ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต นักขับหลายคนรู้ซึ่งดีว่า กว่าจะมาเป็นตัวแข่งระดับแนวหน้า…ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนล้วนต้องผ่านการฝึกฝน ขับเคี่ยว ฝึกปรือแรงกายแรงใจกันมาอย่างเข้มข้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตนั้น แทบจะทุกคน ล้วนต้องผ่านเวลทีการแข่งขันในรูปแบบ Go Kart ที่ถือเป็น “รถครู” สู่การไต่เต้าไปในเวทีระดับสูงๆ ขึ้นไป ตามระดับความสามารถและองประกอบรอบข้างที่จะอำนวย Go Kart จึงเป็นเสมือน จุดเริ่มต้นสู่ความเป็นระดับโลก ที่ใครๆ ก็มิอาจปฏิเสธได้ ไม่เว้นแม้แต่ แชมป์โลก 4 สมัย ในเวทีการแข่งขัย Formula 1 อย่าง Max Verstappen
นี่อาจเป็นการแข่งขัน Go Kart ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ในโลกเคยมีมา โดยมีนักแข่งเข้าร่วมลงชิงจ้าวความเร็วกว่า 100 คัน แข่งขันกันในสนาม Silverstone ประเทศอังกฤษ ซึ่งนอกจากจะมีนักขับจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมประลองความเร็วในครั้งนี้ ยังมีอีก 1 นักขับ ที่ออกสตาร์ทในลำดับที่ 101 ได้แก่ Max Verstappen แชมป์โลกรถสูตรหนึ่ง 4 สมัย ซึ่งเป็นกริดพิเศษสำหรับเขาโดยเฉพาะ
การแข่งขัน Go Kart ในสนาม Silverstone ประเทศอังกฤษ ในครั้งนี้ จะแข่งขันกันทั้งสิ้น 30 รอบสนาม โดย Max Verstappen ออกสตาร์ทในลำดับที่ 101 ในตำแหน่งนี้…หากมองไปด้านหน้าจะพบกับรถแข่งที่กองอยู่ในสนามแบบมืดฟ้ามัวดิน แบบเกินที่คนเคยแข่ง Go Kart จะจินตาการได้ ซึ่งนักแข่งส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ล้วนเป็นผลิตผลจากทาง Redbull อันเป็นต้นสังกัดของ Max Verstappen รวมถึงบรรดาคอนเท้นท์ครีเอเตอร์ นักข่าว และแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่า…สำหรับบางคน นี่เป็นการขับในสนาม Silverstone เป็นครั้งที่ 2 ของพวกเขา (หลังจากที่ลงซ้อมและคัดเลือกในช่วง 2-3 วัน ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน) กติกาการแข่งขัน คือ หากรถของใครโดยรถของ Max ตีคู่มาเทียบข้าง (เสมอหัว) หรือถูกแซง จะต้องออกจากการแข่งขันในทันที เพื่อลดความแออัดในการแข่งขัน และช่วยให้การไล่ทำความเร็วในช่วงท้ายๆ เป็นไปอย่างสนุก สูสีมากขึ้น
โค้งแรก…รักษาตัวให้รอดไว้ก่อน คนแข่ง Go Kart รู้กันดีถึงเรื่องนี้ ซึ่ง Max ไล่แซงได้มากกว่า 10 อันดับ ในช่วงออกตัว
เจ้าของตำแหน่ง Pole Position ในการออกสาตาร์ทแบบ Standing Grid ได้แก่ Martens Tarras นักข่าวสาย Formula 1 ฝั่งเนเธอแลนด์ ในทันทีที่เริ่มการแข่งขับ ความโกลาหลก็เริ่มขึ้น รถทั้ง 101 คัน ออกสตาร์ทอย่างรวดเร็วในไลน์ต่างๆ ทั่วสนาม เพื่อชิงความได้เปรียบในการเข้าโค้งแรก (ช่วงออกสตาร์ท Max สามารถแซงคู่แข่งได้กว่า 10 คัน จากปฏิกริยาการตอบสนองที่รวดเร็ว รวมถึงการหาช่องแซงที่เฉียบคมของเขา) ในเหตุการณ์นี้เอง ด้วยจำนวนรถที่มากในระดับที่ไม่เคยใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน หลายๆ คัน ถูกดันออกนอกแทร็กเพราะอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบในช่วงโค้งที่ 2-3 ส่วนคันที่รอดมาได้จากโค้งแรก ก็ค่อยๆ ทำความเร็วยืดห่างออกไป โดยหลังจากผ่านรอบแรก Max Verstappen กระโดดจากตำแหน่งออกสตาร์ทที่ 101 มาอยู่ในอันดับที่ 37 ได้แบบไม่ยากเย็นนัก ก่อนจะค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งทีละคันอย่างต่อเนื่อง สู่อันดับที่ 23 ได้หลังจากผ่านการแข่งขันไปเพียง 4 รอบสนาม โดยผู้นำยังคงเป็น Tarras จากตำแหน่งหัวแถวในการออกสตาร์ท ซึ่งด้วยรูปแบบการแข่งขันแบบ “โดนแซง…ต้องออกจากการแช่งขัน” ทำให้นักแข่งบางคน ถึงกับต้องร้องขอชีวิต (เช่น Paky TWC ในรอบที่ 7) เพื่อไม่ให้ถูก Max แซง…ก็มี !
