หากพูดถึงรถรุ่นหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ MG จนเป็นที่ยอมรับในระดับ Global ยุคปัจจุบัน แน่นอนว่า…ชื่อของรถรุ่นนั้น คงหนีไม่พ้น MG 4 Electric ที่เป็นเหมือนยุคใหม่แห่งการพัฒนาที่ได้รับการยกระดับในหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ แพลตฟอร์ม สมรรถนะ รวมถึงฟีลลิ่งการขับขี่ในสไตล์ Brit Dynamic ที่เน้นความสปอร์ตและการควบคุมที่ตอบสนองได้อย่างเฉียบคม นั่นเองส่งให้แฮท์แบคพลังไฟฟ้าคันนี้ เป็นรถที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป รวมถึงในประเทศไทย ที่ MG 4 Electric เป็นรถที่เราเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ก่อนที่คาแร็กเตอร์ดังกล่าว จะถูกถ่ายทอดสู่รถรุ่นใหม่ๆ ของแบรนด์ MG เช่น MG 3 Hybrid + รวมถึง MG S5 EV ที่ใช้ปรัชญาการออกแบบในลักษณะเดียวกัน
แม้ว่าจะเป็นรถคอมแพคท์แฮทช์แบคที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก ด้วยจุดเด่นเรื่องความสนุกและฟีลลิ่งการขับขี่ แต่อย่างไรก็ตาม MG 4 Electric ยังคงเป็นรถที่ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องออพชั่นอำนวยความสะดวก รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่ยังคงมีข้อจำกัด เมื่อเทียงบกับรถในรูปแบบเดียวกันอยู่บ้าง นั่นเองอาจเป็นจุดให้ทางค่ายพัฒนาแฮทช์แบคพลังไฟฟ้ารุ่นนี้ สู่เวอร์ชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ในเรื่องการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยมาในรูปแบบที่เรียกว่า MG 4 EV Urban ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลบที่ปรากฎใน MG ประเทศออสเตรเลีย นี่จะเป็นรุ่นที่ทำตลาดควบคู่ไปกับ MG 4 Electric เดิม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ ได้เลือกรถที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด โดยความเคลื่อนไหวของ MG 4 EV Urban เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดย SAIC Motor บริษัทแม่ของแบรนด์ MG ได้ยื่นจดเครื่องหมายการค้า MG 4 EV Urban ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งชื่อดังกล่าว น่าจะสอดคล้องกับรถแฮทช์แบคจากแบรนด์ MG 4 ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อไม่นานนี้
ข้อมูลที่น่าสนใจของ MG 4 EV Urban คือ แม้ว่าจะเป็นรถในรูปแบบแฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกับ MG 4 Electric รวมถึง MG S5 EV แต่รุ่นใหม่นี้ จะเป็นรถที่ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มในรูปแบบ Modular Scalable Platform ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เช่นเดียวกับทั้ง 2 รุ่น (รวมถึง AWD ใน MG 4 XPower) ที่ทำตลาดไปก่อนหน้า แต่อาจมาพร้อมขุมพลังใหม่ ที่ Mr. Chen Cui ผู้จัดการ ทั่วไปของแบรนด์ MG ออกมาให้ข้อมูลว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกของโลกในวงการรถระดับ Mass Productiom ที่ MG 4 จะมาพร้อมแบตเตอรี่ในรูปแบบ Semi Solid State จากผู้ผลิต QingTao Energy โดยมาพร้อมส่วนผสม Liquid Electrolyte เพียง 5% เท่านั้น (จากข้อมูลที่ถูกเผยใน Car News China) และมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยจากการทดสอบการเจาะทะลุ 360 องศา รวมถึงมีค่าความหนาแน่นของพลังงานที่สูงถึง 180 Wh/kg ซึ่งนั่นส่งผลให้ MG 4 EV Urban มีน้ำหนักตัวรถเพียง 1,485 กก.
และจากข้อมูลที่ปรากฏใน เอกสารที่ยื่นต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ของจีน MG 4 EV Urban มีมิติตัวถังอยู่ที่ 1,842 x 4,395 x 1,551 มม. (MG 4 Electric อยู่ที่ 1,836 x 4,287 x 1,516 มม.) ส่งผลให้มีตัวถังยาวกว่ารุ่นเดิมถึง 108 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม. (ยาวกว่า MG 4 Electric 45 มม.) ดีไซน์ในภาพรวมดูมีความโค้งมนมากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม โดยได้แรงบันดาลใจหลายๆ จุดมาจากสปอร์ตในค่ายอย่าง MG Cyberster ส่วนชุดล้อเป็นขนาด 18 นิ้ว แบบเดียวกับที่เราคุ้นตาใน MG S5 EV โดย MG 4 EV Urban อาจมาพร้อมมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อคู่หลัง ให้กำลังราว 163 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP) ขนาด 70 kWh รองรับการเดินทาง 537 กม. ต่อชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC
การตกแต่งภายในห้องโดยสารของ MG 4 EV Urban ยังคงเน้นความมินิมอลที่ดูเรียบหรู ด้วยการใช้ภายในโทนสีเบจ โดยมาพร้อมเซ็ตหน้าจอกลางขนาดใหญ่อันเป็นศูนย์รวมในการควบคุมสั่งการ พร้อมปุ่ม Hard Switch สำหรับสั่งการฟังค์ชั่นที่ใช้งานเป็นประจำ และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล โดยเป็นการออกแบบ User Interface ภายในห้องโดยสารใหม่ ที่ทาง MG ร่วมกันพัฒนากับ Oppo ซึ่งสามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียง การแสดงท่าทาง รวมถึงการสะท้อนภาพจากสมาร์ทโฟนขึ้นบนหน้าจอ และยังรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์จากแบรนด์ Huawei และ Apple อีกด้วย
MG 4 EV Urban เริ่มสายการผลิตแล้วที่โรงงาน SAIC Motor ในเมืองหนานจิง ประเทศจีน และมีแพลนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ก่อนจะเริ่มทำตลาดในประเทศจีน ช่วงเดือนกันยายน เป็นต้นไป โดยคาดว่า จะถูกวางราคาระหว่าง 80,000 – 120,000 หยวน หรือประมาณ 3.58- 5.38 แสนบาท