หลังจากที่เปิดตัวไปแบบสดๆ ร้อนๆ สิ่งที่หลายคนพูดถึงอสุรกายลำดับที่ 2 ในตระกูล Mythos Series นอกจากเรื่องของสมรรถนะขั้นสุด และการผลิตในจำนวนจำกัด คงหนีไม่พ้นชื่อ Spezialanfertigung ที่ออกเสียงได้ยากขั้นสุด ในระดับที่ 2 หนุ่ม นักแข่ง Formula 1 ของทีม Mercedes-AMG Petronas F1 Team ทั้ง George Russell (อังกฤษ) และ Kimi Antonelli (อิตาเลี่ยน) ยังถึงกับไปไม่เป็น งานนี้จึงต้องต้องถึงมือบอส Toto Wolff (ออสเตรีย…ซึ่งพูดภาษาเยอรมันโดยพื้นฐาน) ที่ไม่ได้มาโค้ชชิ่งกลยุทธ์การแข่งขัน แต่มาแนะนำเทคนิคการอ่านชื่อของ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung หนึ่งในตัวแรงระดับแนวหน้า อันเป็นความภูมิใจล่าสุดของ Affalterbach
Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ทายาทลำดับที่ 2 ในตระกูล Mythos Series ซึ่งมีแค่ 30 คันในโลก เท่านั้น
ทายาทลำดับที่ 2 ในตระกูล Mythos Series ผลิตเพียง 30 คันทั่วโลก
แม้หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินสรรพคุณของ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung กันมาพอสมควรแล้ว แต่แน่นอนว่า…เรายังอยากพูดถึงมันอีกครั้งด้วยความหลงใหล ! อสุรกายทางเรียบคันนี้ เป็นหนึ่งในผลิตผลของตระกูล Mythos Series อันเป็นรถในกลุ่ม Ultra Exclusive ของแบรนด์ Mercedees-AMG โดย CLE 646 Spezialanfertigung ถือเป็นทายาทลำดับที่ 2 ของตระกูล ต่อจาก Mercedes-AMG Mythos PureSpeed ที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2024 ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 250 คันในโลก อย่างไรก็ตาม Spezialanfertigung (ชเปซิอัล อัน แฟร์ ทิกุง อ่านแบบสำเนียงเยอรมัน) พิเศษกว่านั้น ตามชื่อของมันที่มีความหมายว่า การผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในโลก ซึ่งหากวัดกันในแง่ความหายาก Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung มีจำนวนการผลิตที่น้อยกว่าในรถซีรีย์เดียวกันกว่า 8 เท่า ! และแน่นอนว่า แม้ว่ารถคันนี้จะมีค่าตัวที่แพงระยับ แต่ทุกคันตั้งแต่ Number 1-30 ถูกจับจองเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ !!!
Driving Dynamic เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา Spezialanfertigung
แม้จะใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกับ Mercedes-AMG CLE53 (รถสมรรถนะสูง ที่ประสิทธิภาพในการควบคุมและผลจากการทดสอบการขับขี่ทำได้ดีกว่าภาพลักษณ์ที่ดูอุ้ยอ้ายในมุมมองของ #ทีมขับซ่า) แต่ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ได้รับการยกระดับในหลายๆ จุด โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวคือ ความเป็นรถที่มีสมรรถนะระดับสูงสุดเทียบเท่ารถแข่ง แต่ยังคงต้องสามารถใช้งานได้บนท้องถนนแบบถูกกฎหมาย ด้วยการผนึกกำลังระหว่างเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo พิกัด 4.0 ลิตร ร่วมกับโครงสร้างแชสซีส์ที่ถูกเนรมิตตามหลักพื้นฐานวิศวกรรมขั้นสุดอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ตัวถังที่ออกแบบมาให้มีความกว้างมากขึ้น โดยมีการนำชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้เพื่อลดน้ำหนักซึ่งลดได้ถึง 170 กก. (เมื่อเทียบกับรถที่ใช้เป็นพิ้นฐานในการพัฒนา) พร้อมทั้งปรับเรื่องแอโร่ไดนามิคเพื่อรองรับการขับขี่ที่ความเร็วสูงโดยเฉพาะ ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งและสร้างบาลานซ์ในการควบคุมได้อย่างไร้ที่ติ
ถอดแบบภาพลักษณ์พร้อมอัพเกรดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่ AMG One
การเลือกใช้สีของ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung สามารถสะท้อนคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวของรถแข่ง Formula 1 ของค่าย Mercedes-AMG ได้อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ได้ชัดเท่า Mercedes-AMG One แต่อย่างน้อยๆ คือ มีกลิ่นอายที่ชวนให้นึกถึง ด้วยการให้สีตัวถัง Mojave Silver Magno ในส่วนครึ่งหน้าของตัวรถ ก่อนที่ในบริเวณส่วนท้าย ตั้งแต่เสา B Pillar เป็นต้นไป จะค่อยๆ ไล่เฉดเป็นสี Obsidian Black Magno พร้อมเติมรายละเอียดเฉพาะตัวในความเป็น Spezialanfertigung เข้าไปด้วยการเพิ่มโลโก้ AMG บริเวณประตูฝั่งคนขับ ก่อนยกระดับความดุดันด้วยการลดความสูงของตัวรถลงมาอีก 22 มม. ในด้านหน้า และ 16 มม. ในด้านหลัง โดยล้อที่ถูกนำมาประจำการใน Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung มีขนาด 11.0 x 20 นิ้ว จับคู่ยาง 305/30 ZR20 ในด้านหน้า และล้อ 12.0 x 20 นิ้ว จับคู่ยาง 335/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง อันเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจาก Mercedes-AMG One
ด้วยการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มาเป็นองประกอบสำคัญ ช่วยลดน้ำหนักให้กับ Spezialanfertigung ได้รวมถึง 170 กก.
ตีโป่ง 60 มม. เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ พร้อมลดน้ำหนักด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ในหลายส่วนหลัก
การออกแบบระยะ Track ที่กว้าง ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อภารกิจในวงการมอเตอร์สปอร์ต เช่นเดียวกับใน Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ที่ได้รับการดึงโป่งตัวถังออกมาอีก 60 มม. เมื่อเทียบกับรถที่ใช้เป็นต้นแบบ ช่วยเพิ่มประสิทธืภาพในแง่การทรงตัวให้มีเสถียรภาพทั้งการเข้าโค้ง รวมถึงการวิ่งทางตรงด้วยความเร็วสูงได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มิติตัวถังที่มีขนาดใหญ่ สิ่งที่จะตามมาแบบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คงหนีไม่พ้นน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มมากขึ้น งานนี้จึงต้องพึ่งพาตัวช่วยโดยการเลือกใช้ชิ้นส่วนที่มีความแข็งแรงสูง แต่มีน้ำหนักที่เบากว่าการใช้โลหะ เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ มาเป็นส่วนประกอบสำคัญบนตัวถัง ไม่ว่าจะเป็น ฝากระโปรงหน้า, แก้มข้างที่มาพร้อมช่องระบายลมขนาดใหญ่, แผ่นหลังคา, ดิฟฟิวเซอร์หลัง, ฝากระโปรงท้าย รวมถึงชุดสปอยเลอร์แบบ Swan Neck ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่ง Mercedes-AMG GT3 ในส่วนของบานกระจกทั้งด้านข้างและด้านหลัง ยังเลือกที่จะใช้วัสดุโพลีคาร์บอร์เนตที่มีน้ำหนักเบากว่า เช่นเดียวกับการใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์ แบบลิเธียมไอออนที่มีน้ำหนักเบากว่า นอกจากนี้…ยังออกแบบแอโร่ไดนามิคพาร์ทให้สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย เช่น ลิ้นหน้าสามารถเปลี่ยนองศาเพื่อปรับทิศทางการไหลของอากาศ 2 รูปแบบ รองรับทั้ง Street และ Race โดยปรับจุดยึดได้แบบง่ายๆ ด้วยน็อตเพียง 3 ตัว เช่นเดียวกับแผ่นกันลมหมุนเวียนใต้ท้อง, ดิฟฟิวเซอร์และสปอยเลอร์ท้าย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล สามารถสร้างแรงกดได้ถึง 250 กก. เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด
ขุมพลัง V8 Bi-Turbo แบบ Flat Plane ความภาคภูมิใจของชาว Affalterbach
Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ยังคงใช้ขุมพลัง Flat Plane แบบ V8 Bi-Turbo พิกัด 4.0 ลิตร ในรหัส M177 Evo ที่ถือว่าเป็น “ตัวจบ” ของรถในกลุ่มโปรดักชั่น พร้อมอัพเกรดรายละเอียดให้รับกับมาตรฐานยานยนต์ยุคใหม่ เช่น การเพิ่ม ISG Motor แบบ 48 โวลต์ เข้าไปเพื่อช่วยเพิ่มกำลัง (และลดการปล่อยมลพิษ) ในช่วงสั้นๆ กำลังสูงสุดที่ทำได้ คือ 646 แรงม้า ตามชื่อรุ่นของ CLE 646 Spezialanfertigung โดยสิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือ การที่ตัวรถมีแรงบิดสูงสุดแบบ Flat Torque มาให้ใช้แบบยาวๆ ตั้งแต่ 2,500-4,500 รอบ/นาที ถึง 850 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้…ความน่าสนใจของการเลือกใช้ข้อเหวี่ยงในรูปแบบ Flat Plane ก็คือ นอกจากจะให้การตอบสนองที่โดดเด่น มีแรงบิดมาให้ใช้อย่างต่อเนื่องในทันทีที่กดคันเร่งแล้ว อาการสะท้านอันเป็นคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวของขุมพลังสูบ V (ที่หลายคนอาจไม่ชอบ) ยังลดน้อยลงอีกด้วย โดยเครื่องยนต์บล็อคนี้ ออกแบบมาเพื่อให้พร้อมรับภาระหนัก โดยดีไซน์ชุดระบายความร้อนแยกเป็น 3 ส่วน ประกอบไปด้วย ส่วนแรกสำหรับระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ (หม้อน้ำ) และสำหรับอีก 2 ส่วนที่เหลือ จะถูกออกแบบมาเพื่อการระบายความร้อนให้กับไอดี (อินเตอร์คูลเลอร์) และระบบส่งกำลัง (ออยล์คูลเลอร์) ซึ่งรวมไปถึงวงจรของ ISG Motor แบบ 48 โวลต์ เพื่อรองรับการใช้งานทั้งกับการวิ่งความเร็วสูงบนถนน รวมถึงการขับขี่ในสนามแข่งด้วยเช่นกัน
เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของไอเสียและสุ้มเสียงที่ดุดันด้วยชุดท่อจาก Akrapovič
สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ในตระกูล V8 Bi-Turbo ของ Mercedes-AMG คือ สุ้มเสียงในโทนทุ้มต่ำเป็นลูกๆ ตามแบบฉบับของเครื่องสูบ V (ผู้เขียนมักเรียกรถในกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์บล็อคนี้ว่า “กรี๊ดเสียงต่ำ”) ซึ่งระบบระบายไอเสียใน Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น นอกจากจะให้สุ้มเสียงที่ดุดัน เพื่อกระตุ้นอารมณ์การขับขี่ให้เร้าใจมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายของไอเสีย โดยเป็นการพัฒนาร่วมกับแบรนด์ระดับเวิลด์คลาสอย่าง Akrapovič ซึ่งวัสดุไทเทเนียมคุณภาพสูงที่นำมาใช้ นอกจากจะให้สุ้มเสียงและประสิทธิภาพการระบายไอเสียที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung อีกด้วย
AMG SpeedShift เน้นการตอบสนองที่ดุดัน ออกแอคชั่นได้เต็มที่
แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ แต่ชุดเกียร์ AMG SpeedShift TCT 9G ยังสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจให้กับสาวก AMG ได้เสมอ โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การอัพเกรดระบบสั่งการเพื่อให้ชุดเกียร์ทำงานได้อย่างกระชับ รองรับการขับขี่ที่มีไดนามิคส์มากยิ่งขึ้น เช่น การให้ฟีลลิ่งการออกตัวหรือกระตุกความเร็วในลักษณะคล้ายๆ การกระแทกหรือเย่อคลัทช์ของรถในรูปแบบเกียร์ธรรมดา ซึ่งนอกจากโปรแกรมที่เน้นการตอบสนองที่เร้าใจแล้ว Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ยังไม่ลืมที่จะใส่ฟังค์ชั่นการเปลี่ยนเกียร์อย่างสมูท ในยามที่ผู้ขับขี่ต้องการความสบายขณะเดินทางด้วยเช่นกัน ซึ่งรูปแบบการตอบสนอง จะแตกต่างกันไปตามโหมดการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือกบนปุ่มหมุนพวงมาลัย โดยตัวรถมาพร้อมระบบจัดการเสถียรภาพของตัวรถยังพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ได้ถึง 9 ระดับ (และสามารถปิดได้อย่างสมบูรณ์ หากไม่ต้องการการแทรกแซงใดๆ) ขึ้นอยู่กับสกิลและความกระหายในการออกแอคชั่นมาก-น้อยขนาดไหน
0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วิ. อาจไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่หากพิจารณาองประกอบในภาพรวม Spezialanfertigung คือ รถอีกหนึ่งคันที่น่าหลงใหลสุดๆ
0-100 ไม่ต้องคุย…แต่ 0-200 ทำได้ใน 11.4 วินาที เท่านั้น !
สำหรับ AMG Car ในรูปแบบโปรดักชั่นทั่วๆ ไป เรามักคุ้นเคยกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรูปแบบ 4Matic + แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่กับรถที่ออกแบบมาเพื่อต้องการความแตกต่างอย่าง Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ที่พร้อมจะต่อยอด ไปสู่ (หรือพัฒนามาเพื่อ) รถที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง นอกจากจะช่วยในการลดน้ำหนักที่เกินจำเป็นแล้ว ยังเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ของตัวรถได้อย่างที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องไดนามิคส์การขับขี่ที่เน้นความดุดัน มากกว่าการควบคุมที่เชื่องมือ โดย Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung มาพร้อม Limited Slip Differential ที่ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า เพื่อช่วยกระจายกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อซ้ายและขวาให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกแอคชั่นมันส์ๆ กับตัวรถได้อย่างที่ต้องการมากขึ้น และอย่างไรก็ตาม แม้ว่า Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung จะมากับระบบขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหลัง แต่ตัวรถยังให้ประสิทธิภาพในการทำความเร็วได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถทำอัตราเร่งเมื่อใช้ Launch Control จากจุดหยุดนิ่ง ถึงที่ความเร็ว 200 กม./ชม. ได้ภายใน 11.4 วินาที และสามาถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 310 กม./ชม.
ระบบรองรับแบบ 4 Ways พัฒนาร่วมกับ KW เน้นการตอบสนองอย่างตรงไปตรงมา
Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ใช้เซ็ตช่วงล่างที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Mercedes-AMG และ KW Automotive ซึ่งเป็นแบรนด์โชีกอัพระดับโลก โดยเน้นการเซ็ตอัพการตอบสนองของช่วงล่างให้มีความหลากหลาย ด้วยโช้กอัพที่สามารถปรับค่าการทำงานได้ถึง 4 ฟังค์ชั่น พร้อมทั้งแยกความละเอียดในการตอบสนองได้อย่างอิสระในช่วง High และ Low Speed Bump (ความเร็วในการเคลื่อนที่ของโช้กอัพ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามระดับแรงที่กดลงบนแกนโช้ก โดยตัวอย่างของ Low Speed Bump เช่น การยืด-ยุบตัวของโช้ก ในขณะที่เร่งความเร็ว หรือใช้เบรกอย่างรุนแรง ส่วนการทำงานในลักษณะ High Speed Bump เช่น การเคลื่อนที่ผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ การกระแทกหรือปีนขอบแทร็ก) ช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ จากการตอบสนองอย่างตรงไปตรงมาได้มากยิ่งขึ้น
คาลิเปอร์สีทอง 6 POT จับคู่จานเบรก 420 x 40 มม. พร้อมเทคโนโลยี Long Fiber ช่วยระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว
ระบบเบรก Ceramic Composite เน้นประสิทธิภาพการระบายความร้อนเป็นสำคัญ
รถสภาพพร้อมแข่งจากโรงงาน โดยทั่วไปมักมาพร้อมชุดเบรกแบบคาร์บอนเซรามิค ซึ่งสำหรับ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ก็เช่นกัน โดยมีชื่อแบบเต็มยศว่า AMG Ceramic High-Performance Composite Braking System ด้วยการเน้นประสิทธิภาพในระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ทางค่ายจึงเลือกที่จะพัฒนาระบบระบายความร้อนที่ดีควบคู่กันไป ด้วยการออกแบบช่องรับลมที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่บริเวณกันชนหน้า พร้อมติดตั้ง Air Guide นำลมเข้าช่วยระบายความร้อนให้กับคาลิเปอร์และจานเบรกโดยตรง ซึ่งชุดจานที่ถูกนำมาใช้ใน Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung มีขนาด 420 x 40 มม. จับคู่คาลิเปอร์แบบ 6 POT ที่คู่หน้า และจานขนาด 360 x 32 มม. จับคู่กับคาลิเปอร์แบบลอยตัว 1 POT ที่ล้อคู่หลัง โดยแอบใส่เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Long Fiber เพื่อถ่ายเทความร้อนจากการเบรกได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นระบบเบรกในอุดมคติสำหรับรถสมรรถนะสูง ที่ต้องโดดเด่นทั้งในแง่พละกำลังในการเบรก ประสิทธิภาพการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน และน้ำหนักที่เบา ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของช่วงลา่างลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ
พอเข้าใกล้ความเป็นรถแข่ง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่จำเป็น ย่อมถุกลดทอนความสำคัญ เหลือไว้เพียงปัจจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการแข่งขันเท่านั้น
เบาะคาร์บอนไฟเบอร์ อุปกรณ์มาตรฐานใน Spezialanfertigung ส่วนถ้าอยากได้เบลท์ 6 จุด จัดแพคเกจ Performance ได้เลย
นอกจากการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแกร่งแล้ว Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ยังได้รับการเสริมความแข็งแรงภายในห้องโดยสารด้วยโรลบาร์ในช่วงครึ่งคันหลัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นไปอีกเลเวล อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เป็นข้อบังคับในโลกของการแข่งขัน ในทำนองเดียวกัน เบาะนั่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มด้วยหนัง Dinamica Microfiber เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จับคู่เข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด (สำหรับ Performance Package) ส่วนเบาะหลังถูกรื้อเกลี้ยงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ไม่จำเป็น
ที่สุดของ Mercedes-AMG ต้องมีต้นกำเนิดที่ Affalterbach
Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ได้รับการออกแบบและผลิตในโรงงานที่ Affalterbach อันเป็นมาตรฐานสูงสุดของ Mercedes-AMG ในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก ถือเป็นตระกูลพิเศษอีกหนึ่งรุ่นจาก Mythos Series ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม นั่นจึงทำให้ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung ถูกจองจนเต็มโควต้าเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ !