Home ข่าวสารรถยนต์Honda Accord e:HEV MY2026 ปรับราคาลง 50,000-70,000 บาท พร้อมอัพระบบความปลอดภัย BSM และ CTM ทุกรุ่นย่อย

Honda Accord e:HEV MY2026 ปรับราคาลง 50,000-70,000 บาท พร้อมอัพระบบความปลอดภัย BSM และ CTM ทุกรุ่นย่อย

by Admin clubza.tv
7 minutes read

Honda Accord นับเป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ในฐานะ Global Model ที่ได้รับการสร้างสรรค์และพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง อีกทั้งมีบทบาทในฐานะของรถที่เป็นผู้นำในการนำเสนอคุณค่าและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลกจากรุ่น สู่รุ่นตลอด 10 เจเนอเรชัน รวมระยะเวลากว่า 40 ปี การพัฒนา Honda Accord เจเนอเรชันที่ 11 จึงนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมให้เหนือไปอีกขั้น เพื่อเป็นรถที่ไม่เพียงเติมเต็มความต้องการของลูกค้า แต่ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมที่ครอบคลุมทั้งในด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อน เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย 

resize New Accord eHEV RS 1

Honda Accord e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท (ปรับลง 70,000 บาท)

ครั้งนี้ Honda Accord e:HEV MY2026 ได้รับการยกระดับเพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่อีกขั้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

  • ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย โดยระบบนี้ จะใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณกันชนหลัง เพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ในมุมอับสายตา และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวัง ผ่านไฟแสดงสถานะบนพื้นผิวของกระจกมองข้าง และถ้าหากมีการเปิดไฟเลี้ยว หลังจากตรวจพบยานพาหนะในตำแหน่งจุดบอด ไฟแสดงสถานะจะกระพริบพร้อมเสียงเตือน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ทันสังเกต เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
  • ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอกลาง เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่นและมีมุมอับสายตาจากตำแหน่งของผู้ขับขี่
resize New Accord eHEV E 3

Honda Accord e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท (ปรับลง 50,000 บาท)

อัพเกรดความสปอร์ตพรีเมียมที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น

แนวคิดการออกแบบ Honda Accord e:HEV MY2026 ไม่เพียงมุ่งเน้นความหรูหราสง่างาม แต่ยังสะท้อนสมรรถนะการขับขี่ที่ดีและมอบความมั่นใจ โดยออกแบบภายใต้แนวคิด “Creative Black Tie” ที่สื่อถึงภาพลักษณ์ที่เป็นทางการ แต่ก็แฝงด้วยลูกเล่นที่สนุกสนาน สะท้อนถึงการออกแบบ Honda Accord e:HEV MY2026 ให้มีเสน่ห์ น่าหลงใหล ลงตัวด้วยความเป็นสากลและความมีเอกลักษณ์ ดีไซน์ตัวรถด้านหน้าที่ดูเฉียบคม แข็งแกร่ง เชื่อมต่อกับเส้นสายด้านข้างตัวรถที่ยังคงเอกลักษณ์การใช้เส้นสายแนวนอน เพื่อเน้นโครงสร้างตัวถังในคอนเซ็ปต์ Low & Wide  ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูปราดเปรียว สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดึงดูดทุกสายตา

  • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถ ในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
  • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็นสีดำ Gloss Black (รุ่น e:HEV E)
  • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำ Gloss Black (รุ่น e:HEV EL) และขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
    สีดำ Matte Black (รุ่น e:HEV RS)
resize New Accord eHEV RS 12

กันชนหน้า – หลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย

resize New Accord eHEV RS 11

ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS

resize New Accord eHEV E 37

ล้ออัลลอย17 นิ้ว สีดำ Gloss Black สำหรับรุ่น e:HEV E

เอ็กซ์คลูซีฟกว่าใครกับความสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น e:HEV RS 

