Home บทความแนะนำจีนไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่สร้าง “ระบบนิเวศ EV” ทั้งประเทศ

จีนไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่สร้าง “ระบบนิเวศ EV” ทั้งประเทศ

by harit
1 minutes read

ในตอนแรก เราได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในจีน และเหตุผลที่รัฐบาลจีนเลือก “เปลี่ยนสนามแข่งขัน” แทนการไล่ตามผู้ผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ครองตลาดมานานหลายสิบปี แต่การเลือกสนามแข่งขันใหม่เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำของโลก

คำถามสำคัญคือ…

จีนทำอย่างไรให้ผู้ผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ ซัพพลายเออร์ และผู้บริโภค เดินไปในทิศทางเดียวกัน? คำตอบอยู่ที่การสร้าง “ระบบนิเวศ (Ecosystem)” ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ

รัฐบาลจีนไม่ได้สนับสนุนเพียง “ผู้ผลิตรถยนต์”

หลายคนเข้าใจว่า ความสำเร็จของจีนเกิดจากการอุดหนุนราคารถยนต์ไฟฟ้า ความจริงแล้ว เงินอุดหนุนเป็นเพียง “หนึ่งชิ้นส่วน” ของยุทธศาสตร์ทั้งหมด รัฐบาลจีนใช้มาตรการหลายด้านควบคู่กัน ได้แก่

  • สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D)
  • ส่งเสริมผู้ผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศ
  • ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ
  • สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ
  • พัฒนามาตรฐานด้านเทคนิค
  • ใช้นโยบายจัดซื้อรถของภาครัฐ
  • ส่งเสริมให้รัฐบาลท้องถิ่นแข่งขันกันดึงดูดอุตสาหกรรม

แทนที่จะช่วยเพียงผู้ผลิตรถยนต์ จีนจึงสร้างห่วงโซ่อุปทานครบทั้งระบบ จีนเข้าใจว่า “แบตเตอรี่” คือหัวใจของรถ EV ซึ่งรัฐบาลจีนจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการประกอบรถยนต์ แต่ยังสนับสนุนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ วัสดุแคโทด แอโนด อิเล็กโทรไลต์ และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System)

ผลลัพธ์คือ ในปัจจุบัน บริษัทจีนอย่าง CATL และ BYD กลายเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก และมีบทบาทสำคัญในการจัดหาชุดแบตเตอรี่ให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายประเทศ

8803EC39 4FB4 4E0D 9DDA 48797B3506C7

การควบคุม Supply Chain คือข้อได้เปรียบที่อยู่ในกำมือของจีน

สิ่งที่ทำให้จีนแตกต่างจากหลายประเทศ คือการพยายามสร้าง Supply Chain ภายในประเทศให้ครบวงจร ตั้งแต่ …

  • การแปรรูปแร่ลิเธียม
  • การผลิตกราไฟต์
  • การผลิตเซลล์แบตเตอรี่
  • การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า
  • การผลิตอินเวอร์เตอร์
  • การผลิตชิปกำลัง (Power Semiconductor)
  • การประกอบรถยนต์

เมื่อผู้ผลิตส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายในประเทศเดียวกัน ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลดลง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกิดขึ้นรวดเร็วและสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ในเวลาอันสั้น มันคือข้อได้เปรียบที่ประเทศอื่นใช้เวลาสร้างหลายปี

ทำไม EV จีนจึงมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง

หลายคนเชื่อว่ารถยนต์จีนมีราคาถูกเพราะค่าแรงต่ำ ความจริงแล้ว ค่าแรงเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ต้นทุนที่ลดลงเกิดจากหลายองค์ประกอบ เช่น

  • การผลิตในปริมาณมาก (Economies of Scale)
  • Supply Chain ที่อยู่ใกล้กัน
  • การผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศ
  • การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตจำนวนมาก
  • การออกแบบรถให้ใช้ชิ้นส่วนน้อยลง
  • การพัฒนาแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับ EV

เมื่อนำมารวมกัน ทำให้ผู้ผลิตจีนสามารถตั้งราคาที่แข่งขันได้ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้มีแต่ข้อได้เปรียบ แม้จีนจะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน

ตัวอย่างเช่น

กำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) เมื่อผู้ผลิตจำนวนมากขยายโรงงานพร้อมกัน ทำให้การแข่งขันด้านราคาภายในประเทศรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ แล้วมันมีอะไรบ้างล่ะ …

  • สหภาพยุโรปจัดเก็บภาษีนำเข้ารถ EV จากจีนเพิ่มเติม
  • สหรัฐอเมริกาปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
  • หลายประเทศเริ่มตรวจสอบมาตรการอุดหนุนของรัฐบาลจีน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรม EV ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ

 

กลับมาที่ประเทศไทย แล้วเราควรเรียนรู้อะไรจากตรงนี้?

บทเรียนสำคัญจากจีน ไม่ใช่การอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ทำให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน การมีโรงงานประกอบรถเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะมีอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ

  • การพัฒนาบุคลากร
  • การวิจัยและพัฒนา
  • การสร้างผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ
  • การลงทุนด้านแบตเตอรี่และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ
  • การวางนโยบายที่มีความต่อเนื่อง

หากองค์ประกอบเหล่านี้เติบโตไปพร้อมกัน ประเทศก็จะมีศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จของจีนไม่ได้เกิดขึ้นจาก “โชคชะตา” หรือ “ค่าแรงที่ถูกกว่า” แต่เกิดจากการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว การลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่วัตถุดิบ เทคโนโลยี การผลิต โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงตลาดผู้บริโภค

ในขณะที่หลายประเทศมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเพียง “ผลิตภัณฑ์ใหม่” จีนกลับมองว่า EV คือโอกาสในการยกระดัอุตบสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งประเทศ และเมื่อเวลาผ่านไปกว่าสองทศวรรษ ผลลัพธ์ก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จีนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม EV ในระดับโลก

2F6FA717 43AB 422A 9337 C3C91A8A1022

เรียบเรียงบทความโดย #ทีมขับซ่า

แหล่งอ้างอิง

  • International Energy Agency (IEA) – Global EV Outlook 2025
  • International Organization of Motor Vehicle Manufacturers (OICA)
  • China Association of Automobile Manufacturers (CAAM)
  • BloombergNEF
  • SNE Research

ทำไมประเทศจีนถึงกลายเป็นผู้ผลิต EV เบอร์ต้นของโลก? | จีนไม่ได้ชนะเพราะ “ทำรถยนต์เก่งที่สุด” แต่ชนะเพราะ “เปลี่ยนสนามแข่งขัน”


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม