นับเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวของวงการยานยนต์ที่น่าสนใจ เมื่อค่าย Ford หาญกล้า ประกาศว่า เตรียมที่จะปฏิวัตวงการยานยนต์ ด้วยการเปิดตัว T Model ใหม่ แพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งจะมาพร้อมตัวถังในรูปแบบ Pick Up Double Cab ตั้งเป้าทำตลาดในฐานะ Global Model ซึ่งจากเดิม Ford เคยนิยาม T Model Platform ว่าเป็นโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับรถอเนกประสงค์ (ทั้งในรูปแบบ Pick Up และ PPV) แต่สำหรับแพลตฟอร์มใหม่นี้ Ford เลือกที่จะชี้ชัดเข้าไปอีกว่า นี่จะเป็น Ford Universal EV Platform ที่พร้อมรองรับการใช้งานกับรถอเนกประสงค์หลากหลายรูปแบบ
นอกจาก Ford จะเผยรายละเอียดว่าเตรียมที่จะเปิดตัว Ford Universal EV Platform ที่ออกแบบมาให้ใช้งานกับรถ EV โดยเฉพาะแล้ว ทางค่ายยังใหม้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้ว่า จะนำมาใช้กับรถในรูปแบบปิคอัพ 4 ประตู ขนาด Mid Size หรือเทียบเท่า Ford Ranger เป็นรุ่นแรกของแพลตฟอร์มใหม่นี้ โดยมีแพลนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2027 ซึ่งในช่วงแรกเริ่มนั้น จะผลิตในแพล้นที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก และคาดว่าอาจจะมีการเปิดโรงงานในภูมิภาคต่างๆ ตามแผนที่ต้องการจะให้ Ford Universal EV Platform รองรับการรถยนต์ในรูปแบบ Global Model ที่จะทำตลาดทั่วโลก โดยมีการเผยภาพตัวอย่างของแพลตฟอร์มใหม่ที่จะถูกนำมาใช้กับรถในรูปแบบต่างๆ ซึ่งนอกจากปิคอัพแล้ว ก็ยังมีรถในรูปแบบ PPV รวมถึงรถตู้เพื่อการขนส่งอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของแพลตฟอร์ม ที่สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับรถยนต์ในทุกรูปแบบ
ณ ปัจจุบัน Ford ยังไม่ได้เผยรายละเอียดของ EV Pick Up รุ่นใหม่ ว่าจะใช้ชื่อว่าอะไร แต่หากพิจารณาจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ทางค่ายได้ยื่นจดทะเบียนการค้าในชื่อ Ranchero ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยมีภาพกราฟฟิคออกมาแล้วว่า ปิคอัพรุ่นนี้ จะมาพร้อมห้องโดยสารในรูปแบบ Dual Cab 5 ที่นั่ง โดยความน่าสนใจที่ Mr. Jim Farley CEO ของ Ford ให้รายละเอียดในตอนแถลงข่าวก็คือ ปิคอัพคันนี้ จะมาพร้อมสมรรถนะในระดับเดียวกับ Ford Mustang EcoBoost โดยสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน ต่ำกว่า 5 วินาที และมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างกว่ารถในกลุ่ม C-Segment SUV อีกทั้งมากด้วยประโยชน์ใช้สอย ด้วยบรรดาพื้นที่สัมภาระขนาดใหญ่ ที่ถูกจัดสรรค์การใช้งานอย่างชาญฉลาด เช่น การจัดวางกระดานโต้คลื่น รวมถึงสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องติดตั้งแร็คหลังคาเพิ่มเติม
Ford EV Pick Up ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ จะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบ LFP ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและพื้นรถในลักษณะ Cell to Body เพื่อให้ตัวรถมีความแข็งแรง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พื้นที่ใช้สอยกว้าง และเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร โดยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ชุดนี้ สามารถรองรับการจ่ายไฟให้เชื่อมต่อระบบไฟภายในบ้าน Vehicle to Home ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 6 วัน
นอกจากการพัฒนา Ford Universal EV Platform ใหม่แล้ว สิ่งที่ทางค่ายทำไปควบคู่กัน นั่นก็คือ การพัฒนา Ford Universal EV Production System ซึ่งจะปรับรูปแบบการผลิต จากการใช้สายพานไลน์การผลิตเพียงเส้นเดียวสำหรับรถ 1 คัน จะถูกเปลี่ยนมาใช้ไลน์แบบ Assembly Tree ในการรวมชิ้นส่วนย่อยหลายๆ ส่วน เป็นชิ้นเดียวกัน เช่น การใช้อลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปขนาดใหญ่เพียงชิ้นเดียว แทนการใช้ชิ้นส่วนราว 10 ชิ้น ก่อนที่จะถูกนำมาประกอบรวมในสายการผลิตหลัก ซึ่งการปรับรูปแบบการผลิตแบบนี้ จะช่วยลดการใช้ชิ้นส่วนลงได้ถึง 20% และช่วยลดการใช้น็อต หรืออุปกรณ์ยึดติดอีก 25% โดยหากเทียบให้เห็นภาพ ปิคอัพที่พัฒนาบน Ford Universal EV Platform จะใช้สายไฟรวมทั้งคัน น้อยกว่าสายไฟที่ใช้ใน Ford Mustang Mach E ถึง 1.3 กม. หรือมีน้ำหนักเบาลงถึง 10 กก. อีกทั้งการประกอบในรูปแบบ Assembly Tree จะช่วยลดเวลาในการผลิตเมื่อเทียบกับวิธีการประกอบแบบเดิมได้ถึง 40%
Ford ตั้งเป้าว่า EV Pick Up ที่จะพัฒนาบน Ford Universal EV Platform จะเป็นรถที่ถูกวางราคาในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมฟีเจอร์และฟังค์ชั่นการใช้งานที่ยังคงครบถ้วน ครอบคลุม จากการใช้ซอฟท์แวร์ที่มีความโดดเด่นเช่นเดิม (สามรถอัพเดทผ่าน OTA) โดยคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นในอเมริกาอยู่ที่ 30,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 968,000 บาท) ซึ่งใกล้เคียงกับพิกัดเดียวกันในยุคปัจจุบัน (หากเทียบตามอัตราเงินเฟ้อ) โดย ณ ปัจจุบัน ราคาของ Ford Ranger ในอเมริกา อยู่ที่ 33,350 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,177,000 บาท
Q: Ford Universal EV Platform คืออะไร?
A: คือแพลตฟอร์มสถาปัตยกรรม EV ใหม่ของ Ford — รวมทั้งระบบการผลิต “Universal EV Production System” — ที่ออกแบบให้สร้างรถไฟฟ้าได้หลากหลายรุ่นด้วยค่าต้นทุนต่ำ ประกอบด้วยอุปกรณ์น้อยลง, ประหยัดเวลาประกอบ และใช้งานร่วมกับรถไฟฟ้าได้หลากหลายแบบ
Q: จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คืออะไร?
A: ลดชิ้นส่วนลง 20 %, ลดจำนวนตัวเชื่อมต่อ (fasteners) ลง 25–30 %, มีสถานีประกอบ (workstations) น้อยลงถึง 40 %, และระยะเวลาประกอบลดลงราว 15–40 % ขึ้นอยู่กับขั้นตอน
Q: ทำไม Ford ถึงเรียกช่วงนี้ว่าเป็น “Model T moment”?
A: Ford มองว่าแพลตฟอร์มใหม่และกระบวนการผลิตใหม่ คือจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ที่สร้างให้รถ EV มีราคาถูกและเข้าถึงได้ ซึ่งเปรียบเทียบกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในยุค Model T










