198
เมื่อ #ทีมขับซ่า มีโอกาสได้มาร่วมสังเกตการณ์ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของ Zeekr ในเมืองหางโจว ประเทศจีน แล้วบังเอิญเหลือบไปเห็น Geely Starray EM-i ที่เคยไปอวดโฉมในบ้านเรา เมื่อครั้งงาน Motor Expo 2025 แต่ความน่าสนใจของ Starray คันนี้ ต่างจากที่เห็นเมื่อครั้งมาโชว์ตัวเมื่อช่วงปลายปี แบบที่ทำให้รู้สึกว่า “ต้องสนใจ” เพราะเป็นเวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา ที่ ณ ปัจจุบัน ทำตลาดอยู่ทั้งในสหราชอาณาจักร รวมถึงออสเตรเลีย และที่สำคัญกว่านั้น คือ มีแพลนจะทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วงหลังกลางปีนี้
Geely Starray EM-i เป็นชื่อทางการตลาดในต่างแดนของ Geely Starship 7 EM-i ซึ่งทำตลาดในประเทศจีน (หรือในบางประเทศ ที่เป็นเวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้าย) แม้จะเป็นรถในสไตล์ครอสโอเวอร์ที่ถูกวางระดับอยู่ในกลุ่ม B-Segment SUV แต่อย่างที่เราได้เห็นมาตั้งแต่ Geely EX5 ซึ่งใช้พื้นฐานแพลตฟอร์มที่มีขนาดใกล้เคียงกัน คือ แม้จะเป็นรถที่ดูทรวดทรงไม่ใหญ่ แต่มีประโยชน์ใช้สอยที่ซ่อนรูป โดยมีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 มม. ซึ่งหากจะยกให้เป็นรถที่มีฐานล้อยาวที่สุดในคลาส ณ ปัจจุบัน ก็คงไม่เกินจริง แต่อย่างไรก็ตาม Starray มีฐานล้อที่ยาวกว่า EX5 อยู่อีก 5 มม. (จนกลายเป็นรถในกลุ่ม B-Segment SUV ที่มีระยะฐานล้อยาวกว่ารถในกลุ่ม PPV บางรุ่น) ซึ่งความยาวที่เพิ่มขึ้นมานี้ ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ที่โดยปกติแล้ว Geely เป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นในเรื่องการออกแบบและจัดการพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะเน้นความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถแล้ว ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยภายในรถ แม้ว่าจะเป็นรถในขนาดซับคอมแพคท์สำหรับคนเน้นใช้งานในเมือง เช่น Geely EX2 ก็ตาม
หลังจากที่ลองเข้าไปนั่งเล่น ทำความคุ้นเคยกับระบบต่างๆ ใน Geely Starray คันนี้ อยู่พักใหญ่ สิ่งที่สังเกตได้ คือ อารมร์ในการออกแบบและจัดสรรพื้นที่ภายใน ดูมีความคล้ายคลึงกับ Geely EX5 เหมือนเป็นฝาแฝด ทั้งในแง่การแสดงผล หน้าจอผู้ขับขี่, HUD, หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 15.4 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย เช่นเดียวกับ EX5 ในบ้านเรา ที่อัพเดทให้สามารถใช้ได้แล้ว (นอกจากนี้ ตัวรถ Geely Starray คันที่เราได้ลองเล่น มีเมนูภาษาไทย เป็นที่เรียบร้อย), ระบบปฏิบัติการ Fly Me Auto และระบบเสียง Fly Me Sound พร้อมสำโพง 14 + 2 ตำแหน่ง รวมถึงเบาะนวดไฟฟ้าคู่หน้า 6 รูปแบบ, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ และกระจกเซ็ตหลังในรูปแบบ Privacy Glass จะมีก็เพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่มีความแตกอยู่บ้าง ตามรูปแบบขุมพลังที่ต้องปันส่วนสำหรับอุปกรณ์ที่ “เคยไม่มี” ในเวอร์ชั่น BEV เช่น หลุมเก็บรถเข็นอาม่า ที่หายไปจากในด้านท้าย เหลือเพียงพื้นที่สัมภาระที่รองรับการจัด Level ความลึกได้ 2 ระดับ ซึ่งยังคงต้องยอมรับว่า Geely ยังคงจัดสรรพื้นที่เก็บของจุกจิกภายในรถได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้โมเดลที่เคยทำตลาดไปก่อนหน้าเลยทีเดียว
มีหมด…แต่อาจไม่โดดเด่น คือ นิยามที่โดยส่วนตัวที่ผู้เขียนมีให้กับ Geely EX5 ซึ่งความรู้สึกมันต่างไปจากตอนได้ลองระบบ ADAS ใน EX2 ที่สามารถทำงานได้แบบราบรื่น ไร้ที่ติ อีกทั้งยังเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่สามารถใช้งานได้ง่าย ทำงานละเอียด และสามารถเปิดระบบให้ทำงานได้ตั้งแต่ที่รถยังจอดนิ่ง ช่วยลดความกังวลในการใช้งานได้มากพอที่จะทำให้ User หน้าใหม่ เปิดใจและพร้อมที่จะใช้ฟังค์ชั่นช่วยเหลือเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหวังว่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ของ Geely Starray ที่ทำตลาดในประเทศไทย จะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและความละเอียดในการทำงาน ในระดับที่สูงขึ้นไป เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสเทคโนโลยี และอรรถประโยชน์ในระดับสูงสุดของตัวรถได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
Geely Starray เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาในต่างแดน ณ ปัจจุบัน ทำตลาดด้วยขุมพลัง EM-i ซึ่งหากแจกแจงกันแบบเข้าใจง่ายๆ นี่คือ รถในสไตล์ปลั๊กอินไฮบริดที่คนไทยเริ่มที่จะคุ้นเคย ในช่วง 4-5 ปีหลัง เทียบสเป็คที่ขายอยู่ในออสเตรเลีย คือ จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบ็นซิน 1.5 ลิตร ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพในการเผาไหม้ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ E-DHT แบบ 11 In 1 อันเป็นของขึ้นชื่อ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องขนาดที่กะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 18.4 kWh รองรับการใช้งานในรูปแบบ EV ล้วนได้ 83 กม. (ความเร็วในการชาร์จ DC อยู่ที่ 30 kW) และเคลมอัตราสิ้นเปลืองเอาไว้ที่ 2.4 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งหากดูจากตัวเลขจากการทดสอบในห้องแล็บ ถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งในชีวินประจำวัน ที่สามารถเดินทางด้วย EV Mode หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางไกล ก็สามารถเลือกใช้งานในรูปแบบไฮบริด ซ฿่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทางได้มากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม…แว่วมาว่า Geely Starray รุ่นที่แพลนทำตลาดในประเทศไทย อาจเลือกใช้ขุมพลังในรูปแบบที่แตกต่าง เพื่อเปิดทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งหากเปิดหัวมาแบบนี้ อาจมีความเป็นไปได้สูงว่า ขุมพลังที่จะนำมาประจำการในเวอร์ชั่นขายไทย จะมาในรูปแบบ “รถเครื่องปั่นไฟ ที่วิ่ง EV ได้นิดหน่อย” หรือ “รถ EV ที่มีเครื่องปั่นไฟประจำตัว” แล้วแต่จะสะดวกเรียก ในส่วนนี้คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่า Geely Starray จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 3-4 ในปีนี้ สำหรับคนที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพคท์ที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องวางแผน นี่อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคุณ…ก็เป็นได้



























