ในช่วงดือนมมิถุนายน ของทุกๆ ปี เรามักจะได้เห็นค่าย Ford ปล่อยตัวแรงออกมาเพื่อลงทำการแข่งขันไต่ท้าความสูงระดับโลกในรายการ Pikes Peak International Hill Climb ซึ่งในปีก่อน ทางค่ายได้ส่งปิคอัพพลังไฟฟ้า Ford SuperTruck ลงชิงชัยในรายการนี้ ต่อจาก Ford SuperVan 4.2 ที่คว้าชัยได้ในปี 2023 ส่วนในปี 2025 อาจเป็นคิวของ Ford Super Mustang Mach-E ตัวแข่งที่ได้แรงบัลดาลใจจากรถสปอร์ตอเนกประสงค์ของค่าย ซึ่งถูกยกระดับสมรรถนะ รวมถึงองประกอบอื่นๆ เพื่อสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขึ้นเขาสุดหฤโหดในปีนี้
ตามที่ทุกคนได้เห็น คือ แม้ว่า Ford Super Mustang Mach-E สำหรับการแข่งขับ Pikes Peak International Hill Climb 2025 จะได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจาก Ford Mustang Mach-E แต่หากมองในภาพรวมแล้ว ทั้งคู่ถือว่ามีภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันมาก โดยความเชื่อมโยงที่ดูจะชัดเจนมากที่สุด คงมีแค่ดีไซน์ในส่วนของไฟหน้า และไฟท้าย ที่มาในรูปทรงเดียวกัน แต่ในส่วนอื่นๆ ถูกปรับลุคเพื่อการแข่งขันทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่ในด้านหน้าที่มาพร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่คาดยาวตั้งแต่มุมกันชนด้านขวาจรดซ้าย โดยออกแบบให้มีแนวยื่นออกมาด้านหน้าประมาณ 1 ฟุต ทำหน้าที่สร้างแรงกดที่ล้อคู่หน้า เพื่อมุมในการเลี้ยวที่มีความเฉียบคมมากขึ้นในย่านความเร็วสูง เช่นเดียวกับแผงดิฟฟิวเซอรืด้านท้าย ที่ช่วยจัดเรียงทิศทางการไหลของกระแสลมด้านหลังให้มีประสิทธิภาพ ลดการหมุนวนด้านท้ายได้ดีมากขึ้น
เส้นสายของตัวรถ Ford Super Mustang Mach-E ได้รับการอัพเกรดให้มีแนวฝากระโปรงที่ยาว แนวหลังคาที่ต่ำและดูพลิ้วไหวในสไตล์รถ Coupe ซึ่งแตกต่างจากดีไซน์ดั้งเดิมของ Mach-E แต่ที่อลังการสุดๆ ในภาพลักษณ์ของตัวแข่งคันนี้ คงหนีไม่พ้นการใช้หางหลังแบบ Swan Neck ขนาดใหญ่ ที่วางในตำแหน่งสูงเหนือหลังคา และกว้างกว่าแนวตัวรถทางด้านท้าย ซึ่งช่วยสร้างแรงกดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในที่สูงที่ความหนาแน่นของอากาศเบาบาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อจาก OZ Racing ที่รัดด้วยยางสลิคจาก Pirelli ซึ่งทั้งหมดนี้…ช่วยยกระดับเสถียรภาพของ Ford Super Mustang Mach-E ให้สูงขึ้น ในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับรถในระดับหัวแถวที่เข้าร่วมการแข่งขัน Pikes Peak International Hill Climb ในโคโรลาโด้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการแข่งชิงจ้าวความเร็วในการไต่ความสูง 4,300 เมตร โดยต้องวิ่งผ่านเส้นทางคดเคี้ยวถึง 156 โค้ง ในระยะทางประมาณ 20 กก. ซึ่งการแข่งขันในปี 2025 จะมีขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายนนี้
แต่จะยังไม่มีการเผยรายละเอียดขุมพลังของ Ford Super Mustang Mach-E แต่หากเทียบกับตัวแข่งปีก่อน จะมาพร้อมมอเตอร์ Stard UHP แบบ 6 เฟส ถึง 3 ตัว ในระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive ที่มีกำลังรวมถึง 1,600 แรงม้า โดยสิ่งที่น่าสนใจของตัวแต่งไต่ระห่ำคันนี้ อยู่ที่ประสิทธิภาธิภาพด้านแอโร่ไดนามิคส์ ที่สามารถสร้างแรงกดได้สูงสุดถึง 2,835 กก. ซึ่งเหนือกว่า Ford SuperTruck ที่ใช้ในการแข่งขันเมื่อปีก่อนถึง 113 กก. (ชนะในปี 2024 ด้วยสถิติ 8:53.553 นาที โดย Romain Dumas) รวมถึงยังเหนือกว่า Ford Transit (สถิติ 8:47:682 นาที ) ที่ชนะการแข่งขันในปี 2023 อีกด้วย