Honda STEP WGN รถอเนกประสงค์ (MUV) ขนาด 7 ที่นั่ง เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2539 ในฐานะ “รถสำหรับครอบครัว” อย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง ใช้งานง่าย และรองรับผู้โดยสารได้หลายคน โดยนับเป็นรุ่นที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถครอบครัว อีกทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความนิยมของเซกเมนต์ MUV ให้เติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีเด็กเล็ก โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับตลาดประเทศไทย Honda STEP WGN นำเข้าเพื่อจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2555 (เจเนอเรชันที่ 4) และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา STEP WGN ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ตอบโจทย์ได้อย่างสูงสุด สู่ Honda STEP WGN e:HEV เจเนอเรชันที่ 6 ในปัจจุบัน ที่มาพร้อมการออกแบบที่เป็นมิตร ใช้งานง่าย และเหมาะกับทุกวัย สะท้อนการเป็นรถที่พร้อมมอบทั้งความสะดวกสบายและทุกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV Spada ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ในตลาดประเทศไทยครั้งนี้ ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของฮอนด้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่เพื่อนำเสนอประสบการณ์เดินทางใหม่สำหรับผู้ใช้งาน ด้วย ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน บนพื้นฐานของมาตรฐานการผลิต ‘Japanese Quality’ ผสานกับการให้บริการหลังการขายที่มอบความเชื่อมั่น ผ่านเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 221 แห่งทั่วประเทศ ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจ และให้ทุกวันกลายเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความสุขและคุณค่าที่มากขึ้น

ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง ให้อิสระในการเข้า-ออก ห้องโดยสาร พร้อมการออกแบบภายในให้มีทัศนวิสัยที่โปร่ง โล่ง
Honda STEP WGN e:HEV Spada เจเนอเรชั่นที่ 6 พัฒนาภายใต้แนวคิด ‘A Wonderful Life’ เพื่อเป็นรถที่ยกระดับชีวิตประจำวันของทุกคนให้ราบรื่นและมีความสุขยิ่งกว่าเคย เปิดมุมมองใหม่ที่กว้างขึ้น ผ่านการออกแบบรถที่เรียบง่าย ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย มอบความสบายใจสำหรับทุกคน โดยมีแกนหลักในการพัฒนาคือ
ความไว้วางใจ (Reliability) และ อิสระ (Liberty) สะท้อนสู่การส่งมอบคุณค่า 3 ด้าน
▸ดีไซน์ใหม่ (New Styling)
- สัดส่วนภายนอกที่มั่นคง มอบความรู้สึกปลอดภัย
- รูปทรงที่เรียบง่าย ถ่ายทอดความเป็นอิสระ
▸สมรรถนะที่มั่นใจได้ (Reliable Performance)
- ทัศนวิสัยที่โปร่งโล่ง ช่วยให้รับรู้การเคลื่อนไหวของรถได้อย่างชัดเจน
- สมรรถนะการขับขี่ควบคุมง่าย ไม่ก่อให้เกิดอาการเมารถ
- เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์
▸พื้นที่ใช้สอยอรรถประโยชน์สูงสุด (Freeing up space)
- ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง
- พื้นห้องโดยสารเเบนราบ
- เบาะนั่งแถว 2 และแถว 3 ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากสไตล์ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
ดีไซน์ภายนอก (Exterior Concept)
ออกแบบในแนวคิด “Life Expander Box” สื่อถึงทั้งความปลอดภัยและอิสระในการใช้ชีวิต เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยรูปทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวรถถูกออกแบบให้มีสัดส่วนที่ยาวและกว้างขึ้น พร้อมดีไซน์กันชนหน้า-หลัง และสปอยเลอร์ท้ายที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและทรงพลัง สะท้อนภาพลักษณ์รถที่มั่นคง และมอบความอุ่นใจ
ในทุกการเดินทาง
- กระจังหน้าโครเมียม โดดเด่นในดีไซน์กว้าง ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและทรงพลัง พร้อมตกแต่งด้วยโครเมียม เสริมความพรีเมียมให้แก่ตัวรถ พร้อมกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติและไฟเลี้ยว, ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED, ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential รวมถึงไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED ที่รวม Reflector ไว้ในชุดไฟท้าย ช่วยให้ดีไซน์กันชนด้านท้ายดูคลีนและลงตัวยิ่งขึ้น
- ด้านท้ายโดดเด่นด้วยเส้นสายทรง Box สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบความรู้สึกมั่นคง เน้นมิติตัวรถให้ดูกว้างและทรงพลังยิ่งขึ้น
- สปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถ
- ชายล่างรอบคันตกแต่งด้วยโครเมียม เสริมมิติให้ตัวรถเฉียบคมยิ่งขึ้น
- ล้ออะลูมิเนียมขนาด 16 นิ้ว สี Smoke ปัดเงา
- ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา พร้อมเซนเซอร์สัมผัส ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ฮอนด้า เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน สั่งงานได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมจากภายในให้ผู้โดยสารสามารถสั่งการเปิด-ปิดประตูได้อย่างสะดวก มอบความยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันการทำงานที่ควบคุมได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกดปุ่มบนกุญแจรีโมท Smart Key ปุ่มควบคุมบนแผงควบคุมด้านคนขับ หรือกดสวิตช์ที่อยู่บนฝากระโปรงท้าย นอกจากนี้ยังสามารถตั้งระดับความสูงในการเปิดได้ตามต้องการ เพียงกดสวิตช์ด้านในฝากระโปรงค้างไว้ประมาณ 1 วินาที ระบบจะจดจำตำแหน่งที่ตั้งไว้ และเปิด-ปิดตามระดับนั้นในครั้งถัดไป มอบความสะดวกและความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างลงตัว
ดีไซน์ภายใน (Interior Concept)
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โดยแต่ละองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบพื้นที่โปร่งโล่งและทัศนวิสัยดีในทุกที่นั่ง เริ่มด้วยการดีไซน์เส้นขอบกระจกให้ต่อเนื่องในแนวระนาบรอบคัน ช่วยนำสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ มอบทัศนวิสัยที่มั่นคง และช่วยลดอาการเมารถ ประตูบานสไลด์ที่ออกแบบให้มีความแข็งแรง สร้างพื้นที่ที่โอบล้อม มอบความรู้สึกมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร มาพร้อม เบาะนั่งแบบ 3 แถว ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ที่นั่ง วัสดุเบาะโดยสารทำจากหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH ที่สามารถป้องกันคราบเปื้อนจากน้ำ ของเหลว รวมถึงคราบน้ำมัน ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์สไตล์ครอบครัวด้วยการใช้งานที่ปรับได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น ผนวกด้วยระยะการเลื่อนที่กว้างสำหรับเบาะนั่งแถว 2 ทำให้สามารถปรับเลื่อนและจัดรูปแบบการจัดที่นั่งได้อย่างหลากหลายตามการใช้งาน สูงสุดถึง 15 รูปแบบ
- เบาะนั่งคู่หน้า ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในการเข้า-ออก ตัวรถได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมที่วางแขนที่ปรับระดับได้ต่อเนื่อง รองรับทุกสรีระ มาพร้อมช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า และตะขอสำหรับแขวนสัมภาระ เพื่อความเป็นระเบียบขณะเดินทาง
- เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ ได้รับการออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายและปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามความต้องการของทุกคนในครอบครัว แม้กระทั่งเด็ก ๆ ก็สามารถใช้งานได้สะดวกและง่ายดาย โดยมาพร้อมเบาะรองน่อง Ottoman และโต๊ะอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้พร้อมที่วางแก้วน้ำ โดยเบาะสามารถปรับเอนรวมถึงปรับเลื่อนได้ 4 ทิศทาง ทั้งปรับเลื่อนหน้า-หลัง เเละสามารถเลื่อนเบาะซ้าย-ขวาได้ ช่วยอำนวยความสะดวก และเพื่อความคล่องตัวในการเปลี่ยนตำแหน่งโดยสารภายในรถ
- เบาะนั่งแถว 3 ออกแบบโดยเน้นแนวคิดมอบความสบายสูงสุดในการใช้งาน สามารถปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบนราบไปกับพื้นรถเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ ผสานด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ด้วยการใช้วัสดุบุนุ่มบริเวณจุดต่าง ๆ เช่นเดียวกับเบาะแถวหน้ามอบความผ่อนคลายที่เท่าเทียมกันทุกที่นั่ง เสริมด้วยพนักพิงหลังทรงใหญ่และกว้าง รวมถึงเบาะที่เพิ่มความหนา
เพื่อรองรับสรีระ อีกทั้งการดีไซน์ของเบาะแถว 2 ที่ช่วยเปิดทัศนวิสัยที่โปร่งโล่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ผ่านการปรับขนาดพนักพิงศรีษะ รูปทรงของเบาะ ที่คำนึงถึงความสบายตลอดทุกการเดินทาง
ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีความปลอดภัย
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ภายในห้องโดยสาร
- ช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- ช่องเชื่อมต่อ USB 6 ตำแหน่ง (Type-C 5 ตำแหน่ง เเละ Type-A 1 ตำเเหน่ง)
- ที่วางแก้วน้ำ 15 ตำแหน่ง
- ม่านบังแดดกระจกข้างแถว 2
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV
Honda STEP WGN e:HEV Spada เจเนอเรชั่นที่ 6 ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด Honda e:HEV ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจไม่ต้องรอรอบในทุกการออกตัว กับแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร* อีกทั้งยังขับสนุก อัตราเร่งทรงพลัง สมูททุกจังหวะด้วยการทำงานของระบบฯ ที่ปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ระหว่าง EV Drive, Hybrid Drive และ Engine Drive ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพการขับขี่
▸EV Drive Mode – ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ทำงานขณะออกตัว หรือช่วงขับขี่ด้วยความเร็วต่ำถึงปานกลางแบบคงที่ โดยมอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ในขณะที่เครื่องยนต์ยังหยุดทำงานอยู่ มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ทำให้การออกตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอรอบ และให้ความเงียบเช่นเดียวกับรถ EV ให้ฟีลการขับขี่ที่นุ่มนวล เหมาะกับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและความสบายใจ
▸Hybrid Drive Mode – ผสานพลังงานเพื่อความสมดุล ทั้งแรงและประหยัด
ผสานพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว ตอบสนองทันใจในทุกจังหวะ ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่มั่นใจ สัมผัสถึงพลังขับเคลื่อนที่ควบคุมได้ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเพิ่มความเร็วหรือเร่งแซง
▸Engine Drive Mode – ใช้เครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ
พลังขับเคลื่อนจะส่งตรงจากเครื่องยนต์ไปยังล้อ โดยผ่านชุด Lock-up Clutch ที่อยู่ในเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่เชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ ลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผล คือ ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มอบความรู้สึกมั่นคงจากแรงขับ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่
▸Regeneration Mode – คืนพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่
ขณะถอนคันเร่งหรือเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่
เทคโนโลยีความปลอดภัย
มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ใน Honda STEP WGN e:HEV Spada เจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ผสานการทำงานของกล้องมุมกว้างด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้าในการทำงาน โดยระบบจะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถ เมื่อมีการตรวจจับว่ารถยนต์คันหน้า รถสวนทาง จักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ โดยใช้เรดาร์และกล้องด้านหน้าทำงานร่วมกัน ในการตรวจจับพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ โดยระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง
ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ทำงานโดยใช้กล้องด้านหน้า ตรวจจับสภาพแสงบนท้องถนน และรถที่วิ่งบนท้องถนน เช่น ไฟรถสวนทาง ไฟทาง โดยเมื่อขับขี่ในที่มืดและไม่มีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยมอบทัศนวิสัยที่
ดีเยี่ยม และจะปิดไฟสูงเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์ด้านหน้า หรือรถวิ่งสวนทาง ทำให้ไม่รบกวนผู้ขับขี่บนท้องถนน ทั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์การขับขี่
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ทำงานโดยใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 – 180 กม./ชม.
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูล พร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ ช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 – 180 กม./ชม.
Honda STEP WGN e:HEV Spada เจเนอเรชั่นที่ 6 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (หน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด), ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL), ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors), ระบบเกียร์ไฟฟ้าเเบบสวิตซ์, ปุ่ม ECON, มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว, ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold, กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ รวมถึงระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ ราคา 1,780,000 บาท
มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี พร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
– สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท (สีใหม่)
– สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
– สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท


















