Home ข่าวสารวันที่รถยนต์กลายเป็น “Gadget ติดล้อ” ทำไม Cybersecurity จึงสำคัญกว่าที่คิด

วันที่รถยนต์กลายเป็น “Gadget ติดล้อ” ทำไม Cybersecurity จึงสำคัญกว่าที่คิด

by harit
2 minutes read

     ทุกท่านเชื่อไหมว่า ทุกวันนี้โจรขโมยรถอาจไม่ได้พกชะแลงหรืองัดแงะกุญแจรถแบบเดิมอีกต่อไป แต่พวกเขาอาจพกสิ่งที่หน้าตาเหมือน “ลำโพงบลูทูธ” มาใช้กับการโจรกรรมอีกด้วย …

     มีกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงและถูกพูดถึงอย่างมากในวงการความปลอดภัย เมื่อแฮกเกอร์ใช้เครื่องมือที่พรางตัวเป็นลำโพงบลูทูธ แอบต่อสายเข้ากับระบบไฟหน้าของรถยนต์ เพื่อส่งสัญญาณปลอม (CAN Injection) เข้าไปหลอกระบบว่า “ตรวจพบกุญแจที่ถูกต้องแล้ว” ส่งผลให้ระบบปลดล็อกรถและปิดการทำงานของ Immobilizer ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

CAN

รถยนต์สมัยใหม่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่ OTA, Cloud Server, Smartphone, USB ไปจนถึงระบบชาร์จไฟฟ้า ซึ่งล้วนเป็นจุดที่ต้องได้รับการป้องกันตามมาตรฐาน UN R155

     เรื่องนี้ทำให้เราเห็นภาพกว้างชัดเจนเลยว่า รถยนต์ยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่กลไกเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่มันคือ “Gadget ติดล้อ” ที่อาจมีสมองกล (ECU) มากถึง 150 ตัว และมีโค้ดซอฟต์แวร์ทำงานอยู่เบื้องหลังกว่า 100 ล้านบรรทัด ยิ่งรถยนต์ใดที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากเท่าไร โอกาสและช่องโหว่ที่จะถูกเจาะเข้าระบบก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

     นี่จึงเป็นสาเหตุที่หน่วยงานหรือองค์ใดในวงการยานยนต์ต้องสร้าง “โล่กำบัง” ที่ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่าง UN Regulation No. 155 (UN R155) และ UN Regulation No. 156 (UN R156) ซึ่งเราจะมาดูกันว่า กฎหมายระดับโลกสองฉบับนี้ ทำอะไร และเราในฐานะผู้บริโภคนั้นจะได้อะไรจากเรื่องนี้

Cyber Security UN R155 and R155 | Bosch Engineering

เมื่อระบบความปลอดภัยของรถพึ่งพาซอฟต์แวร์มากขึ้น มาตรฐาน UN R155 และ UN R156 จึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และรักษาความถูกต้องของการอัปเดตระบบ

เปรียบเทียบความแตกต่างของ UN R155 และ UN R156

     เพื่อความชัดเจนและเข้าใจง่าย ขอสรุปรายละเอียดหลักการทำงานของข้อกำหนดทั้ง 2 ฉบับ ที่มาจากข้อกำหนดจริงของผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล ไว้ในตารางที่ปรากฏนี้

หัวข้อเปรียบเทียบUN Regulation No. 155 (UN R155)UN Regulation No. 156 (UN R156)
เป้าหมายหลักการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)การจัดการระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)
ระบบที่ต้องได้รับการรับรองCSMS (Cybersecurity Management System)SUMS (Software Update Management System)
หน้าที่หลัก (ทำอะไร?)ประเมินความเสี่ยง ตรวจจับ และป้องกันการถูกเจาะข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ครอบคลุมทั้งตัวรถและองค์กรผู้ผลิตควบคุมการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ถูกต้อง ตรวจสอบแหล่งที่มา และมีระบบกู้คืน (Rollback) หากการอัปเดตมีปัญหา
สิ่งที่เราได้ (ได้อะไร?)รถยนต์มีระบบความปลอดภัยที่ถูกฝังมาตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา (Secure-by-Design) ปลอดภัยต่อการโจรกรรมข้อมูลมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่รถมีการอัปเดตผ่านอากาศ (OTA) จะใช้ซอฟต์แวร์ของแท้ และไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยระหว่างขับขี่
ประเภทยานพาหนะที่อยู่ในขอบข่ายรถยนต์นั่ง, รถบรรทุก, รถพ่วง และรถขนาดเล็กที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติเกิน Level 3 (L6, L7)ครอบคลุมประเภทรถยนต์ลักษณะเดียวกัน รวมถึงรถทางการเกษตร ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ 
UN R155 and UN R156 1

UN R155 ปกป้องรถยนต์จากภัยไซเบอร์ ขณะที่ UN R156 ควบคุมการอัปเดตซอฟต์แวร์ตลอดอายุการใช้งาน

     หากมองในมุมของความจริงที่พิสูจน์ได้ การบังคับใช้ข้อกำหนดนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งมีข้อมูลเชิงลึกที่ต้องรู้ดังนี้

  • มีผลบังคับใช้งานจริง และไม่ใช่เรื่องไกลตัว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2024 เป็นต้นมา รถยนต์รุ่นใหม่ทุกคันที่จะวางจำหน่ายในประเทศที่เข้าร่วมข้อตกลง 1958 Agreement (เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย) บังคับให้ต้องผ่านการรับรองทั้งสองมาตรฐานนี้ หากผู้ผลิตรายใดไม่มีใบรับรอง ก็จะไม่สามารถนำรถไปจดทะเบียนเพื่อขายได้

  • ความปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่ Day one การป้องกัน Hacker ไม่ใช่การทำรถยนต์เสร็จแล้วมาติดตั้งโปรแกรม Antivirus เข้าไปใน Software ภายหลัง แต่ UN R155 บังคับให้ผู้ผลิตต้องวางโครงสร้างความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างรถยนต์ (Concept Phase) ไปจนถึงขั้นตอนทำลายทิ้ง (Decommissioning)

  • ความท้าทายระดับห่วงโซ่การผลิต แม้กฎหมายจะบังคับใช้กับค่ายรถยนต์ (OEMs) โดยตรง แต่ค่ายรถยนต์ก็ต้องกำหนดเงื่อนไขลงไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน (Suppliers) ทุกรายที่เกี่ยวข้อง ให้รักษามาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความท้าทายทางการจัดการที่สูงมาก

  • ป้องกันระบบล่มด้วย สำหรับ UN R156 มีข้อกำหนดที่จับต้องได้อย่างหนึ่งคือ หากรถยนต์ของคุณกำลังอัปเดตแบบไร้สาย (OTA) แล้วเกิดสัญญาณขาดหาย หรือการอัปเดตผิดพลาด ระบบรถจะต้องสามารถกู้คืนกลับไปใช้เวอร์ชันเก่า หรือปรับเข้าสู่สถานะปลอดภัย (Safe State) เพื่อไม่ให้รถทำงานผิดปกติจนเกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่

Cybersecurity for Mobility

ตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อ UN R155 ทำงาน

     จำลองสถานการณ์ว่า มีใครคนหนึ่งได้จอดรถยนต์ทิ้งไว้ในห้างสรรพสินค้า แล้วมีมิจฉาชีพเดินเข้ามาใกล้รถยนต์ของใครคนนั้น พร้อมกับใช้เครื่องมือที่พรางตัวมาในรูปของ “ลำโพงบลูทูธ” แอบต่อสายเข้ากับระบบไฟหน้าของรถยนต์ เพื่อส่งสัญญาณปลอม (CAN Injection) เข้าไปหลอกระบบว่าตรวจพบกุญแจที่ถูกต้องแล้ว

  • หากไม่มี UN R155 ระบบของรถจะเชื่อสัญญาณปลอมนั้นทันที ประตูรถจะถูกปลดล็อก และถูกปิดการทำงานของ Immobilizer ทำให้คนร้ายขโมยรถยนต์ไปได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

  • เมื่อมี UN R155 ระบบสมองกลของรถยนต์ที่มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา (Secure-by-Design) จะมีกระบวนการประเมินความเสี่ยงและตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ระบบจะคัดกรองและพบว่ารหัสคำสั่งนี้มีความผิดปกติ จึง “สกัดกั้นคำสั่งนั้นทันที” รถยนต์จะยังคงล็อกอยู่ และความพยายามในการเจาะเข้าระบบจะไม่เป็นผลสำเร็จ

ตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อ UN R156 ทำงาน

     จำลองสถานการณ์ว่า คุณทำการอัปเดตซอฟต์แวร์รถยนต์ผ่านอากาศ (OTA) ในช่วงกลางดึก แต่ปรากฏว่าอัปเดตไปได้แค่ครึ่งทาง (Assume ว่า 50%) แล้วสัญญาณอินเทอร์เน็ตเกิดขาดหาย หรือการอัปเดตเกิดข้อผิดพลาดกลางคัน

  • หากไม่มี UN R156 ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไม่สมบูรณ์อาจทำให้รถรวน เช้าวันต่อมาคุณอาจเจอปัญหารถยนต์สตาร์ทไม่ติด หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงานผิดปกติ

  • เมื่อมี UN R156 ทำงาน ระบบจะมีการควบคุมการอัปเดตซอฟต์แวร์ (SUMS) เมื่อมันรับรู้ว่าการอัปเดตล้มเหลว ระบบจะมีฟังก์ชันกู้คืน (Rollback) โดยจะปรับเข้าสู่สถานะปลอดภัย (Safe State) และดึงซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าที่ใช้งานได้ปกติกลับมาให้ และที่สำคัญระบบนี้จะไม่ยอมให้อัปเดตซอฟต์แวร์ใด ๆ หากจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในระหว่างที่รถยนต์นั้นกำลังขับขี่อยู่บนถนน

เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์ที่มีและไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์

สถานการณ์ / การใช้งานรถยนต์ที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์รถยนต์ที่มี UN R155 & UN R156
การโดนส่งสัญญาณปลอม (เจาะเข้าระบบ)ระบบหลงเชื่อและปลดล็อกประตูให้ทันที

ตรวจจับ สกัดกั้น และป้องกันการโจรกรรมข้อมูล

การรับไฟล์อัปเดต (OTA)เสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงด้วยซอฟต์แวร์เถื่อน

ตรวจสอบแหล่งที่มา และใช้เฉพาะซอฟต์แวร์ของแท้เท่านั้น

ความปลอดภัยขณะขับขี่อาจเกิดข้อผิดพลาดจนระบบหลักหยุดทำงาน

ควบคุมไม่ให้การอัปเดตส่งผลกระทบต่อการขับขี่

เมื่อการอัปเดตล้มเหลวระบบค้าง ทำงานผิดปกติ เสี่ยงเกิดอันตราย

กู้คืนระบบสู่เวอร์ชันเก่า (Rollback) หรือสถานะปลอดภัย (Safe State)

     ท้ายที่สุดแล้ว การมาถึงของข้อกำหนด UN Regulation No. 155 และ UN Regulation No. 156 สะท้อนให้เห็นความจริงที่ว่า “ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนถนน” เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง “ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์” ด้วย แน่นอนว่าการบังคับใช้มาตรการนี้จะเพิ่มต้นทุนและความท้าทายให้กับการผลิตรถยนต์คันใหม่ แต่มันคือสิ่งจำเป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ และจะกลายมาเป็นมาตรฐานพื้นฐานใหม่ (New Normal) ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและปกป้องชีวิตของผู้ใช้งานรถยนต์ยุคใหม่ในทุกเส้นทาง


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม