ในช่วงปลายปี 2566 ทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. มีประกาศให้บริษัทประกันภัย เตรียมความพร้อมเพื่อเริ่มใช้เกณฑ์ประกันภัยใหม่สำหรับรถ EV ก่อนเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ซึ่งในข้อบังคับใช้ของ ประกันภัยสำหรับรถ EV ในปี 2567 มีประเด็นที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การระบุการคุ้มครองแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน, เงื่อนไขห้ามดัดแปลงหรือตกแต่งตัวรถ รวมไปถึงข้อสำคัญอย่าง การระบุตัวผู้ขับขี่ ในกรมธรรม์ประกันภัย
หากผิดเงื่อนไข…บริษัทประกันภัย มีสิทธิ์ปฏิเสธในการชดเชยค่าสินไหม แล้วในกรณีชื่อไม่ตรงที่ระบุ…ยังเคลมได้หรือเปล่า ?
อย่างที่ทราบกันดีว่า การระบุตัวผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถ EV แบบชั้น 1 ส่งผลโดยตรงต่อการคำนวนเบี้ยประกันภัย, การเคลม รวมไปถึงการชดเชยค่าสินไหม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยในเงื่อนไขที่ออกมาล่าสุดนั้น กำหนดให้ผู้ทำ ประกันภัยรถ EV ชั้น 1 สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถ EV ได้ตั้งแต่ 1 ชื่อ จนถึงสูงสุดที่ 5 ชื่อ (เบี้ยประกันอาจสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อยิ่งระบุผู้ขับขี่ในจำนวนที่มากขึ้น หรืออาจจะคิดอัตราเบี้ยเท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย) ซึ่งเบี้ยจะถูกหรือจะปรับเพิ่มสูงขึ้น อ้างอิงจากเงื่อนไขแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการใช้งานตัวรถ รวมถึงอายุของผู้ขับขี่ที่ระบุในประกัน เช่น ผู้ขับขี่อายุ 18-24 ปี เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด จะได้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยในระดับต่ำที่สุด ส่วนผู้ขับขี่ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ถือว่ามีประสบการณ์การขับขี่ในระดับที่สูงกว่า จะได้ส่วนลดในอัตราส่วนสูงสุด เป็นต้น
นอกจากนี้แล้ว…การระบุตัวผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถ EV ตามประกาศของ คปภ. ยังมีผลต่อการคำนวนเบี้ยประกันภัยของปีถัดไป ผู้ทำประกัน (รวมถึงผู้ขับขี่อื่นๆ ที่ระบุในกรรมธรรม์ทั้ง 5 ชื่อ) ไม่เคยแจ้งเคมประกันแบบเป็นฝ่ายผิดเลย จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 40% สำหรับการทำประกันภัยต่อเนื่องในปีที่ 4 อีกด้วย นี่ถือเป็นประโยชน์โดยตรงของผู้ทำประกัน ที่ได้จากการระบุตัวผู้ขับขี่ ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ทำประกันภัยรถ EV เท่านั้น ที่จะสามาถระบุได้สูงสุดถึง 5 ชื่อ แต่สำหรับผู้ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทั่วๆ ไป ยังสามารถใช้การระบุตัวผู้ขับขี่ เพื่อขอส่วนลดเบี้ยประกันภัย สำหรับรถที่ใช้งานส่วนบุคคลได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น…สามารถระบุตัวผู้ขับขี่ได้สูงสุด 2 ชื่อ อย่างไรก็ตาม…ในการใช้รถแต่ละคัน อาจมีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 5 หรือ 2 ชื่อ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ นำมาซึ่งข้อสงสัยที่ว่า หากมี…ผู้ที่ไม่มีชื่อระบุอยู่ในกรมธรรม์ นำรถคันดังกล่าวไปใช้ แล้วเกิดอุบัติเหตุโดยเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันภัย…ยังจะชดเชยค่าสินไหมที่เกิดขึ้นอยู่หรือเปล่า ?
ในกรณีนี้…บริษัทประกันภัย ยังคงให้ความคุ้มครอบปกติ สามารถเคลมประกันได้ตามเงื่อนไขสูงสุดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยเฉพาะถ้าพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก จะไม่ต้องมีส่วนร่วมในการชำระค่าเสียหาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นฝ่ายผิด แม้ว่าบริษัทประกันจะยังชดเชยค่าสินไหมอยู่ ผู้เอาประกันจะต้องมีส่วนร่วมในการชำระค่าเสียหาย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ค่าร่วมซ่อมให้กับรถคู่กรณี (เช่น รถ, เสาไฟฟ้า หรือทรัพย์สินอื่นๆ) เป็นจำนวน 2,000 บาท และค่าซ่อมรถตัวเองในกรณีที่เกิดความเสียหายอีก 6,000 บาท (รวมทั้งสิ้น 8,000 บาท) แน่นอนว่าจำนวนเงินส่วนนี้ ไม่นับว่าเป็นค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่า Excess อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากมีการผิดเงื่อนไขชื่อที่ระบุในกรมธรรม์ นั่นเอง ซึ่งต่างกับกรณีประกันชั้น 1 ของรถทั่วไป (ที่ไม่ใช่รถ EV) ที่ไม่ระบุตัวผู้ขับขี่ หากเป็นฝ่ายผิดแบบมีคู่กรณี หรือแจ้งเคลมในเวลาที่เกิดเหตุ จะไม่ต้องเสียค่า Excess หรือค่าผิดเงื่อนไขใดๆ ในเบื้องต้น
แม้จะสามารถเคลมได้ แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น…ควรให้ผู้ขับขี่ที่มีชื่อตรงตามที่ระบุใช้งานเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม…แม้ว่า การเคลมประกันของรถ EV รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ ประกันภัยชั้น 1 จะทำได้ปกติ แต่การเลือกระบุตัวผู้ขับขี่ที่มีทักษะและประสบการณ์ในการขับขี่มาขับรถของเรานั้น ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราและผู้อื่นแล้ว การขับขี่โดยผู้ที่มีชื่อระบุในกรมธรรม์ ยังทำให้เราไม่ต้องกังวลกับการจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติมรวมถึง 8,000 บาท จากการผิดเงื่อนไขในการเคลมประกันภัยชั้น 1 อีกด้วย