หลังจากที่เผยโฉมรถต้นแบบในช่วงต้นปี 2024 ในที่สุดค่าย Isuzu ก็ได้ฤกษ์เดินสายการผลิต EV Pickup รุ่นแรกของค่ายในชื่อ Isuzu D-Max EV เตรียมทำตลาดฝั่งยุโรปในฐานะรถ MY2026 เป็นที่แรก ก่อนขยายตลาดด้วยเวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา ซึ่งมีความกว้างในการทำตลาดน้อยกว่า ตามมาในภายหลัง โดยจุดเด่นของ Isuzu D-Max EV คือ ความสามารถในการบรรทุก รวมถึงการลากจูง ที่ทำได้ไม่เป็นรองรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่อย่างไรก็ตาม…นี่อาจไม่ใช่รถที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในรูปแบบออฟโร๊ดโดยเฉพาะ
ภาพลักษณ์ของ Isuzu D-Max EV มีความคล้ายคลึงกับรถต้นแบบที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีก่อน โดยมากับบอดี้สไตล์ในรูปแบบ Double Cab พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ที่ 1,000 กก. รวมถึงรองรับความสามารถลากจูงถึง 3,500 กก. ซึ่งเทียบเท่ากับ Isuzu D-Max รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ส่วนจุดแตกต่างที่สำคัญระหว่างรุ่น BEV และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลก็คือ เซ็ตช่วงล่างทางด้านหลัง ที่โดยปรกติแล้วจะมาในรูปแบบเพลาแข็ง รับน้ำหนักด้วย Leaf Spring แต่สำหรับ Isuzu D-Max EV มาพร้อมช่วงล่างหลังในแบบที่เรียกว่า DeDion Coil-Spring ซึ่งแยกระหว่างเซ็ตเพลาขับเคลื่อนที่ต่อออกมาจากปลายของมอเตอร์ทั้งซ้ายและขวา กับคานรับน้ำหนัก โดยใช้แหนบ หรือ Leaf Spring เป็นตัวรับน้ำหนักเช่นเดียวกัน นอกจากจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่แล้ว ยังต้องออกแบบมาเพื่อให้พร้อมรองรับน้ำหนัก Isuzu D-Max EV ที่มากกว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลถึง 200 กก. (น้ำหนักรถ 2,350 กก.) อีกด้วย
Isuzu D-Max EV มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Dual Motor รองรับการใช้งานในรูปแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 188 แรงม้า (มอเตอร์หน้า 58 แรงม้า และมอเตอร์หลัง 130 แรงม้า) ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล แม้จะมีแรงบิดตามกันค่อนข้างมาก โดย Isuzu D-Max EV มีแรงบิดรวมอยู่ที่ 325 นิวตัน-เมตร (มอเตอร์หน้า 108 และมอเตอรืหลัง 217 นิวตัน-เมตร) อีกทั้งความแตกต่างระหว่างรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ คือ พอมาเป็นรุ่น BEV แล้ว ระดับความสูงต่ำสุดจากพื้น จากเดิม 240 มม. ลดลงมาเหลือ 210 มม. จากชุดอุปกรณ์และระบบรองรับที่ใส่เข้าไปเมื่อใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน อีกทั้งประสิทธิภาพในการลุยน้ำลึกที่สุด จากเดิมเคลมไว้ที่ 800 มม. ถูกลดลงมาเหลือเพียง 600 มม. สำหรับ Isuzu D-Max EV และตัวรถมีมุมเข้าหา และมุมจากอยู่ที่ 30.5 และ 24.2 องศา ตามลำดับ
จากระดับพละกำลังของ Isuzu D-Max EV ส่งให้ตัวรถ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 10.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 130 กม./ชม. ซึ่งเมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 66.9 kWh ส่งให้ Isuzu D-Max EV สามารถวิ่งได้ไกล 263 กม. ต่อชาร์จ เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้งานจริง และหากต้องการเพิ่มระยะทางในการขับขี่ สามารถเลือกด้วย Eco Mode ที่จะประหยัดพลังงานได้มากขึ้น พร้อมฟังค์ชั่นการปรับ Regenerative Brake ได้อีก 4 ระดับ นอกจากนี้…ยังสามารถรองรับการชาร์จแบบปกติด้วยกำลังไฟ 11 kW และรองรับการชาร์จแบบ DC ด้วยกำลังสูงสุด 50 kW โดยสามารถชาร์จจาก 20-80% ได้ภายใน 60 นาที
นอกจากป้ายสัญลักษณ์ EV บริเวณด้านท้าย กระจังหน้าที่มีสีน้ำเงิน และช่องชาร์จไฟแล้ว รายละเอียดอื่นๆ ของ Isuzu D-Max EV ถือว่ามีความใกล้เคียงกับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปแทบจะทุกประการ โดยทำตลาดในยุโรปด้วย 2 รุ่นย่อย ภายนอกมาพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะทั้งด้านหน้าและหลัง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว จับคู่กับหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัส 9 นิ้ว ระบบปรับอากาศรองรับการทำงานในรูปแบบ Dual Zone
Isuzu D-Max EV เวอร์ชั่นผลิตจริง ได้รับการเผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลกที่งาน Birmingham Commercial Vehicle Show เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางค่ายระบุไว้ชัดเจนว่า ลูกค้าของกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่ายตรีเพชรคันนี้ จะได้รับรถ Isuzu D-Max EV ที่มีแพลนส่งมอบในช่วงเดือนมีนาคม 2026 โดยแรกเริ่มนั้น จะทำตลาดในยุโรปด้วยรูปแบบพวงมาลัยซ้าย ก่อนที่จะแพลนทำตลาดในอังกฤษ และออสเตรเลีย หลังจากที่มีการกำหนดรายละเอียดด้านประสิทธิภาพยานยนต์ หรือ New Vehicle Efficiency Standard (NVES) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า หากมีการทำตลาดในทั้ง 2 ประเทศนี้…ในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตเพื่อส่งออก Isuzu D-Max EV และมีความต้องการรถในรูปแบบปิคอัพในระดับต้นๆ ก็มีโอกาสที่จะทำตลาดปิคอัพไฟฟ้าผู้นี้ด้วยเช่นกัน