  • ใหม่! ช่องดักอากาศข้างกันชน เปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีดำ เพื่อเสริมความดุดันและสปอร์ตให้กับด้านหน้าของตัวรถ
  • ใหม่ ! กันชนล่างด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังสีเดียวกับตัวรถ ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง
  • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำ  
  • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถ กับสัญลักษณ์ RS บนกระจังหน้าและด้านท้าย

resize New Accord eHEV E 1 ห้องโดยสารที่กว้างขวาง หรูหรา ประณีตทุกรายละเอียด

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย โดยได้รับการออกแบบเพื่อมอบทัศนวิสัยที่ดี โดยเน้นการส่งมอบคุณภาพระดับพรีเมียมภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ Comfort ที่เน้นให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว เช่น แผงด้านหน้าและแผงประตู ที่เชื่อมต่อกันในแนวนอน Intelligence หรือการจัดวางฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่น สะดวกสบาย เช่น การจัดการข้อมูลบนหน้าจอ Display Audio ที่มีขนาดใหญ่ให้อยู่ตรงกลาง และ Advance ความเรียบหรูล้ำสมัย เช่น การออกแบบบริเวณแผงคอนโซลกลางหรือที่วางแขน ให้สะท้อนภาพลักษณ์ที่มีระดับของรถ ผสานด้วยการใช้ finishing ที่ให้ความหรูหรา ประณีต เสริมด้วยการใช้วัสดุบุนุ่มในจุดที่มีการสัมผัสบ่อย
มอบความสะดวกสบายและผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร ด้วยพื้นที่ช่วงขาและช่วงเข่าที่กว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน

resize New Accord eHEV E 17

ปุ่ม Experience Selection Dial ปรับหมุนเพื่อเรียกใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

  • ปุ่ม Experience Selection Dial ที่สามารถหมุนเพื่อเลือกและบันทึกฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถปรับเลือกระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง และไฟสร้างบรรยากาศภายในรถยนต์ได้ ซึ่งจะแสดงผลบนระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งสามารถตั้งค่าผู้ใช้งานได้จำนวนสูงสุดถึง 8 แบบ
  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ในทุกรุ่นย่อย
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light) (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) 
  • ระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร Plasmacluster (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) resize New Accord eHEV E 28 resize New Accord eHEV E 24 New Accord eHEV E 47
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS)
    • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card
      (รุ่น e:HEV RS)
  • ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 
  • ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง
resize New Accord eHEV E 34

ขุมพลัง e:HEV พิกัด 2.0 ลิตร ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 23.3 กม./ลิตร

ปลดล็อกทุกเส้นทางสู่ประสบการณ์ขับขี่ที่ลงตัว เพื่ออิสระของการใช้ชีวิต 

ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมระบบฟูลไฮบริด Honda e:HEV – The Exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ให้การตอบสนองที่ทันใจและทรงพลัง ด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว โดยระบบจะมอบสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง แรง ตอบสนองดั่งใจ มอบอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง
23.3 กม./ลิตร ให้คุณเดินทางได้ไกล ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง  97 กรัม/กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด โดยระบบจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ ประกอบไปด้วยการทำงานของโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่

  •  โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ทำงานขณะออกตัว หรือขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ/ปานกลางคงที่ โดยมอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ในขณะที่เครื่องยนต์
    ยังหยุดทำงานอยู่ มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ออกตัวได้อย่างรวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องรอรอบ และให้ความเงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง 
  • โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน
    โดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว
    และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเพิ่มความเร็วหรือเร่งแซง 
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์
    โดยชุดล็อกอัพคลัชท์ที่อยู่ในเกียร์อัตโนมัติ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ลดการสูญเสียพลังงานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ 
  • นอกจากนี้ ในขณะลดความเร็ว ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วนั้น
    ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ (Regeneration) 
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ช่วยให้ควบคุมการชะลอความเร็วได้อย่างง่ายดายถึง 6 ระดับโดยไม่ต้องเหยียบแป้นเบรก เหมาะสำหรับการปรับระยะห่างระหว่าง
    รถคันหน้า ลดความเร็วเมื่อเข้าสู่แยกไฟจราจร หรือช่วงทางลงเขา ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่และสามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้พร้อมกัน
  • สวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ตามสไตล์ เพียงกดปุ่มที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual (Individual Mode) ที่สามารถเลือกรูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลัง ปรับระดับน้ำหนักของพวงมาลัย ระบบ Adaptive cruise control และสีของมาตรวัดได้อย่างอิสระ อีกทั้งโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) และ โหมดการขับขี่แบบประหยัด (Econ Mode)
  • สวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ที่ช่วยให้
    ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า พร้อมทั้ง Charge Mode ซึ่งเป็นโหมดที่จะชาร์จแบตเตอรี่ ในขณะที่รถวิ่งด้วยน้ำมัน โดยการวิ่ง 1 นาที ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. จะสามารถชาร์จไฟเพิ่ม เพื่อสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบ EV เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยโหมด EV สามารถใช้ในการขับขี่
    ช่วงความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งเหมาะแก่การวิ่งในย่านชุมชน เพื่อยืดระยะของการวิ่งด้วย EV ให้ยาวนานขึ้น
New Accord eHEV RS 57

