Mini แบรนด์รถยนต์ที่ได้รับการยกย่องว่าออกแบบผลิตภัณฑ์ในค่ายได้อย่างมีชีวิตชีวาแบรนด์หนึ่งของโลก ได้เผยโฉมรถต้นแบบที่ผ่านการรังสรรค์ความสนุกในแบบฉบับที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของรถในตระกูล JCW 2 รุ่นพิเศษ ซึ่งเตรียมโชว์ตัวในงาน IAA Mobility 2025 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนนี้ โดย Mini JCW ที่นำมาอวดโฉมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ Deus Ex Machina โดยมาในชื่อ Machina และ Skeg
เติมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งในสไตล์ Mini x Deus Ex Machina
คู่หู Mini JCW ที่ถูกวาดลวดลายภายใต้ความร่วมมือกับ Deus Ex Machina มาพร้อมดีไซน์ที่สะท้อนถึง DNA ความเป็นรถที่เกิดมาเพื่อการแข่งขัน ที่ขับสนุกและมีความคล่องตัวสูง โดยมาพร้อมลวดลายที่ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับตัวรถได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงดีไซน์ของตัวถังที่ออกแบบมาให้มีชุดโปรงในแบบฉบับของรถที่พร้อมโลดแล่นในวงการมอเตอร์สปอร์ต เช่นเดียวกับในส่วนของภายในที่เน้นเพียงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งความน่าสนใจของการนำเสนอในครั้งนี้ก็คือ เป็นการนำ Mini JCW ทั้งในรูปแบบที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป รวมถึง JCW e ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ผู้มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยหัวใจที่เป็นตัวเชื่อมโยง Mini JCW ทั้ง 2 คัน เข้าไว้ด้วยกันก็คือ ลวดลายกราฟฟิค X บนหลังคา ที่งานนี้ Deus Ex Machina ออกแบบมาได้อย่างโดดเด่น
Machina โหด ดิบ ดุดัน สไตล์ตัวแข่ง Rally Car
เริ่มที่ Mini JCW เวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาป ในชื่อ Machina คือ รถที่ได้รับการออกแบบผ่านแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง มาพร้อมความโดดเด่นด้วยลวดลายกราฟฟิคสีขาว แดง และดำ บนตัวถัง บริเวณฝากระโปรงหน้า มากับชุดสปอตไลท์ 4 ดวง แบบที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตคุ้นเคยกันดีในรถที่ใช้ในการแข่งขัน Rally จับคู่กับเซ็ตกระจังหน้าที่ผ่านการคัสตอมมาอย่างดุดัน โดยชุดไฟหน้าถูกปรับรูปแบบด้วยแถบ LED 2 ชั้น เพื่อปรับโคมทรงกลมให้เป็นช่องรับลมเข้าสู่เครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในด้านข้างมีการดึงโป่งออกมาให้รับกับชุดล้อออฟเซ็ตติดลบ ที่ยื่นออกมาล้นแนวตัวถัง ส่วนในด้านท้ายมาพร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ด้านบนหลังคา จับคู่กับดิฟฟิวเซอร์เพื่อจัดระเบียบทิศทางการไหลของลมในย่านความเร็วสูง
รายละเอียดรวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นภายในห้องโดยสารของ Mini JCW Machina ถูกรื้อออกจนเกลี้ยงตามแบบฉบับของรถแข่ง โดยมีการเติมชิ้นส่วนที่เน้นเพื่อการใช้งานในสไตลืแรลลี่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนชุดพวงมาลัยในรูปแบบก้านยกหุ้มด้วยหนังกลับ ที่ช่วยเพิ่มความกระชับในการควบคุม เช่นเดียวกับเบาะนั่งคาร์บอนไฟเบอร์ที่มาในรูปแบบ Full Bucket Seat พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด ก่อนจะเติมความแข็งแรงให้กับตัวถังด้วยชุดค้ำทางด้านท้าย ในส่วนของพื้นรถถูกนำแผ่นอลูมิเนียมมาแทนที่ของชุดพรมที่ไม่จำเป็นต่อการแข่งขัน เช่นเดียวกับการปรับรูปแบบของเบรกมือ จากเดิมที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ถูกแทนที่ด้วยก้านและปั๊มเบรกมือแบบไฮดรอลิคส์ พร้อมเพิ่มตำแหน่งสวิตช์ควบคุมแยกจากหน้าจอบริเวณคอนโซลกลาง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น
Skeg พื้นฐานจาก JCW e เน้นความสนุกและสื่อถึงไลฟ์สไตล์คนวัยมันส์
ส่วนอีกคันในชื่อ Skeg เป็นการอัพเกรดจากพื้นฐานของ Mini JCW e เน้นการสรรค์สร้างในเชิงไลฟ์สไตล์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความผ่อนคลายภายใต้ธีม “คนเล่นเซิร์ฟ” เป็นหัวใจหลักที่ทำให้รถคันนี้ ดูเป็นรถที่ให้ความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ตัวถังมาในสีเขียวไข่กา ตัดด้วยลวดลายกราฟฟิคสีเหลืองสลับดำในแนว Street Art จับคู่กับการใช้ชิ้นสเกิร์ตข้าง และกันชนท้ายสีเหลืองที่ดูมีชีวิตชีวา โดยมีการนำชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสแบบงานดิบ (โปร่งแสง) มาเป็นตัวดึงความสนใจมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของกันชนหน้าที่มาพร้อมเส้นไฟล้อมกรอบกระจังแบบปิดทึบ โป่งข้าง แผ่นหลังคา หางหลังขนาดใหญ่ Flex Tip Surf Spoiler รวมถึงกันชนท้าย ซึ่งนอกจากจะส่งให้ Mini JCW e Skeg ดูดิบอย่างมีสไตล์ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดน้ำหนักของรถคันนี้ลงได้ถึง 15% อีกด้วย
นอกจากตัวถังของ Skeg แล้ว การใช้ชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสแบบโปร่งแสง ยังถูกใช้ไปถึงภายใน ทั้งแผงประตู คอนโซลหน้า แผงหลังคา ที่เป็นงานดิบทั้งสิ้น โดยชิ้นส่วนภายในแบบดั้งเดิม ถูกรื้อออกในหลายๆ จุด เหลือไว้เพียงอุปกรณ์ที่สำคัญ เช่น พวงมาลัย หน้าจอกลาง รวมถึงสวิตช์ควบคุมต่างๆ เซ็ตเบาะถูกปรับมาเป็นแบบ Bucket Seat ที่ทำจากไฟเบอร์กลาส จับคู่นวม Neoprene พร้อมปรับพื้นที่ทางด้านหลัง สำหรับการวาง Surf Board
ช่วงล่าง John Cooper Works เอาอยู่ทุกทรง
Mini JCW Machina และ Skeg แม้จะถูกปรับภาพลักษณ์มาในสไตล์ที่ดุดัน แต่ทั้งคู่ยังคงใช้พื้นฐานช่วงล่างที่เซ็ตในสไตล์ John Cooper Works จากโรงงาน ที่เน้นความสนุกและสมรรถนะในการขับขี่ โดยเวอร์ชั่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป มาพร้อมขุมพลัง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังในระดับ 231 แรงม้า กับแรงบิด 380 นิวตัน-เมตร ส่วนรุ่นที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังมากกว่าเล็กน้อยที่ 258 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร โดย Mini JCW ทั้งคู่ มีแพลนโชวืตัวอย่างเป็นทางการในงาน IAA Mobility Show 2025 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 8-14 กันยายนนี้ ก่อนที่ชุดแต่งดังกล่าวจะถูกจำหน่ายที่ตัวแทน Deus Ex Machina