จังหวะแซงผ่าน Martens Tarras ในรอบที่ 14 ของการแข่งขัน ซึ่ง Max ใช้เวลาเก็บคู่แข่งทั้ง 100 คัน เพียง 35 นาที เท่านั้น
Verstappen ทำความเร็วสู่ตำแหน่ง Top 5 ตั้งแต่ยังไม่พ้นการแข่งขันรอบที่ 10 โดย ณ เวลานั้น เขาตามกลุ่มผู้นำทั้ง 4 คัน อยู่ราวๆ 12 วินาที โดยเพื่อให้ให้แต้มต่อทั้ง 4 คัน กับกลุ่มผู้นำ ผู้จัดได้เปิดช่องพิเศษเพื่อให้กลุ่มนำได้ทำระยะทิ้งห่าง Max Verstappen เพื่อยื้อผลการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม…การยื้อเวลานั้นดูจะไม่เป็นผล ด้วยดีกรีระดับแชมป์วงการมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก Max ยังคงทำความเร็วเหนือกว่าคู่แข่งถึงรอบละ 3 วินาที จนสามารถเร่งความเร็วไล่แซงผู้ร่วมการแข่งขันครบทั้ง 100 คน สู่ตำแหน่งผู้นำได้อย่างรวดเร็ว ภายในรอบที่ 14 ของการแข่งขัน โดยใช้เวลาจากจุดสตาร์ท สู่ตำแหน่งผู้นำเพียง 35 นาที เท่านั้น คว้าที่ 1 ไปครองได้แบบไม่เกินความคาดหมาย ด้วยสถิติเวลาต่อรอบ 2:20.673 นาที (ค่าเฉลี่ยในการแซง คือ 1 คน ใน 21 วินาที) ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ Martens Tarras (เวลาเร็วที่สุด 2:23.327 นาที ช้ากว่า Max รอบละ 2.6 วินาที) และ Lewis Osler ช่างเทคนิคพาวเวอร์เทรน จาก Redbull Ford รับอันดับ 3 พร้อมยึดตำแหน่งบนโพเดียมสุดท้ายได้สำเร็จ
หลังจากที่การแข่งขันจบลง Verstappen ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนที่ผมไปที่กริดและเห็นว่าผมต้องเริ่มจากตรงไหน โดยมีโกคาร์ท 100 คันอยู่ข้างหน้า ผมรู้สึกกังวลนิดหน่อย แต่….หลังจากรอบแรกที่ผมขับไปท่ามกลางความวุ่นวาย ผมคิดว่าโอเค เราควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ! มันเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อผมเริ่มจับจังหวะได้และแซงพวกเขาไปทีละคนจนเห็นช่องว่างแคบลง ซึ่งมันน่าตื่นเต้นมาก มันเยี่ยมมากที่ได้กลับมาขับโกคาร์ทอีกครั้งและกลับไปสู่พื้นฐาน มันทำให้ผมนึกถึงการแข่งรถในสมัยก่อน สนามสวยงามมากและออกแบบมาอย่างดี และการที่สามารถรับข้อมูลทั้งหมดผ่านวิทยุได้ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ผมสนุกมากในวันนี้และดีใจที่คว้าชัยชนะมาได้ !”
ชมคลิปการแข่งขันได้ใน ESPN UK