Honda SENSING อุปกรณ์ช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง มีมาให้ในทุกรุ่นย่อย

Honda SENSING มั่นใจด้วยที่สุดของเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พร้อมดูแลคุณในทุกการขับขี่

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ผสานการทำงานของกล้องมุมกว้างด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้าในการทำงาน โดยระบบจะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว เมื่อมีการตรวจจับว่ารถยนต์คันหน้า จักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป

  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) 

กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว
72 – 180 กม./ชม.

  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ ช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 – 180 กม./ชม.

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความ
    เร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) 

ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยใช้เรดาร์และกล้องด้านหน้าทำงานร่วมกันในการตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง โดยระบบตั้งค่าได้ที่ความเร็ว 30 – 180 กม./ชม. และระบบยังสามารถปรับลักษณะการเร่งความเร็วได้ตามโหมด ACC ที่เลือก 

  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้านหน้า 

  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) 

ระบบจะปรับการทำงานของไฟสูง-ต่ำ แยกอิสระซ้าย-ขวา อัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่
ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในเวลากลางคืนและปรับองศาของไฟสูงที่ความเร็วมากกว่า 10 กม./ชม. เพื่อลดการรบกวนรถยนต์ด้านหน้าหรือรถที่กำลังสวนทางมา

  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) 

ระบบที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง
เพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้า โดยระบบจะตรวจจับรถที่หยุดด้านหน้าในระยะ 10 เมตร

resize New Accord eHEV E 32

Blind Spot Information ฟังค์ชั่นใหม่ใน Honda Accord e:HEV MY2026

New Accord eHEV CTM

Cross Traffic Monitor มีเพิ่มมาให้ในทุกรุ่นย่อยเช่นกัน

พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย 

  • ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย 
  • ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย 
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) 
  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
    • ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS)
    • ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) และ รุ่น e:HEV RS มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับเสียงรบกวนจากพื้นถนน (Road noise ANC)
    • ถุงลม 8 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง และ ถุงลมหัวเข่าคู่หน้า 
    • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS)
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า และ ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหลัง
New Accord eHEV E 22

Google Built-In ช่วยให้การสั่งการ ใช้ฟังค์ชั่นต่างๆ ทำได้สะดวกมากขึ้น

คอนโทรลทุกอย่างได้ สะดวกสบายกว่าที่เคย เชื่อมต่อคุณกับรถได้อย่างไร้รอยต่อ

  • Honda Accord e:HEV MY2026 มาพร้อมแอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ ประกอบด้วย
  • Google Assistant เมื่อมี Google Assistant คุณก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนหรือ
    ละมือจากพวงมาลัย โทรหรือส่งข้อความหาเพื่อน ตั้งการช่วยเตือน หรือแม้แต่เปลี่ยนอุณหภูมิในรถได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังนำทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป หรือสำรวจละแวกใกล้เคียงได้ จะข้ามไปที่เพลงถัดไป หรือย้อนฟังพอดแคสต์ก็สบายด้วยแอปสื่อที่คุณชื่นชอบ เพียงแค่พูดว่า “Ok Google” หรือกดปุ่มเสียงบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน ประกอบด้วย
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว (รุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) 
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ซึ่งเป็นจอแบบ Full Graphic LCD ที่สามารถแสดงผลทั้งการทำงานของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ข้อมูลการขับขี่ และข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถ ในรูปแบบของกราฟิกขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผลการทำงานของ Maps ได้เต็มหน้าจอ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบาย 
  • ช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ล้ำสมัยกับฟังก์ชันการ​อัปเดตซอฟต์แวร์ Over-The-Air (OTA) ช่วยให้ผู้ใช้รถไม่เพียงสามารถ
    อัปเดตระบบ Infotainment แต่ยังสามารถอัปเดตการทำงานของ ECU จากทางไกลได้ ผ่านทางระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เพิ่มความสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเข้าไปยังศูนย์บริการ
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key 

