Kia Carnival เปิดตัวรุ่น MY2025 โดยการกลับมาในครั้งนี้ ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในหลายๆ จุด ตั้งแต่ในเรื่องภาพลักษณืที่มีการปรับให้ดูมีความแข็งแกร่ง ทะมัดทะแมง ด้วยเส้นสาย Tiger Nose ที่สื่อถึงกลิ่นอายการออกแบบของแบรนด์ Kia ในยุคใหม่ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น รวมไปถึงปรับขุมพลังมาเป็นรูปแบบไฮบริด ด้วยการใช้เครื่องยนต์ในพิกัด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า ซึ่งการมาของ Kia Carnival HEV รถ MPV 7 ที่นั่ง ในครั้งนี้ มาพร้อมทางเลือกใน 2 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย Premium และ Luxury กับส่วนต่างราคา 200,000 บาท
เทียบรายละเอียดที่เหมือนกันใน Kia Carnival HEV 2 รุ่นย่อย
| Kia Carnival HEV | รายละเอียดที่มีเหมือนกันใน 2 รุ่นย่อย |
| ภายนอก | – มิติตัวถัง 1,995 x 5,155 x 1,785 มม. – ระยะฐานล้อ 3,090 มม. – ระยะต่ำสุดจากพื้น 172 มม. – ล้อ – ยาง 235/55 R19 – ไฟท้าย LED พร้อมสปอยเลอร์และไฟเบรกดวงที่ 3 – ประตูสไลด์ไฟฟ้าซ้าย – ขวา – ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมฟังค์ชั่นปิด-เปิด อัตโนมัติ – แร็คหลังคา รับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กก. – สีตัวถัง ขาว ดำ เทา และน้ำเงิน |
| เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง | – เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด – แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.49 kWh – กำลังรวม 245 แรงม้า กับแรงบิดรวม 367 นิวตัน-เมตร – โหมดการขับขี่ Eco, Sport และ Smart |
| ภายใน | – เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง – เบาะนั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้า – เบาะแถวที่ 3 พับแบบ 60:40 และพับเรียบได้ – ม่านบังแดดสำหรับเบาะแถวที่ 2 และ 3 – หน้าจอแสดงผลการขับขี่ 12.3 นิ้ว – หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ 12.3 นิ้ว แบบสัมผัส – ปุ่มควบคุมอินโฟเทนเม้นท์และระบบปรับอากาศแบบ Dual Function – รองรับ Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย – พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังค์ชั่น ปรับ 4 ทิศทาง – คันเกียร์แบบ Dial Shift พร้อม Paddle Shift แบบมัลติฟังค์ชั่น – ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน – กระจกไฟฟ้าขึ้น – ลง อัตโนมัติ พร้อมกันหนีบ – จุดเชื่อมต่อ USB Type C 6 ตำแหน่ง – ไวร์เลสชาร์จ |
| ระบบความปลอดภัย | – ฟังค์ชั่นความปลอดภัยพื้นฐาน – ระบบความปลอดภัยพร้อมช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ADAS Level 2+ – ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง – กล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา – เซ็นเซอร์ช่วยจอด ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง |

ล้ออัลลอย 19 นิ้ว, ประตูสลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และราวหลังคาที่รับน้ำหนักได้ 100 กก. เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน
ภายนอกใกล้เคียง ระบบขับเคลื่อนรูปแบบ Hybrid เหมือนๆ กัน
แม้ว่าจะมีส่วนต่างถึง 2 แสนบาท สำหรับ Kia Carnival HEV ในรุ่นย่อย Premium และ Luxury แต่หากมองรายละเอียดในภาพรวมแล้ว ทั้งคู่ถือว่ามีคุณสมบัติพื้นฐานที่น่าสนใจหลายๆ ประการ โดยดีไซน์ภายนอก ถือว่ามีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าจะเป็น การมากับมิติตัวถัง 1,995 x 5,155 x 1,785 มม. และมีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3,090 มม. จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และยาง 235/55 R19 โดยทั้งรุ่น Premium และ Luxury เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยในการเดินทางได้มากขึ้นด้วยราวหลังคา ที่พร้อมรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 100 กก. มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน อีกทั้งยังเน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยประตูสไตล์ไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงฝาท้ายไฟฟ้า ที่มาพร้อมฟังค์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติเหมือนๆ กัน เช่นเดียวกับในส่วนขุมพลัง ที่ใช้เครื่องยนต์เบ็นซิน เทอร์โบ พิกัด 1.6 ลิตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kW ที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.49 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า กับแรงบิด 367 นิวตัน-เมตร โดยเคลมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ไว้ภายใน 9.3 วินาที (เร็วกว่ารุ่นดีเซล 1.5 วินาที) และเคลมอัตราสิ้นเปลืองรวมตาม Eco Sticker อยู่ที่ 15.9 กม./ลิตร ซึ่งจากการทดลองใช้งานเสมือนจริงของ #ทีมขับซ่า ในรุ่น Luxury ของ Kia Carnival HEV มีอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าจอแสดงผลการขับขี่ 15.4 กม./ลิตร
พื้นที่สัมภาระขนาดใหญ่ พร้อมเบาะหลังพับเรียบแบบ One Touch
Kia Carnival HEV ทั้งในรุ่นย่อย Premium และ Luxury มาพร้อมชุดเบาะแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งสามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลาย โดยในเบาะแถวที่ 3 สามารถพับตลบ รวมถึงพับเรียบแบบ One Touch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระภายในห้องโดยสารได้อย่างน่าสนใจ ทั้งหมดทั้งมวล…หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น พื้นที่สัมภาระของ Kia Carnival HEV สามารถจุกระเป๋าของผู้โดยสารทั้ง 7 คน หรือสามารถใส่ถุงกอล์ฟในแนวตั้งได้ถึง 4 ถุง โดยระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ของตัวรถ รวมถึงชุดควบคุม หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ และชุดควบคุมระบบปรับอากาศ สามารถแสดงผลและเรียกใช้งานในรูปแบบเดียวกันได้สำหรับรุ่น Premium และ Luxury นอกจากนี้…ระบบความปลอดภัยของ Kia Carnival HEV ทั้ง 2 รุ่นย่อย ยังมีมาให้เหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ADAS Level 2+, ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง, กล้องมองรอบทิศทาง รวมถึงเซ็นเซอร์ช่วยจอดทั้งในด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
เทียบจุดต่างใน Kia Carnival HEV 2 รุ่นย่อย
| Premium 7 ที่นั่ง | รายละเอียด | Luxury 7 ที่นั่ง |
| ภายนอก | ||
| LED Multi Reflector | ไฟหน้า | LED Projector |
| – | ไฟตัดหมอก LED | O |
| – | หลังคาซันรูฟ | 2 ตำแหน่ง |
| ภายใน | ||
| เบาะสีดำ | สีเบาะนั่ง | สีทูโทน ดำ – น้ำตาล |
| Std. | เบาะคู่หน้า | พร้อมเมมโมรี่ ระบบอุ่นและระบายอากาศ |
| Captain Seat แบบถอดและปรับทิศทางการติดตั้งได้ | เบาะตอนที่ 2 | Relaxation Seat ปรับเอนแบบ One Touch พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ |
| – | Head Up Display | 11 นิ้ว |
| – | แอมเบียนไลท์ | 64 สี |
| Std. | กระจกมองหลัง | Std. + ดิจิตัล |
| Std. | ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร | LED |
| 6 ตำแหน่ง | ลำโพง | Bose 12 ตำแหน่ง |
| ระดับราคา | ||
| 2,499,000 | ราคา (บาท) | 2,699,000 |

จุดต่างอย่างแรกที่สัมผัสได้ด้วยตา คือ ไฟหน้า ซึ่งคันนี้เป็นแบบ LED Multi Reflector ของรุ่น Premium (ไฟเลี้ยวอยู่ด้านล่าง ส่วนรุ่น Luxury ใช้ไฟเลี้ยวร่วมกับ LED Daylight)
เทียบรายละเอียดของ Kia Carnival HEV ในรุ่นย่อย Premium และ Luxury ถือว่ามีจุดแตกต่างเพียงเล็กน้อย โดยในรุ่น Luxury จะมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมไฟตัดหมอก LED ส่วนในรุ่น Premium จะมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Multi Reflector โดยไม่มีไฟตัดหมอกมาให้ เข้ามาภายในห้องโดยสาร ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นสีภายใน ซึ่งในรุ่น Premium จะมาพร้อมหนังสีดำ ส่วนในรุ่น Luxury จะมากับหนังสีทูโทน ดำสลับน้ำตาล โดยจะมีหลังคาซันรูฟมาให้ทั้งในตอนหน้าและตอนหลัง
เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง กับรูปแบบการปรับและจัดวางพื้นที่ในห้องโดยสารที่แตกต่างกัน
เบาะนั่งของ Kia Carnival HEV ในรุ่นย่อย Luxury พร้อมเติมความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะตอนหน้า (พร้อมเมมโมรี่และ Welcome Seat) และเบาะแถวที่ 2 โดยในเบาะแถว 2 นี้ จะมาในรูปแบบ Relaxation Seat ที่ผู้ใช้สามารถปรับเอนได้แบบ One Touch สัมผัสเดียว สามารถเอนนอน หรือกลับมาอยู่ในท่านั่งปกติได้ในทันที ส่วนในรุ่น Premium จะมีความแตกต่างที่การใช้ชุดเบาะแบบ Captain Seat ที่สามารถถอด (หากต้องการพื้นที่ในห้องโดยสาร) หรือปรับทิศทางของเบาะแถวที่ 2 (หันหน้าเข้าหาเบาะนั่งแถวที่ 3) ซึ่งทั้ง 2 รุ่นย่อย สามารถปรับตำแหน่งของเบาะ หน้า-หลัง หรือซ้าย-ขวา (เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดิน) ได้ตามต้องการ

ลำโพง Bose 12 ตำแหน่ง, กระจกมองหลังแบบดิจิตัล รวมถึงหน้าจอแสดงผล Head Up Display 11 นิ้ว มีให้ในรุ่น Luxury เท่านั้น
เน้นคอสเมติกเพิ่มเติม…ไปรุ่น Luxury ได้เลย
นอกจากนี้…สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมาจากส่วนต่าง 200,000 บาท ใน Kia Carnival HEV ในรุ่นย่อย Luxury คือ ฟังค์ชั่นแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า หรือ Head Up Display ขนาด 11 นิ้ว, กระจกมองหลังแบบดิจิตัล, ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ 64 สี, ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED รวมถึงเซ็ตเครื่องเสียงที่ทำงานร่วมกับลำโพงจาก Bose 12 ตำแหน่ง โดยในรุ่น Premium จะมากับไฟภายในห้องโดยสารแบบธรรมดา และเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง

































