การขับรถที่ ขาดการต่อภาษีประจำปี หรือ ทะเบียนขาด ถือว่าผู้ขับขี่ มีความผิดทางกฎหมาย ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใช้รถยนต์ จะต้องดำเนินการเสียภาษีตามกฎหมาย เพื่อนำเงินดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพัฒนาระบบขนส่ง ปรับปรุงพื้นที่การจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผู้ใช้สามารถ ชำระภาษีประจำปีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันครบกำหนด โดยหากชำระภาษีประจำปีเป็นที่เรียบร้อย ต้องนำ หลักฐานแสดงการเสียภาษี หรือ ป้ายวงกลม แสดงไว้ที่ตัวรถในจุดที่สามารถเห็นได้ชัดเจน เช่น บริเวณกระจกบังลมหน้า มิเช่นนั้นแล้ว อาจได้รับโทษ ไม่แสดงแผ่นป้ายภาษี ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ มาตรา 11

ป้ายแสดงการเสียภาษี หรือ ป้ายวงกลม หากขาดต่ออายุ หรือ ไม่แสดงให้เห็นชัดเจน มีสิทธิ์ถูกเรียกปรับ 2,000 บาท
ตามกฎหมายระบุไว้ว่า รถที่ทะเบียนขาด หรือ ไม่ชำระภาษีประจำปี ภายในเวลาที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ที่สำคัญ คือ ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ในเมื่อป้ายทะเบียนขาดแล้ว ประกันภัยภาพบังคับ หรือ พ.ร.บ. ที่ต้องทำก่อนที่จะมีสิทธิ์ชำระภาษีประจำปี ขาดต่อด้วยหรือเปล่า เพราะหากขาดต่อด้วย มีโอกาสที่จะถูกปรับเพิ่มอีกสูงสุดถึง 10,000 บาท เลยทีเดียว ในทำนองเดียวกัน หากชำระภาษีประจำปีเป็นที่เรียบร้อย แต่ ไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษี หรือ ติดป้ายวงกลม ให้ชัดเจน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หาก ป้ายแสดงการเสียภาษีเกิดการสูญหาย ผู้ใช้รถมีความจำเป็นต้องยื่นเรื่องขอรับป้ายใหม่จากกรมการขนส่งทางบกอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกเรียกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อล็อคอินพร้อมเลือกทะเบียนรถที่ต้องการจะเสียภาษีในเว็บไซท์ของกรมการขนส่งทางบก สามารถเลือกได้ว่า จะเลือกชำระเฉพาะภาษีในส่วนที่ค้างอยู่ หรือชำระรวมกับภาษีของปีต่อไปได้เช่นกัน

เมื่อเลือกแล้ว ระบบจำแสดงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระ โดยชี้แจงรายละเอียดในส่วนต่างๆ ทั้งค่าภาษีตามจำนวนปีที่เลือก รวมถึงค่าปรับที่ต้องจ่ายอย่างชัดเจน
ช่องทางการชำระภาษีประจำปีแบบง่ายๆ
ในยุคที่ทุกคนเร่งรีบ ผู้ใช้รถใช้ถนนมักเลือกช่องทางการชำระภาษีประจำปีตามที่ตัวเองสะดวก ซึ่งโดยส่วนมาก มีอยู่ 2-3 ช่องทาง เช่น บริการเลื่อนล้อต่อภาษี, ชำระผ่านเคาเตอร์เซอร์วิส ในร้านสะดวกซื้อ รวมถึงต่อผ่านช่องทางออนไลน์ของ กรมการขนส่งทางบก สำหรับรถที่จดทะเบียนในทุกจังหวัด แน่นอนว่า การชำระภาษีประจำปี สำหรับรถที่ไม่ขาดต่อ คงจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับรถที่ขาดต่อภาษี เป็นระยะเวลานานๆ มีค่าปรับที่ต้องจ่ายเพิ่ม ในช่องทางเคาเตอร์เซอร์วิส หรือ ช่องทางออนไลน์ ยังคงทำได้หรือไม่ ? ในครั้งนี้ #ทีมขับซ่า จะพาทุกท่านไขคำตอบไปพร้อมๆ กัน

เมื่อชำระเงินเรียบร้อย สถานะจะแสดงเป็น กำลังดำเนินการ พร้อมอัพเดทเลข EMS Tracking ให้ในระบบเมื่อเริ่มจัดส่งเอกสาร
ภาษีขาดไม่เกิน 1 ปี ยื่นเรื่องชำระได้ในทันที
การชำระภาษีรถยนต์ประจำปี ที่ เคาเตอร์เซอร์วิส หรือ ในช่องทางออนไลน์ สำหรับรถที่ขาดการต่อภาษีตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี ยังคงทำได้ปกติผ่านช่องทางดังกล่าว โดยระบบจะคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพิ่ม หรือ ค่าปรับร้อยละ 1% ต่อเดือน ของอัตราภาษีประจำปี ให้โดยอัตโนมัติ แต่หากจะมีความต่างของระยะเวลาที่ค้างคำระอยู่เล็กน้อย เช่น หากลืมต่อภาษีประจำปี แล้วเพิ่งนึกได้ตอน 1-2 เดือน (สูงสุดไม่เกิน 1 ปี) หลังครบกำหนดชำระ ผู้ใช้สามารถยื่นเรื่องชำระตามขั้นตอนในระบบได้ในทันที

ขาดต่อตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป (รวมถึงรถยนต์ที่อายุเกิน 7 ปี) ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพที่ ตรอ. ก่อนดำเนินการชำระภาษี
ภาษีขาดเกิน 1 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี จำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพจาก ตรอ. ก่อน
แต่หากขาดต่อภาษีนานกว่า 1 ปี จนถึง 3 ปี ซึ่งอาจอนุมานได้ว่า รถคันดังกล่าวมีการพักใช้ อยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุง หรือถุกกระทำการใดๆ ก็แล้วแต่ ก่อนที่จะดำเนินการชำระภาษีผ่านทาง เคาเตอร์เซอร์วิส หรือ ในช่องทางออนไลน์ ของกรมการขนส่งทางบก ผู้ใช้มีความจำเป็นต้องนำรถคันดังกล่าว เข้ารับการตรวจสภาพกับ สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. เพื่อยืนยันความสมบูรณ์ของตัวรถ ว่าอยู่ในระดับที่ยังคงพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่นเดียวกัน สำหรับรถยนต์ที่อายุเกิน 7 ปี หรือมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก จำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพกับทาง ตรอ. ซึ่งจะลิ้งค์ข้อมูลการตรวจสภาพทางออนไลน์กับเว็บไซท์ของกรมการขนส่งทางบก ก่อนที่จะดำเนินการชำระภาษีประจำปี อย่างไรก็ตาม รถที่จะชำระภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ จะต้องไม่ใช่รถที่เข้าข่ายที่ได้รับการยกเว้นค่าภาษีประจำปี, ไม่ใช่รถที่ถูกอายัดทะเบียน หรือ ไม่ถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี
ขาดต่อภาษี 3 ปีขึ้นไป ต้องยื่นเรื่องและดำเนินการที่ขนส่งเท่านั้น !
การปล่อยให้ ทะเบียนขาด หรือ ขาดต่อภาษ๊รถยนต์ 1-2 ปี อาจดูไม่ใช่ปัญหา (หากไม่ได้นำรถออกมาขับใช้งาน) เพราะยังคงสามารถเลือกชำระในช่องทางที่สะดวกได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ แต่ความเลวร้ายมันจะบังเกิดในทันที กรณีที่รถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปีขึ้นไป ซึ่งรถคันดังกล่าว จะถูกระงับทะเบียนโดยกรมการขนส่งทางบกในทันที ซึ่งหากต้องการนำรถคันดังกล่าวกลับมาใช้ จะต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอตรวจสภาพรถที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อทำการจดทะเบียนใหม่ นอกจากนั้น จะต้องชำระภาษีประจำปีที่ค้างอยู่ รวมถึงค่าปรับ 3 ปี ย้อนหลัง ที่ขาดการชำระ ก่อนที่จะยื่นจดทะเบียนใหม่อีกด้วย เรียกได้ว่า โดนหลายดอก แบบได้ไม่คุ้มเสีย เลยทีเดียว
จ่ายแล้ว…แต่ป้ายยังมาไม่ถึง ใช้หลักฐานแสดงการชำระแทนได้ใน 30 วัน
โดยปกติแล้ว การชำระภาษีประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ทางกรมการขนส่งทางบก จะส่ง หลักฐานการชำระภาษี หรือ ป้ายวงกลม ผ่านระบบขนส่งทางไปรษณีย์ไทยแบบ EMS ตามที่อยู่ที่ระบุในข้้นตอนการต่อภาษี (ปกติจะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ) ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการ รวมถึงเช็คพัสดุได้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ โดยหากชำระไปแล้ว มีความจำเป็นต้องใช้รถคันดังกล่าว ในขณะที่ ป้ายแสดงการเสียภาษี ยังส่งมาไม่ถึงมือ ผู้ใช้สามารถนำหลักฐาน หรือใบเสร็จ จากการชำระภาษีผ่านทางเว็บไซท์ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในระยะเวลา 30 วัน
การชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ ถือเป็นการอำนวยความสะดวก ลดเวลา ลดภาระในการเดินทางให้กับผู้ใช้รถยนต์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เราในฐานะผู้ใช้ ก็ควรที่จะเคารพกฏหมาย โดย ชำระภาษีประจำปี ภายในเวลาที่กำหนด และที่สำคัญ หากชำระแล้ว ก็ควรจะติด ป้ายแสดงการเสียภาษี หรือ ป้ายวงกลม บนกระจกบังลมหน้าให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถใช้รถได้อย่างสบายใจ ไม่เสี่ยงต่อการโดนเรียกตรวจสอบ และเสียค่าปรับในภายหลัง




