ในงาน Commercial Vehicle Show 2025 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงต้นปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา Isuzu ประกาศเปิดตัวปิคอัพไฟฟ้ารุ่นแรกของค่าย Isuzu D-Max EV เน้นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ด้วยประสิทธิภาพที่ไม่เป็นรองรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในยุโรปสำหรับปิคอัพไฟฟ้า (ชิงเปิดตัวก่อน Toyota Hilux REVO BEV) ที่เน้นเพื่อการใช้งานในภาคขนส่งโดยเฉพาะ โดยวางแพลนเริ่มทำตลาดในรุ่นพวงมาลัยซ้าย ก่อนที่จะเริ่มขยายตลาดด้วยรุ่นพวงมาลัยขวาในภายหลัง (รองรับตลาดสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ในอนาคต) ก่อนจะมีการส่งมอบ Isuzu D-Max EV อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ล่าสุดมีการเผยค่าตัวของ Isuzu D-Max EV ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นระดับราคาที่อาจทำให้ผู้ประกอบการถึงกับอ้าปากค้าง ! เพราะหากเทียบไปแล้ว D Max รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีราคาสูงกว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลถึงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับรูปแบบและระดับออพชั่นที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม…จุดเด่นที่ทางค่ายต้องการจะนำเสนอใน Isuzu D-Max EV คงหนีไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานในภาคขนส่งเต็มรูปแบบ ภายใต้การปล่อยมลพิษที่ต่ำกว่า ตามกฏหมายที่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดย Isuzu D-Max EV สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 1,000 กก. สำหรับตัวถังในรูปแบบ Double Cab (น้ำหนักตัวรถ 2,350 กก. หนักกว่ารุ่นเครื่องดีเซล 200 กก.) ด้วยชุดช่วงล่างด้านหลังแบบ DeDion Coil-Spring แทนที่การใช้แหนบแผ่น เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลมากขึ้น และมีความสามารถในการลากจูงถึง 3,500 กก. ซึ่งเทียบเท่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร
Isuzu D-Max EV ที่ทำตลาดในฝั่งยุโรป มีทางเลือกตัวถัง 2 รูปแบบ คือ Extended Cab และ Double Cab ซึ่งในรุ่น 4 ประตู จะมาพร้อมทางเลือกอีก 2 รุ่นย่อย ตามรูปแบบการใช้งานที่ต่างกันออกไป โดยจะมาพร้อมทางเลือกสีตัวถัง 7 สี ประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน Norwegian Blue ซึ่งเป็นสีพิเศษ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว สำหรับการเปิดตัว Isuzu D-Max EV โดยเฉพาะ, สีขาว Splash White ซึ่งเป็นสีมาตรฐาน พร้อมทางเลือกในสีเงิน Mercury Silver, สีเทา Obsidian Grey, สีดำ Onyx Black สีฟ้า Biarritz Blue และสีขาวมุก Dolomite White Pearl (เฉพาะรุ่น V-Cross) โดยแม้ว่าจะเป็นรถในรูปแบบ BEV ที่มีการติดตั้งชุดแพคแบตเตอรี่ไว้ที่ด้านล่างของตัวรถ แต่ Isuzu D-Max EV ยังคงมาพร้อมระยะต่ำสุดจากพื้น 210 มม. (รุ่นดีเซลยกสูง 240 มม.) และรองรับความสามารถในการลุยน้ำลึกสุดได้ถึง 600 มม. (รุ่นดีเซลยกสูง 800 มม.)

แม้จะเป็นรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่มีจุดเด่นที่เรื่องการใช้งานในภาคขนส่ง ด้วยน้ำหนักบรรทุก และน้ำหนักลากจูง ที่ไม่ต่างกับรุ่นดีเซล 3.0 ลิตร
ขุมพลังของ Isuzu D-Max EV มาพร้อมเซ็ตมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive พร้อมโหมดการขับขี่ Rough Terrain ให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า (เท่ากับรุ่นเครื่องดีเซล 3.0 ลิตร) พร้อมแแรงบิดรวม 325 นิวตัน-เมตร (รุ่นดีเซล 3.0 ลิตร มีแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 10.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 129 กม./ชม. โดย Isuzu D-Max EV มากับแพคแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟส ขนาด 66.9 kWh ให้ระยะการเดินทาง 263 กม. ต่อชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP โดยรองรับการชาร์จด้วยไฟ DC สูงสุด 50 kW (ชาร์จจาก 20-80% ได้ภายใน 60 นาที) และรองรับการชาร์จแบบปกติ 11 kW โดยทางค่ายรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 100,000 ไมล์ (ประมาณ 160,900 กม.)







