เมื่อช่วง 00.31 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีรายงานการปล่อยจรวดในเมือง Rizhao มลฑลชานตง ทางตะวันอออกของประเทศจีน โดยเป็นการปล่อยจรวด Smart Dragon-3 เพื่อนำกลุ่มดาวเทียมสื่อสารขึ้นสู่วงโคจรจำนวนทั้งสิ้น 11 ดวง โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาระบบโครงข่ายการสื่อสาร การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบ Over the Air รวมถึงการเชื่อมต่อของระบบขับขี่อัตโนมัติ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคต
Geespace บริษัทในเครือ Geely Holding Group ปล่อยดาวเทียม เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมต่อกับตัวรถ รวมถึงเทคโนโลยี Autonomous Driving
Geely Holding Group แบรนด์แรกของจีน ที่พัฒนาทั้งรถยนต์ และเทคโนโลยีอวกาศ
สำหรับภารกิจปล่อยดาวเทียมนอกชายฝั่งครั้งนี้ อยู่ภายใต้การดำเนินการของศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวน โดยกลุ่มดาวเทียมสื่อสาร Geely-04 จำนวน 11 ดวง ได้รับการออกแบบโดยบริษัท Geespace ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจด้านอวกาศของแบรนด์ในเครือ Geely Holding Group (นับเป็นบริษัทในจีนแห่งแรก ที่พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ ร่วมกับเทคโนโลยีอวกาศควบคู่กันไป) เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Geely Automotive ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศจีน และมีแบรนด์ระดับบิ๊กเนมในเครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Volvo, Lotus, Smart, Polstar รวมถึงแบรนด์ในประเทศอื่นๆ เช่น Geely, Zeekr, Link & Co และ Riddara โดยเป้าหมายของการส่งดาวเทียม Geely-04 ขึ้นสู่อวกาศในคราั้งนี้ก็เพื่อการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ และการสำรวจมหาสมุทร
ส่งดาวเทียมระดับต่ำขึ้นสู่วงโคจร เพื่ออัพเลเวลระบบขับขี่อัตโนมัติ
โครงการดาวเทียมของ Geely ดำเนินการโดย บริษัท Geespace องค์กรด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่รองรับการพัฒนาและการผลิตดาวเทียม รวมถึงชิ้นส่วนอวกาศ ซึ่ง Geespace ก่อตั้งในปี 2018 ภายใต้จุดมุ่งหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ และการสื่อสารด้านอวกาศทั่วโลก จากการใช้กลุ่มดาวเทียม GEESATCOM แบบวงโคจรรอบโลกในระดับต่ำ หรือ Low-Earth Orbit (LEO) ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่งมีจุดเด่นที่ความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง รวมถึงเครือข่ายการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั่วโลก โดย ณ ปัจจุบัน Geely Holding Group มีเป้าหมายการส่งดาวเทียมเฟสแรกให้ครบ 72 ดวง ภายในปี 2568 (ปัจจุบันปล่อยดาวเทียมออกไปแล้ว 20 ดวง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับรถยนต์แบรนด์ในเครือ) และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงประมาณ 6,000 ดวง ตามแผนระยะยาว
กำลังการผลิตดาวเทียม 500 ดวง ต่อปั
จุดเด่นของ คือ ความสามารถในการผลิตดาวเทียมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยปกติแล้ว การออกแบบและผลิตดาวเทียมโดยส่วนใหญ่ อาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี แต่โรงงานแห่งนี้ มีกำลังการผลิตดาวเทียมสูงสุดถึง 500 ดวง ต่อปี โดยระยะเวลาในการผลิตดาวเทียมแต่ละดวงนั้น โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 28 วัน จากการใข้แรงงานคน 30 ชีวิต ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์อัตโนมัติบนสายการประกอบย่อยที่มีขั้นตอนมากกว่า 60 ขั้นตอน โดยหุ่นยนต์เหล่านั้น จะทำงานตามโปรแกรมที่ถูกเขียนมากอย่างแม่นยำ ขันน็อตมากกว่า 1,600 ตัว เข้าไปในดาวเทียมน้ำหนัก 100 กก. ด้วยระดับความคลาดเคลื่อนที่ต่ำกว่า 0.01 มม. ซึ่งเมื่อประกอบเสร็จแล้ว ดาวเทียมเหล่านั้น จะถูกนำไปทดสอบประสิทธิภาพและความทนทานในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า, การทดสอบเมื่อต้องเจออุณหภูมิระดับ ลบ 180 ถึง มากกว่า 100 องสาเซลเซียส อีกทั้งยังต้องถูกทดสอบความสามารถทางแม่เหล้กไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าดาวเทียมเหล่านั้น จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อถูกส่งเข้าวงโคจรในอวกาศ
ตั้งเป้าปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำ 72 ดวง สำหรับเฟสแรกภายในปีนี้ และจะเพิ่มจำนวนสู่ 6,000 ดวง ตามแผนระยะยาว
ความพยายามในการส่งดาวเทียม Geely-04 ของ Geely Holding Group ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันเทคโนโลยีอวกาศในเชิงพาณิชย์และการสื่อสารขั้นสูงของประเทศจีน ซึ่งทั้งภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชน ต่างก็ทยอยปล่อยดาวเทียมของตนขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัมนาประสิทธิภาพในการนำทาง การติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต รวมถึงบริการข่าวสารในระดับโลก
ขอขอบคุณคลิปจาก SciNews