หลังปล่อยภาพทีเซอร์ออกมายั่วสายลุยกันอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดค่าย Mitsubishi ก็เผยกำหนดการเปิดตัว New Mitsubishi Pajero ครั้งแรกในโลก วันที่ 2 กันยายน 2026 โดยการกลับมาในครั้งนี้ ของสายลุยระดับตำนาน Mitsubishi Pajero ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งได้รับการยกระดับสมรรถนะทั้งในด้านขุมพลัง รวมถึงประสิทธิภาพในภาพรวม โดยเฉพาะคุณสมบัติการขับขี่ในเส้นทางออฟโร๊ด ที่เน้นเรื่องความสมบุกสมบัน พร้อมเพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้สูงยิ่งขึ้น
การถือกำเนิดของ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 ถือเป็นการกลับมาของรถตระกูลลุยในรอบ 5 ปี หลังจากเจนเนอเรชั่นที่ 4 เปิดตัวไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว (2006) ก่อนยุติสายการผลิตไปในปี 2021 ซึ่งว่ากันว่า การกลับมาของชื่อ Pajero ในตลาดโลก รถอเนกประสงค์ตระกูลนี้ จะกลายมาเป็นตัวตายตัวแทนของ PPV ในตระกูล Pajero Sport ที่ค่าย Mitsubishi ทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน

ภาพลักษณ์โดยรวมเน้นเส้นสายที่มีเหลี่ยมสัน ดูแข็งแกร่ง พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบออฟโร๊ดยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างแบบ Body on Frame
หากสังเกตจากภาพทีเซอร์ที่ถูกเผยออกมา รวมถึงภาพ Spy Shot ที่ถูกถ่ายในขณะวิ่งทดสอบจะพบว่า ภาพลักษณ์โดยรวมของ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 จะเน้นเส้นสายที่ดูมีเหลี่ยมสันมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวทางการออกแบบมาความคล้ายคลึงกับ Ford Everest รวมถึง GWM Tank 500 ที่เน้นเส้นสายที่ดูดุดัน เคร่งขรึม โดยตัวรถถูกดีไซน์โดยใช้โครงสร้างในรูปแบบ Ladder หรือ Body on Frame ที่วางตัวถังลงบนแชสซีส์ เพื่อเน้นความแข็งแกร่ง ทนทาน รองรับรูปแบบการใช้งานที่มีความสมบุกสมบันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการนำพื้นฐานในรูปแบบ Body on Frame กลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่ในเจนเจอเรชั่นที่ 3 และ 4 มีการปรับรูปแบบมาใช้โครงสร้างแบบ Unibody หรือ Monocoque
Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 เช่นเดียวกับ Mitsubishi Triton รุ่นปัจจุบัน ที่คาดว่าจะถูกใช้เป็นพื้นฐานมาต่อยอดสู่รถในรูปแบบ PPV / SUV โดยจะมีการอัพเกรดช่วงล่างในรูปแบบ Multi-Link เพื่อเพิ่มความนุ่มวลในการโดยสาร รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ในส่วนของเครื่องยนต์ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะใช้บล็อค 2.4 ลิตร 2 Stage Turbo ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดระดับ 470 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (ที่เคยใช้ใน Pajero Sport รุ่นก่อน) นอกจากนี้ Mitsubishi ยังยืนยันแล้วว่า Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน Super All Wheel Control (S-AWC) ที่เน้นการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time ซึ่งมีความซับซ้อนและให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าระบบ Super Select II ที่ติดตั้งอยู่ใน Mitsubishi Pajero Sport ณ ปัจจุบัน
น่าสนใจว่า การกลับมาของ Mitsubishi Pajero เจนเนอเรชั่นที่ 5 จะมีคุณสมบัติเด่นที่สามารถดึงความสนใจของสายลุยในยุคก่อนที่มีความเป็น Pajero Lover ได้มากน้อยขนาดไหน หรือจะเป็นเพียงการนำชื่อของตัวลุยในตำนานมาปัดฝุ่นขายเรียกยอดเพียงชั่วครั้งชั่วคราว…ซึ่งเราคงต้องคอยติดตามชม หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายนนี้


