Home ข่าวสารรถยนต์รีวิว Mercedes-Benz CLA250+ Electric เจาะ 5 จุดเด่น – ข้อสังเกต “เบนซ์ไฟฟ้า” วิ่งไกล ค่าตัวคุ้ม ! เตรียมเปิดตัวช่วงเดือนมีนาคม

รีวิว Mercedes-Benz CLA250+ Electric เจาะ 5 จุดเด่น – ข้อสังเกต “เบนซ์ไฟฟ้า” วิ่งไกล ค่าตัวคุ้ม ! เตรียมเปิดตัวช่วงเดือนมีนาคม

by Admin clubza.tv
3 minutes read

มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ช่วงปลายป่ก่อน หลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย วางแผนทำตลาด ซีดานพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด Mercedes-Benz CLA250+ Electric ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยวางตัวเองเป็น Entry Luxury เน้นค่าตัวเข้าถึงง่าย (ระดับราคาที่คาด คือ 2 ล้านต้น – กลาง) ออพชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยแบบครบครัน ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ในระดับคุณภาพ รวมถึงยังเป็นรถ EV ที่สามารถทำระยะทางต่อชาร์จได้ไกล ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทาง เพื่อให้พร้อมกับการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยหลังจากที่ได้ทดลองขับในช่วงสั้นๆ #ทีมขับซ่า สัมผัสได้ถึงความน่าสนใจของ Mercedes-Benz CLA250+ Electric ในหลายๆ จุด…ไม่ว่าจะเป็น

resize B Z63 7140

Mercedes-Benz CLA250+ Electric เตรียมเปิดตัวช่วงเดือนมีนาคม คาดวางราคาในระดับใกล้เคียง A200 เดิม

B Z63 71461. เบนซ์ไฟฟ้ารุ่นที่ 9 ในประเทศไทย เน้นความง่ายทั้งการสร้างความเข้าใจและการเข้าถึง

Mercedes-Benz CLA250+ Electric ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นที่ 9 ของแบรนด์ ที่ทำตลาดในประเทศไทย ต่อจากรุ่นพี่ตระกูล Mercedes-EQ หรือ EQ Technology ที่เราคุ้นหูตั้งแต่ในยุคแรกเริ่ม การมาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากค่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในครั้งนี้ มีการปรับชื่อให้เข้าใจง่าย เพื่อลดความสับสน โดยเรียกชื่อรุ่นกันแบบตรงตัว Mercedes-Benz CLA250+ Electric ซึ่งหมายถึง รถภายใต้เครื่องหมายการค้า Mercedes-Benz, บอดี้สไตล์ตระกูล CLA, ระดับพละกำลังเทียบเท่า (หรือเหนือกว่าด้วยเครื่องหมาย +) เครื่องยนต์ 2,500 ซีซี. รวมถึงขับเคลื่อนด้วย Electric ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่ของแบรนด์ ในโอกาสครบรอบ 140 ปี โดย Mercedes-Benz CLA250+ Electric เป็นรถยนต์รุ่นแรก ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ซึ่งมีความยืดหยุ่น สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับระบบส่งกำลังหลากหลายรูปแบบ ทั้งไฟฟ้าล้วน ปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงการใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาป

resize B Z63 6708

เน้นเดินทางไกล ไม่ง้อจุดชาร์จ ด้วยตัวเลขตามสเปค 792 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

resize A Z63 6454

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม 800 โวลต์ คือ สามารถชาร์จได้เร็วแม้ในระดับปริมาณไฟที่สูง โดยรองรับความเร็วสูงสุด 320 kW

2. เทคโนโลยีขับเคลื่อนยุคใหม่ สมรรถนะสูง วิ่งได้ไกล ใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด

สังเกตได้ว่า รถ EV จากยุโรปในระยะหลัง มาพร้อมเทคโนโลยีแพลตฟอร์มแบบ 800 โวลต์ ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการใช้และการชาร์จ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับสมรรถนะ และความสะดวกในการใช้งาน โดย Mercedes-Benz CLA250+ Electric มาพร้อมมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ Permanently Excited Synchronous Motors (PSM) จับคู่ระบบส่งกำลังแบบ 2 สปีด ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ให้ความจัดจ้านตั้งแต่ในช่วงออกตัว รวมถึงช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะขับขี่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของระยะทางต่อชาร์จที่เคลมไว้ถึง 792 กม. ตามมาตรฐาน WLTP แม้จะใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเพียง 85 kWh หรือคิดเฉลี่ยเป็นอัตราสิ้นเปลืองแบบคร่าวๆ ออกมาได้ที่ 9.3 kW ต่อ 100 กม. อย่างไรก็ตาม Mercedes-Benz CLA250+ Electric กลับให้อัตราเร่งที่น่าประทับใจ ด้วยกำลังในระดับ 272 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ (ตามสเป็คเคลมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 6.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กม./ชม.) อีกทั้งด้วยจุดเด่นของแพลตฟอร์มแบบ 800 โวลต์ ช่วยให้ Mercedes-Benz CLA250+ Electric สามารถชาร์จได้เร็ว โดยรองรับกำลังไฟสูงสุด 320 kW โดยในขณะที่ชาร์จไฟในระดับสูงสุดเพียง 10 นาที จะส่งให้รถไฟฟ้ารุ่นที่ 9 จากแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันนี้ วิ่งได้ไกลถึง 325 กม.

resize A Z63 6472

จอ MBUX Superscreen รองรับการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด ภายใต้ความร่วมมือกับ Google และ Microsoft

resize A Z63 64973. คอสเมติกแพรวพราว ลูกเล่นยุคใหม่ครบครัน รองรับไลฟ์สไตล์สาย Smart Technology

หนึ่งในความโดดเด่นของรถจากแบรนด์ Mercedes-Benz ในยุคหลังๆๆ คงหนีไม่พ้นการออกแบบที่เน้นความหวือหวา เส้นแสงทั้งภายนอกและภายในที่จัดเต็ม ซึ่งกับ Mercedes-Benz CLA250+ Electric ก็เช่นกัน แม้จะเป็นรถที่วางค่าตัวในระดับเข้าถึงง่าย (คาดว่า เปิดราคามาใกล้เคียงกับ Mercedes-Benz A200 เดิม) แต่ลูกเล่นต่างๆ มีมาให้แบบครบทั้งภายนอกและภายใน เริ่มตั้งแต่ Welcome Light ที่สอดประสานการทำงานร่วมกับโลโก้ดาวบริเวณกระจังหน้า Starpanel ซึ่งเป็นตัวเรียกแขกให้ เบนซ์ไฟฟ้า คันนี้ ดูมีความน่าสนใจตั้งแต่แรกพบ ยิ่งเมื่อเข้ามาภายใน จะพบกับอภิมหาความอลังการของแสงสี ที่ประกบอยู่กับชุดหน้าจอ MBUX Superscreen 3 จอ (10.25 นิ้ว สำหรับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และ 14 นิ้ว สำหรับหน้าจออินโฟเทนเม้นท์กลาง และผู้โดยสารตอนหน้า) วางเรียงอยู่ในแนวคอนโซลหน้า ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ MB Smart OS รองรับการแสดงผลแบบ Real-Time 3D และผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบกับผู้ใช้ โดยมีการร่วมมือกับ Google และ Microsoft ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน เช่น ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Zoom รวมถึงแอพฯ ชั้นนำอื่นๆ

resize B D75 9622

ท่านั่งลงตัว เลี้ยวคม ช่วงล่างนิ่ง ตัวช่วยทำงานละเอียด ในแง่การขับขี่…จะเอาอะไรมากกว่านี้ ?

resize B D75 96954. ความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ ลืมภาพรถตระกูล EQ ที่เคยสัมผัสมาก่อนได้เลย !

แม้การจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz CLA250+ Electric จะเน้นความเรียบง่าย แต่ความแตกต่างที่ #ทีมขับซ่า สัมผัสได้ เมื่อเทียบกับรถในตระกูล EQ รุ่นอื่นๆ ที่เคยทดลองขับมา คือ ความเป็นมิตรและพอดีต่อผู้ใช้ ด้วยแนวทางการออกแบบที่เชื่อว่าทางค่ายพยายามปรับมาโดยตลอด (ตั้งแต่เปิดตัว EQS เวอร์ชั่นซีดาน ซึ่งเป็นรถ EV รุ่นแรกของค่าย) โดย Mercedes-Benz CLA250+ Electric สามารถปรับท่าทางการขับขี่ให้พอดีกับสรีระได้ง่ายกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ทัศนวิสัย รวมถึงการบังคับควบคุม การหยิบจับ ใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆ ถือว่าทำได้เนียน มีความพอดีมากขึ้น โดยสิ่งที่เป็นไฮไลท์หลังจากที่ได้ทดลองขับ คือ ความคล่องตัวและกลมกล่อมในการทำงานของช่วงล่าง ด้วยรูปแบบ Station ที่จำลองการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ทำให้รู้สึกถึงความเนียนในการทำงาน ซึ่งผสานทั้งเรื่องความนุ่มนวล รวมถึงความมั่นใจในขณะที่ต้องเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เมื่อใดก็ตามที่ใช้ความเร็วเกินศักยภาพของตัวรถ ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพของ Mercedes-Benz CLA250+ Electric จะ (แอบ) ออกมาทำงานแบบที่ไม่ให้ผู้ขับขี่รู้ตัว ซึ่งทั้งอาการ Under และ Oversteer จากที่ #ทีมขับซ่า ได้ทดลอง เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่มีอาการใดอาการหนึ่งออกมาจนผิดสังเกต หากเทียบว่าในเส้นทางที่ผู้จัดวางไว้ให้แบบนี้ ตัวรถยังเอาอยู่แล้ว สำหรับการใช้งานทั่วไป เชื่อว่าเซ็ตติ้งช่วงล่างของ Mercedes-Benz CLA250+ Electric จะเอาอยู่ในหลากหลายสถานการณ์แบบสบายๆ

resize B Z63 6457

แม้จะถูกมองว่ารายละเอียดบางจุดยังเป็นรองรุ่นใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม Mercedes-Benz ก็ยังมีมาตรฐานในความพรีเมี่ยมของตัวเองที่ชัดเจน

resize B Z63 65325. การจะคาดหวังความสุดในความครบเครื่องแบบนี้ ดูจะเป็นสิ่งที่ใจร้ายเกินไปสักหน่อย

จากที่ได้ทดลองขับ ทดลองเล่น เดินวนดูนู่นดูนี่มาแบบพอหอมปากหอมคอ โดยพื้นฐานแล้ว Mercedes-Benz CLA250+ Electric ไม่ถือว่ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ควรตำหนิเป็นพิเศษ ด้วยคุณสมบัติและความครบเครื่อง ทั้งในแง่สมรรถนะ ระยะการเดินทาง ความเร็วใจการชาร์จ ช่วงล่างที่เซ็ตมาได้ดี (มากกก) รวมถึงคอสเมติกและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งให้รถคันนี้ ได้ชื่อว่าเป็นรถที่พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างแท้จริง ยิ่งบวกกับค่าตัวในระดับ 2 ล้านต้น-กลาง ยิ่งช่วยส่งให้ Mercedes-Benz CLA250+ Electric เป็นรถที่ควรค่ากับร่วมเป็นหนึ่งในสาวกของ Mercedes-Benz มากขึ้น แต่ด้วยความเป็นรถที่มีคุณสมบัติเด่นครบถ้วนเกือบจะทั้งหมดในงบเท่านี้ สิ่งที่ต้องแลกมา คงหนีไม่พ้นรายละเอียด (ที่ไม่จำเป็น) ในบางจุด ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะไม่ได้เนี๊ยบเทียบเท่ารุ่นพี่ๆ ที่วางระดับค่าตัวไว้สูงกว่า ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับรถที่เป็น “รุ่นเริ่ม” ของแต่ละแบรนด์ อย่างไรก็ตาม เบนซ์ ยังคงเป็นเบนซ์ มาตรฐานของแบรนด์นี้ ยังคงอยู่ในระดับสูง และคุ้มค่าพอที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่าตัวให้กับ Mercedes-Benz CLA250+ Electric หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหารถ EV Entry Luxury อยู่ดี ไม่ต้องเชื่อก็ได้…แต่อยากให้ไปลอง !

resize B D75 9701 resize B D75 9659 resize A Z63 6453 resize A Z63 6526


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม