Mazda เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถอเนกประสงค์พิกัด C-Segment อย่าง Mazda CX-5 ซึ่งการกลับมาในรุ่นใหม่นี้ ถือว่ามีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่น่าสนใจ ไล่มาตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ มิติตัวถัง รวมไปถึงขุมพลัง ที่ยังคงเอกลักษณ์ในสไตล์ดั้งเดิมของ Mazda เอาไว้ ด้วยเครื่องยนต์บล็อคเบ็นซิน Skyactiv-G ในช่วงเริ่มต้น ก่อนจะขยายตลาดด้วยรุ่นไฮบริด ในโอกาสต่อไป เรามาลองดูรายละเอียดกันว่า ก้าวแห่งการพัฒนาของ Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง
Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ได้รับการอัพเกรดภาพลักษณ์ Kodo Design ให้ดูทันสมัย พร้อมยกระดับพื้นที่การใช้งานให้กว่างขึ้น ด้วยการขยายความยาวตั้งถังให้ยาวขึ้นกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนถึง 115 มม. ส่งห้มิติตัวถังโดยรวมของ Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 อยู่ที่ 1,860 x 4,690 x 1,695 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,815 มม. ซึ่งยาวกว่าเจนเนอเรชั่นก่อน (2,700 มม.) อยู่ถึง 115 มม. ดีไซน์โดยรวมยังคงเน้นความโฉบเฉี่ยว ในสไตลเดียวกับรุ่นที่ออกมาก่อนหน้า ทั้ง CX-70 และ CX-90 แน่นอนว่า…ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลต่อพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ซึ่งทาง Mazda เน้นย้ำว่า Mazda CX-5 รุ่นใหม่นี้ จะเป็นรถที่เน้นความสะดวกสบายอย่างที่หลายๆ คนไม่เคยได้สัมผัส โดยจะยังคงสนามสนุก และสัมผัสที่มั่นใจในยามขับขี่ไว้เช่นเดิม

เครื่องยนต์ Skyactiv-G พิกัด 2.5 ลิตร สำหรับตลาดอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งมีกำลังมากกว่าบล็อคไมด์ ไฮบริด ที่ทำตลาดในยุโรป
สำหรับ Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นที่เปิดตัวในอเมริกาเหนือ (และจะทำตลาดในออสเตรเลีย) ณ ปัจจุบัน มาพร้อมขุมพลังเบ็นซิน Skyactiv-G แบบ 4 สูบ 2.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 180 แแรงม้า พร้อมแรงบิด 242 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบที่หลายคนคุ้นเคยใน CX-5 รุ่นก่อน โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ซึ่งทางค่ายให้เหตุผลที่ยังคงใช้เครื่องยนต์บล้อคนี้ กับรถโมเดลใหม่ว่า เป็นบล็อคที่ได้รับการพิสูจน์ในเรื่องประสิทธิภาพมาแล้วอย่างไร้ข้อสงสัย อีกทั้งยังมีการปรับรายละเอียดการทำงานของเครื่องยนต์ให้มีความยืดหยุ่นในการแช้งานมากขึ้น เช่น ตอบสนองได้ไวขึ้น รวมถึงมีความสมูท และเงียบมากขึ้น แม้จะมีกำลังและแรงบิดที่ลดลงเล็กน้อย (แรงม้าลดลง 8 ตัว แรงบิดลดลง 10 นิวตัน-เมตร) แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์บล็อคนี้ ยังคงมีกำลังมากกว่าบล็อค Skyactiv-G M Hybrid ความจุ 2.5 ลิตร ไมด์ ไฮบริด 24 โวลต์ ที่ทำตลาดสำหรับ Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ในยุโรป โดยเครื่องยนต์บล็อคนี้ ให้กำลังอยู่ที่ 141 แรงม้า และแรงบิด 238 นิวตัน-เมตร ส่วนเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบบล็อคเดิมนั้น ประกาศยุติการทำตลาดไปแล้วทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม Mazda ประกาศออกมาแล้วว่า ในอนาคตเตรียมจะปล่อย Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ขุมพลังไฮบริดออกมา โดยจะมาในรูปแบบที่ชื่อว่า Skyactiv-Z ซึ่งรอการเผยรายละเอียดในภายหลัง

จอกลางขนาด 15.6 นิ้ว ศูนย์รวมการสั่งการฟังค์ชั่นต่างๆ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบความปลอดภัย และการตั้งค่าตัวรถ
Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ยังคงมาพร้อมระบบช่วงล่างแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทในด้านหน้า จับคู่กับชุดช่วงล่างหลังในรูปแบบมัลติลิ้งค์ ซึ่งด้วยมิติตัวถังที่ยาวมากขึ้น ส่งให้ Mazda CX-5 รุ่นปี 2026 มีช่องเปิดประตูที่มีขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออก จากตัวรถ อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้ยาวกว่ารุ่นก่อนถึง 50 มม. (พร้อมปรับตำแหน่งให้ต่ำลงอีก 18 มม. เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของแนวสูง) โดย Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ได่รับการออกแบบภายในที่ใช้กลิ่นอายของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Mazda 6e ที่มาพร้อมหน้าปัดดีไซน์เรียบง่าย จับคู่กับหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 15.6 นิ้ว (รุ่นเดิม 10.25 นิ้ว) ซึ่งเป็นเสมือนศูนย์รวมสั่งการของระบบต่างๆ โดยลดปุ่มสั่งการในรูปแบบ Hard Switch ให้เหลือน้อยลง (มีแค่ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ รวมถึงปุ่มไล่ฝ้าบริเวณคอนโซล)
สิ่งที่ได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมากขึ้นใน Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีช่วงเหลือการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง หรือ ADAS แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่มีการเผยรายละเอียดอย่างเต็มรูปแบบออกมา ซึ่ง Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 แพลนเริ่มทำตลาดในช่วงปี 2026 เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้วยยอดจำหน่ายทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคัน ในกว่า 100 ประเทศ หลังจากเปิดตัวเจนเนอเรชั่นแรกในปี 2012



























