คลิก ติดตาม

Home ข่าวสาร LOTUS Evija พิกัด 2,000 แรงม้า ว่าที่ ‘EV hypercar’ แรงที่สุดในโลก!!!

LOTUS Evija พิกัด 2,000 แรงม้า ว่าที่ ‘EV hypercar’ แรงที่สุดในโลก!!!

by Kookkook

LOTUS เป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตแบรนด์เก่าแก่จากเกาะอังกฤษ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 71 ปี ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง แม้ระยะหลังจะดูเงียบเหงาไปบ้าง เพราะขาดรถโมเดลใหม่ๆ มาคอบเติมเต็มช่วยสร้างสีสัน ทว่าช่วงปลายปี 2019 ค่ายนี้ได้ปล่อยหมัดเด็ด ด้วยรถระดับไฮเปอร์คาร์ ในชื่อ ‘Evija’ (อ่านว่า E-vi-ya) อันหมายถึง “สิ่งสำคัญสูงสุดแห่งการดำรงอยู่” โดยมันถูกระบุว่า the world’s first pure electric British hypercar. เลยทีเดียว

จุดขายของ Evija อยู่ที่ความเป็น ‘EV hypercar’ ซึ่งต้นสังกัดจัดเต็มความแรงมาให้ในระดับ 2,000 PS เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็วกว่า 3 วิ. ความเร็วปลายทะลุ 320 กม./ชม. แบตเต็มมีพิสัยเดินทางไกลราว 400 กิโลเมตร มาพร้อมน้ำหนักตัว 1,680 กิโลกรัม จัดว่าเบาเอาเรื่องหากเทียบกับบรรดารถไฟฟ้าด้วยกัน เพราะใช้โครงสร้างแบบโมโนค็อก ที่ขึ้นรูปโครงสร้างมาจาก Ultra-lightweight Carbon Fibre โดยโครงสร้างทั้งชิ้นของ Evija มีน้ำหนักอยู่ที่เพียง 129 กิโลกรัม ซึ่งแน่นอนว่าเป็น know-how ที่ส่งตรงมาจากสนามแข่ง

ตำแหน่งวางกลางลำ ซึ่งน่าจะเป็นที่อยู่ของเครื่องยนต์ (Mid-engine) ถูกแทนที่ด้วยชุดแบตเตอรี่ (Mid-mounted Battery Pack) เมื่ออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในรถ ชุดแบตเตอรี่ถูกวางไว้ตรงกลางตัวถังในระดับต่ำ ส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วง หรือ C.G. ของรถอยู่ในระดับต่ำสุดๆ ส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพการทรงตัว โดยเฉพาะการวิ่งหาท็อปสปีดในทางตรง รวมทั้งให้การบังคับควบคุมที่คมกริบ ขณะ Evija เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

ทั้งเรื่องดีไซน์และแอร์โร่ไดนามิคบนตัวถัง งานวิศวกรรมขั้นเทพ และงานประกอบระดับ Hand-built at LOTUS ทำในโรงงาน ณ ฮีเทล (Hethel) ในนอร์โฟล์ค ซึ่งเดิมถูกใช้เป็นฐานทัพทหารอากาศแห่งสหราชอาณาจักร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลายเป็นบ้านของ LOTUS นับตั้งแต่ปี 1966 ที่นี่จึงประกอบไปด้วยสำนักงานใหญ่, โรงประกอบ และสนามทดสอบ รวมทั้ง Lotus Driving Academy ที่ใช้สร้างนักแข่งระดับคุณภาพ ป้อนสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต

ในขั้นตอน R&D ต้นสังกัดใช้รหัส ‘Type 130’ ก่อนการมาของชื่อ Evija ดีไซน์ได้อิทธิพลทางการออกแบบจากตัวแข่งเลอมังค์ ในส่วนของแอร์โร่ไดนามิค ทีมวิศวกรลงรายละเอียดการไหลของอากาศผ่านตัวถังขณะ Evija ใช้ความเร็วสูง ทั้งบนตัวถัง ใต้ท้องรถ และด้านข้าง ผลงานที่ปรากฎคือตัวถัง Evija ที่เต็มไปด้วยช่องทางการไหลของอากาศขนาดมหึมา เพื่อแปรเปลี่ยนลมขณะไหลผ่านตัวถังไปเป็น Downforce ไล่เรียงตั้งแต่ท่อนหน้ารถ แนวข้าง และช่องรับลมในส่วนท้ายรถ โดยช่องรับลมก่อนแนวซุ้มล้อหลัง ถูกออกแบบให้เป็น Venturi Tunnel หรือ ‘คอคอด’ ซึ่งจะบังคับ พร้อมทั้งเพิ่มความเร็วของมวลลม เพื่อไประบายออกที่บริเวณท้ายรถทั้ง 2 ฝั่ง

ในส่วนของชุดขับเคลื่อน ถูกเรียกว่า ‘4 E-motors’ ผลงานของพันธมิตรนาม Williams Advanced Engineering (WAE) ที่ออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าให้ทั้ง Formula 1 และ Formula E ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมเกียร์แบบ Single-speed (Planetary Gearbox) สำหรับขับเคลื่อนแต่ละล้อโดยตรง โดยมอเตอร์แต่ละตัวมีกำลัง 500 PS รวม 4 ล้อ ให้กำลังขับเคลื่อนมหาศาลถึง 2,000 PS พร้อมแรงบิดสูงสุดรวม 1,700 Nm โดยแรงบิดจาก ‘4 E-motors’ จะทำงานร่วมกับ Torque Vectoring ซึ่งรับหน้าที่คอนโทรลความสมดุลการส่งถ่ายแรงขับเคลื่อน ขณะรถใช้ความเร็วในโค้ง

ชุดแบตเตอรี่ของ Evija มีความจุ 70 kWh กำลังขับ 2,000 kW เมื่อชาร์จด้วยกำลังไฟ 800 kW แบตเต็มได้ภายในเวลา 9 นาที (World’s fastest charging battery.) หากชาร์จด้วยกำลังไฟ 350 kW ได้แบตเต็ม 80% ในเวลา 12 นาที และใช้ 18 นาที สำหรับการชาร์จเต็ม 100%

EV hypercar นาม Evija จึงนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของค่าย ที่จะกลายเป็นรถสะสมต่อไปในอนาคต เพราะ LOTUS จำกัดการผลิตไว้ที่เพียง 130 คัน พร้อมเริ่มต้นเปิดไลน์การผลิตในปี 2020 นี้แล้ว

 

ติดตามข่าวสารขับซ่าได้  ที่นี่
ชมรายการขับซ่า34 ย้อนหลังได้  ที่นี่


ข่าวแนะนำ