หลังจากที่…เมื่อช่วงกลางปี 2568 มีการประกาศว่า กรมสรรพสามิต เตรียมปรับ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยจะมีการจัดแบ่งประเภทของรถยนต์ตามรูปแบบขุมพลังที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น ICE, xEV และ BEV พร้อมแยกอัตราส่วนการจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิต ระหว่างรถในรูปแบบไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งเกณฑ์ที่ถูกให้ความสำคัญมากที่สุดในการนำมาคำนวน ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ยิ่งปล่อยออกมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะต้องจ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยอัตราสูงสุดอยู่ที่ 50%
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV)
เริ่มต้นกันด้วยรถในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าล้วน หรือ BEV มีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิต ให้ดูมาตรฐานที่ตายตัวมากขึ้น โดยจากเดิมในมาตรการสนับสนุน EV 3.0 มีการปรับลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% มาในครั้งนี้ ถูกปรับให้เหลือ 2% เป็นมาตรฐาน ทั้งสำหรับรถ BEV ทั่วไป รวมถึง BEV Pick Up ที่จากเดิม อัตราภาษีสรรพสามิตเป็นศูนย์ แต่ใน ภาษีสรรพสามิต ปี 2569 จะถูกจัดเก็บ 2% เท่ากับรถ BEV รูปแบบอื่นๆ
| รูปแบบตัวรถ | รถ BEV ทั่วไป | รถ BEV Pick Up |
| อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 | 2% (ปรับจาก 8%) | 2% (ปรับจาก 0%) |
รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
จากเดิม…รถปลั๊กอินไฮบริด เสียภาษีฯ ในอัตราเดียวกับรถไฮบริดรูปแบบอื่นๆ แต่สำหรับ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 รถในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ รองรับการเดินทางด้วยไฟฟ้าได้ไกลมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้รับการปรับอัตราภาษีใหม่ โดยอ้างอิงจากระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น…เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการปรับ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 แบตเตอรี่ของรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด จะต้องเป็นแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศไทยในปี 2569 และตัวรถจะต้องมีระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) อย่างน้อย 2 ระบบ
| ระยะทางการวิ่งด้วย EV Mode | 80 กม. ต่อชาร์จ ขึ้นไป | ต่ำกว่า 80 กม. ต่อชาร์จ |
| อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 * | 5% | 10% |
* สำหรับรถ PHEV ที่มีความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร
** รถ PHEV ที่ใช้เครื่องยนต์ความจุมากกว่า 3.0 ลิตร ขึ้นไป เสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 30%

Honda CR-V e:HEV RS 4WD ปล่อย CO2 ในระดับ 124 กรัม/กม. ดังนั้นจะต้องเสียภาษีสรรพสามิต ในอัตราใหม่ที่ 14%
รถไฮบริด (HEV) และไมด์ไฮบริด (MHEV)
สำหรับรถในรูปแบบ ไฮบริด HEV และ ไฮบริดแบบอ่อน MHEV จะถูกจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิต ปี 2569 ในอัตราเดียวกัน โดยมีช่วงของการจัดภาษีฯ อยู่ที่ 6-40% ภายใต้เงื่อนไขแบตเตอรี่ที่ต้องผลิตในประเทศในปี 2569 รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศในอัตราส่วนที่กำหนด ตามปริมาณเงินลงทุนในประเทศของแบรนด์ผู้ผลิตที่ต้องไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท
| ปริมาณการปล่อย CO2 | ไม่เกิน 100 กรัม/กม. | เกิน 100 – 120 กรัม/กม. | เกิน 120 – 150 กรัม/กม. | เกิน 150 – 200 กรัม/กม. | เกิน 200 กรัม/กม. |
| อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 * | 6% | 9% | 14% | 19% | 24% |
* สำหรับรถ HEV และ MHEV ที่มีความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร
** รถ HEV และ MHEV ที่ใช้เครื่องยนต์ความจุมากกว่า 3.0 ลิตร ขึ้นไป เสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 40%
รถเครื่องยนต์สันดาป (ICE)
ปิดท้ายด้วยรถในกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วน ถือเป็นกลุ่มรถที่จะต้องเสีย ภาษีสรรพสามิต ปี 2569 สูงที่สุด ด้วยมีโอกาสการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดในระดับสูงที่สุด โดยเฉพาะสำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ หรือรถสมรรถนะสูง ซึ่งจะถูกรวมไว้ในกลุ่มนี้ โดยหากเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป (แบบไม่มีตัวช่วยใดๆ) ความจุตั้งแต่ 3.0 ลิตร ขึ้นไป จะต้องเสียภาษีสรรพสามิต ในอัตราสูงสุดถึง 50%
| ปริมาณการปล่อย CO2 | ไม่เกิน 100 กรัม/กม. | เกิน 100 – 120 กรัม/กม. | เกิน 120 – 150 กรัม/กม. | เกิน 150 – 200 กรัม/กม. | เกิน 200 กรัม/กม. |
| อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 * | 13% | 22% | 25% | 29% | 34% |
* สำหรับรถ ICE ที่มีความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร
** รถ ICE ที่ใช้เครื่องยนต์ความจุมากกว่า 3.0 ลิตร ขึ้นไป เสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 50%
ด้วยการปรับอัตรา ภาษีสรรพสามิต ปี 2569 ส่งผลให้รถใหม่ที่จำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป มีการปรับราคาเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีที่ถูกจัดเก็บ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคารถบางรุ่นปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะกับรถสมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปขนาดใหญ่ ตามโครงสร้างภาษีที่เปลี่ยนไป




