออกแบบมาเพื่อให้ตัวรถดูมีความดุดัน แข็งแกร่ง และรองรับการใช้งานในรูปแบบออฟโร๊ดได้ดียิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มการ์ดกันกระแทกใต้ท้อง ส่วนในรุ่น GSR ที่เป็นรุ่นกลาง ยังคงให้ออพชั่นระดับที่ดีไม่แพ้รุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า Adaptive, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รวมถึงระบบบันทึกตำแหน่งกระจกมองข้าง ที่จะลิ้งค์กับตำแหน่งของพวงมาลัย เบาะนั่ง รวมถึงเมนูที่ถูกเซ็ตไว้แบบเฉพาะบุคคล
เทียบรายละเอียดที่แตกต่างภายใน Mitsubishi Pajero แต่ละรุ่นย่อย
| Mitsubishi Pajero | Super Exceed | GSR | GLS |
| ภายใน | |||
| โทนสี | น้ำตาลอ่อน-ดำ | ดำ | ดำ |
| พวงมาลัยปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง | พร้อมเมมโมรี่ | พร้อมเมมโมรี่ | O |
| เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง | พร้อมเมมโมรี่ | พร้อมเมมโมรี่ | O |
| ดันหลังไฟฟ้าเบาะคู่หน้า | O | O | – |
| ระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้า | O | – | – |
| วัสดุหุ้มเบาะ | Semi Aniline และหนังสังเคราะห์ | หนังสังเคราะห์ | หนังสังเคราะห์ |
| ระบบปรับอากาศ | อิสระ 3 โซน Nanoe X | อิสระ 3 โซน Nanoe X | อิสระ 2 โซน |
| กระจกมองหลัง | แบบดิจิตัล | ตัดแสงอัตโนมัติ | O |
| หน้าจอขับขี่และอินโฟเมนเม้นท์ | 14.3 นิ้ว | 12.3 นิ้ว | 12.3 นิ้ว |
| ระบบเสียง | Yamaha 12 ลำโพง | Yamaha 12 ลำโพง | 6 ลำโพง |
| กล่องเก็บของที่คอนโซลกลาง | พร้อม Cool Box | พร้อม Cool Box | O |
| แอมเบียนไลท์ | O | O | – |
แยกแบบดูได้ง่ายที่สุด คือ Mitsubishi Pajero รุ่น Super Exceed เป็นรุ่นเดียว ที่มาพร้อมเบาะสีทูโทน Camel – Black ที่ใช้หนังคุณภาพสูง Semi Aniline สลับกับหนังสังเคราะห์ ส่วนในรุ่น GSR และ GLS จะเป็นเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ เช่นเดียวกับหน้าจอแสดงผล แม้จะวางใน Panel เดียวกัน แต่ภายในของรุ่นท็อป จะมาพร้อมจอขนาด 14.3 นิ้ว วางคู่กัน ต่างจากอีก 2 รุ่นที่เหลือ ที่จะใช้จอขนาด 12.3 นิ้ว โดยสิ่งที่ไมาเหมือนกันเลยของ Mitsubishi Pajero ทั้ง 3 รุ่นย่อย คือ กระจกมองหลัง ในรุ่นเริ่มจะมาพร้อมกระจกธรรมดา ส่วนในรุ่นกลางเป็นแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และในรุ่นท็อป Super Exceed เป็นกระจกแบบดิจิตัล แสดงภาพจากกล้องด้านหลัง ที่ให้ความหลากหลายของมุมมองมากกว่า ด้านระบบปรับอากาศ รุ่นท้อปและรุ่นกลางเป็นแบบอิสระ 3 โซน พร้อม NanoeX ส่วนรุ่นเริ่มเป็นแบบอัตโนมัติ ปรับแยกเฉพาะตอนหน้าและหลัง เช่นเดียวกับระบบเสียงที่ 2 รุ่นบน จะเหนือกว่าด้วยซาวน์ซิสเต็ม Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 ลำโพง ส่วนในรุ่นเริ่มมากับลำโพง 6 ตำแหน่ง เท่านั้น
เทียบรายละเอียดที่แตกต่างกันใน Mitsubishi Pajero แต่ละรุ่นย่อย
| Mitsubishi Pajero | Super Exceed | GSR | GLS |
| ขุมพลัง | |||
| ระบบขับเคลื่อน | S-AWC (4WD) | 2WD | 2WD |
| Diff Lock | ด้านหลัง | – | – |
| ระบบความปลอดภัย | |||
| การเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น | Mitsubishi Connect | – | – |
| Mi Pilot (ICC) | O | – | – |
| ช่วยเบรกเมื่อมีรถผ่านขณะถอย | O | – | – |
| ระบบช่วยรักษาให้รถอยู่ในเลน | O | – | – |
| ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร | O | – | – |
อีกหนึ่งความแตกต่างหลักๆ ของ Mitsubishi Pajero รุ่น Super Exceed ก็คือ ระบบ Super All Wheel Control ซึ่งเป็นการผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II และระบบควบคุมเสถียรภาพ Active Yaw Control พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ให้สูงขึ้นในสภาพเส้นทางทางที่หลากหลาย นอกจากนี้…ในรุ่น Super Exceed ยังเพิ่มฟังค์ชั่นความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงให้เหนือกว่าด้วยระบบ Mi Pilot ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Adaptive Cruise Control กับระบบช่วยประคองตัวรถให้อยู่ภายในเลน อีกทั้งยังมีฟังค์ชั่นช่วยเบรกเมื่อมีรถวิ่งผ่านขณะถอยหลัง รวมถึงระบบอ่านป้ายจราจร พร้อมการเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อตรวจสอบสถานะและสั่งการตัวรถจากระยะไกล อันเป็นฟังค์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะในรุ่น Super Exceed อีกด้วย