Home » คนใช้รถ EV ต้องอ่านบทความนี้ !!! มาตรฐานแบต/การรับประกัน

คนใช้รถ EV ต้องอ่านบทความนี้ !!! มาตรฐานแบต/การรับประกัน

by Kookkook

Cr ภาพ www.bioage.typepad.com

ต้องมีมาตรฐานแบต ….รับประกันคลุมเครือ ใช้แล้วเบื่อปวดกบาล !!

Cr ภาพ www.engineering.com

เป็นประเด็นไปหลายรายแล้ว กับผู้ใช้ EV ที่แบตเสื่อมเข้าศูนย์ไปขอเปลี่ยนแบต เพื่อมั่นใจว่าใช้ต่อไปแล้วจะบาน เสียหายขึ้นไปอีก ซึ่งศูนย์บริการมักจะยื้อยุด ยึกยัก บอกทำนองว่าแบตของตนยังใช้งานได้ดีอยู่ บางรายถึงกับตอกกลับมาว่าถ้าแบตเสียรถก็ต้องวิ่งไม่ได้ใน EV Mode ซิครับ อันนี้เถียงกันไม่จบ เพราะบ้านเรายังไม่เอาเกณฑ์ปัจจุบัน ที่เขาใช้ % การชาร์จเข้า(รีชาร์จ) ว่ามันจุได้เต็มที่เท่าไร ลดมาจากเดิมที่เคยทำได้ 100% ลงมาเหลือเท่าใด แบตมันเสื่อมถึงระดับใด กำหนดมาชัดเจนเลยว่าให้ถือว่าจุดนั้นถือว่าแบตเสื่อม หมดสภาพการใช้งาน สมควรเปลี่ยนให้ผู้ใช้รถ อย่างสมเหตุสมผล ดังเช่นประเทศที่เจริญแล้ว มีการเข้ามาดูแลปกป้องการใช้รถ EV ของผู้บริโภค ดังตารางนี้ (ตาราง1)

      แน่นอนว่าในโฆษณาประชาสัมพันธ์ก่อนซื้อนั้น ต่างก็ให้คำมั่น เงื่อนไขต่างๆ ด้าน “อายุใช้งาน ระยะทางวิ่ง ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียง เป็นความทั้งเมืองนอกและบ้านเรา แตกต่างกันคือที่ประเทศเจริญแล้วจะมีการกำหนด “เกณฑ์” เป็นมาตรวัดไว้เลยว่าเมื่อแบตตัวนั้นตัวนี้ ทำงานได้แค่นั้นแค่นี้ ถือว่าเสื่อมสภาพ หมดสภาพ ต้องจัดเปลี่ยนให้ตามเงื่อนไขประกัน โดยปราศจากการโต้แย้งใดๆ ไม่เหมือนค่ายใหญ่รายหนึ่งบ้านเรา ที่ออกอาการว่าแบตที่ถือว่าเสียนั้นหมายถึงรถคันนั้นจะต้องวิ่งไม่ได้เมื่อใช้ EV Mode อย่างเดียว อันเป็นการปัดความรับผิดชอบแบบ “ฟลายมาก” (ฟลายในที่นี้หมายถึง Buffalo น่ะ !!) 

แบต EV กับการเสื่อมสภาพ

  แบตที่รีชาร์จได้นี้นี้ มีการเสื่อมพังไปตามการใช้งาน จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ

–    ระดับอุณหภูมิในการใช้งาน เจอความร้อน ไม่มีการระบายที่ดี มันก็จะเสื่อมเร็วตาม (แม้ไม่ได้ใช้งานแต่จอดตากแดดทั้งวัน แบตก็จะจากไปเร็วกว่าเช่นกัน

–   ชาร์จมากเกิน ใช้โวลเต็จ กระแสสูงเกิน เกิดความร้อนผิดปกติขึ้นภายในตัวแบต ทำให้ค่าความต้านทานภายในของมันสูงขึ้น ถ้าฝืนชาร์จต่อไปๆความร้อนก็จะยิ่งสูงขึ้นๆ ทำให้สิ้นอายุเร็วกว่าที่ควร 

–   ชาร์จจนเต็ม แบตที่รีชาร์จได้นั้นไม่ต้องชาร์จถึงระดับเต็ม 100% (พวกค่ายรถเซ็ตค่ามาประมาณ 80% ก็ถือว่า เพียงพอแล้ว)ทั้งนี้การรีชาร์จกับแบตอุปกรณ์อื่นก็เช่นกัน 

–  ใช้กันจนเกลี้ยงหม้อ อย่าใช้จนแบตลดเกลี้ยง Deep dischargeอย่าง EV โรงงานเขามักจะกำหนดมา เช่นพอลดถึงประมาณ 30% จึงสมควรรีชาร์จ ถ้าเป็นเครื่องไฮบริดไฟฟ้าระบบก็จะทำการชาร์จอัตโนมัติที่ค่าประมาณ 30% นี้ 

–  ทารุณกับมันเกินไป การกระทืบ เค้นพลัง เร่งสุดขึ้นเขา ถือเป็นการดิสชาร์จหรือรีดพลังจากมันมากเกินควร ครั้นถึงระดับที่ BMS มันสั่งให้รีชาร์จระบบปั่นไฟก็จะอัดพลัง กระแสคืนแก่แบตในระดับสูงเช่นกัน อายุใช้งานสั้นลง  

  ใช้งานมานานมันย่อมจากไป มีการยึกยักจากผู้ผลิต เบี่ยงไปที่การใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ตามที่เขาแนะนำ ….ปวดกบาลไปตามๆกัน !! 

Cr ภาพ www.health.harvard.edu

 

การรับประกันแบต EV  จุดกำเนิดของการปวดกบาล !!   

 เดี๋ยวนี้การรับประกันแบต EV 10 ปี ระยะวิ่ง 100,000 กม. ถือว่าปกติ ใครๆก็ทำ  บางรายใช้ระดับประสิทธิภาพ ความสามารถการใช้งานเป็นตัวกำหนด บางรายมีการกำหนดหมกไว้ว่าถ้าแบตของกูยังสามารถทำงานได้ในระดับเท่านั้น เท่านี้ % ถือว่ายังโอเคอยู่ เช่นตอนออกรถใหม่ มาตรฐานแบตสภาพใหม่  100% ตามสเปคโรงงาน สมมติว่าวิ่งได้ 100 กิโลเมตร ก็มีผู้ผลิตบางรายการกำหนดหมกไว้รายละเอียดปลีกย่อย ซุกไว้ข้างในๆ ว่าจะถือว่าแบตของตนหมดสภาพ ให้เคลมได้ที่ระดับต่ำกว่า 30% ซึ่งก็หมายความว่าเมื่อชาร์จเต็มนำไปวิ่งก็ต้องทำได้ต่กกว่า 30 กิโลเมตรเท่านั้นจึงจะยอมเปลี่ยนให้ บางรายกำหนดบอกเลยก็มี(ในตลาดประเทศกำลังพัฒนา) รู้กันภายในเอาไว้ยันกับผู้ซื้อกรณีมีการเคลม เป็นประเภท ดึงเอาไว้จนนาทีสุดท้ายของการต่อรอง แต่เมื่อมีการคุ้มครองผู้บริโภคออกมาคัดค้านรณรงค์มาตรการแบบนี้ก็หายไปจากวงการ หันมาดูที่ความสามารถของการรีชาร์จแทน ว่าทำการประจุไฟเข้าไปแล้วแบตมันสามารถจุ รับได้มากน้อยแค่ไหนเทียบกับ Full capacity หรือการชาร์จเต็มของมัน  เช่น NISSAN Leaf กำหนดไว้ 8 ปี 160,000 กิโลเมตร รีชาร์จได้ไม่ต่ำกว่า 75% CHEVROLET Bolt 8 ปี 160,000 กิโลเหมือนกัน แต่ลดความสามารถในการรีชาร์จเหลือ 60% ส่วน TESLA Model S กำหนดไว้ 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทางวิ่งใช้งาน เป็นต้น (ข้อมูลที่อเมริกา)  

ข้อมูลเพิ่มเติม : การวัดของ NISSAN กำหนดไว้ 12 ขีด หมายถึงการชาร์จเต็มที่ เมื่อใดที่ชาร์จแล้วอั้นสูงสุดที่ 9 ขีด ขึ้นไปไม่ได้มากกว่านั้น ถือว่าแบตเสื่อม ส่วน TESLA (บางรุ่น)ไม่วัดแบบนี้แต่ใช้การวิ่งไม่จำกัดระยะเป็นตัววัด จึงถูกวิจารณ์ว่าจะใช้เกณฑ์ใด จะเอาจนรถวิ่งไม่ได้เลยหรือจึงจะเข้าเงื่อนไขประกันแบตเตอรี่ ?? ซึ่งเท่าที่ติดตามไม่เห็นว่ามีปัญหาร้องเรียนใดๆ อาจจะเป็นเพราะมาตรฐานคุณภาพแบตอยู่ในระดับสูงก็ได้ 

มาตรฐานเมืองนอก ไม่ยึกยักเหมือนบ้านเรา !! 

Cr ภาพ www.mmthailand.com

    มาตรฐานประเทศแถบยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปัจจุบันกำหนดเกณฑ์ว่าแบตเตอรี่สำหรับรถพลังไฟฟ้า จะถือว่าเสื่อมสภาพ สามารถเข้าเคลมประกันได้เมื่อจำนวนความจุของมันเมื่อรีชาร์จอั้นไว้ต่ำกว่า 7080% (ต่างกันไปแต่ละประเทศ แต่อยู่ในเรนจ์นี้)  เช่นถ้าวัดแล้วมึงทำได้แค่ 69 หรือ 79% ลงไปจาก Full capacity แล้ว ต้องเปลี่ยนให้ลูกค้าสถานเดียว ดังตารางแรกที่ให้…

  การมีหน่วยงานทดสอบมาตรฐาน หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่รอบรู้คลุมกว้างหลากแขนง โดยเฉพาะวงการยานยนต์ทำให้ผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้า พริ้วไม่ออก เวลามีลูกค้าเข้าไปร้องเรียน เคลมการซ่อม เปลี่ยน ผิดกับบ้านเราที่มีผู้ผลิตรถยนต์ค่ายหนึ่งที่ศูนย์บริการให้คำอธิบายกับลูกค้าทำนองว่า การรับประกันว่าจะเปลี่ยนแบตให้นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ใช้ EV Mode แล้วรถคันนั้นไม่สามารถวิ่งใช้งานได้เท่านั้น ไม่รู้ว่าออกมาจากปากคนหรือ ปากฟวาย” !?!?


ข่าวแนะนำ