New Accord eHEV Pricing And Promotion 1 2Honda Accord e:HEV MY2026 มาพร้อมราคาใหม่ และมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท

resize New Accord eHEV RS 15 resize New Accord eHEV RS 60 resize New Accord eHEV E 40 resize New Accord eHEV E 8 resize New Accord eHEV E 2resize New Accord eHEV E 54


FAQ: Honda Accord e:HEV รุ่น MY2026

Q: รุ่น MY2026 ของ Honda Accord e:HEV เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?
A: ปรับราคาลงประมาณ 50,000–70,000 บาท ทุกรุ่นย่อย และเพิ่มระบบความปลอดภัยใหม่ เช่น BSI (Blind Spot Information) และ CTM (Cross Traffic Monitor) เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น clubza.tv


Q: รุ่นไหนราคาเท่าไหร่ และลดลงเท่าไหร่?
A: รุ่น e:HEV E ราคาใหม่ 1,479,000 บาท (ลดลง 50,000 บาท) และรุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท (ลดลง 70,000 บาท) clubza.tv


Q: มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยใหม่อะไรเพิ่มเติม?
A:

  • BSI: ระบบเตือนมุมอับสายตา ที่ใช้เรดาร์ตรวจจับ ยานพาหนะข้างหลังและแจ้งเตือนบนกระจกมองข้างพร้อมสัญญาณเสียง หากเปิดไฟเลี้ยวขณะมีรถในจุดอับ clubza.tv

  • CTM: ระบบเตือนรถที่เคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง แจ้งเตือนทั้งเสียงและสัญลักษณ์บนหน้าจอกลาง clubza.tv


Q: ดีไซน์ภายนอกมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?
A: ใช้แนวคิด “Creative Black Tie” ให้งดงาม เรียบหรู และสปอร์ต บ่งบอกถึงบุคลิก Low & Wide เช่น กันชนสีเดียวกับตัวรถ, แถบตกแต่งไฟหน้า, ช่องดักอากาศสีดำ (เฉพาะ RS), ล้อ Gloss/Matte Black ขนาด 17–18 นิ้ว ตามรุ่น clubza.tv


Q: ภายในห้องโดยสารมีการอัปเกรดอะไรบ้าง?
A: ห้องโดยสารกว้างขวาง ดีไซน์เน้น Premium Comfort โดยมี:

  • ปุ่ม Experience Selection Dial เลือกฟังก์ชันต่าง ๆ ได้สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3”

  • เครื่องเสียง BOSE 12 ลำโพง ในทุกรุ่น

  • Ambient Light ปรับเฉดสีได้ (เฉพาะรุ่น EL และ RS)

  • Plasmacluster Air Purifier (EL และ RS)

  • เบาะไฟฟ้า, Memory Seat, Honda Smart Key Card, ช่องแอร์หลัง และม่านบังแดดด้านข้าง ฯลฯ clubza.tv


Q: ระบบขับเคลื่อน e:HEV รุ่นนี้มีรายละเอียดอะไร?
A: ใช้ระบบ Honda e:HEV (full hybrid) ประกอบด้วย:

  • เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-cycle + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว + E-CVT

  • ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 23.3 กม./ลิตร และปล่อย CO₂ เพียง 97 g/km clubza.tv

  • รองรับการขับเคลื่อนผ่าน 3 โหมด: EV Drive, Hybrid Drive, Engine Drive

  • มีระบบ Deceleration Paddle Selectors 6 ระดับ, Drive Mode หลายแบบ (Individual, Sport, Normal, Econ), EV Switch และ Charge Mode clubza.tv


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม