คลิก ติดตาม

Home ข่าวสาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขับเคลื่อนกลยุทธ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน ที่เป็นได้มากกว่ายานยนต์

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขับเคลื่อนกลยุทธ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน ที่เป็นได้มากกว่ายานยนต์

by clubza.tv@gmail.com
ข่าว รถ ขับซ่า

ข่าว รถ ขับซ่า : เมื่อ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทำการเผยโฉม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ครั้งแรกในปี 2555 นั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ไม่เพียงนำเสนอรถอเนกประสงค์อีกหนึ่งรุ่นออกสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินกลยุทธ์ด้านพลังงานไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน โดยอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าวคือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (DENDO DRIVE HOUSE)

เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ถูกจัดแสดงครั้งแรกที่งาน เจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เดือนมีนาคม 2562 เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (ในภาษาญี่ปุ่น “เดนโด” หมายถึง “การขับขี่ด้วยไฟฟ้า”) คือการยกระดับกลยุทธ์ด้านพลังงานไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนโลกด้วยพลังงานไฟฟ้า

เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือระบบสำหรับที่พักอาศัยซึ่งประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าสองทิศทาง (Bi-Directional) แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย โดยมีการจำหน่ายชุดอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การขายและการติดตั้งตลอดจนบริการบำรุงรักษาหลังการขาย กล่าวโดยสรุป เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือระบบที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากที่พักอาศัย เพื่อนำไปใช้ในการชาร์จยานพาหนะ และในทางกลับกันยังสามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากลับจากยานพาหนะเพื่อนำไปใช้ในที่พักอาศัย

เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิต จ่ายและเก็บพลังงานไฟฟ้าได้อัตโนมัติตามความต้องการ โดยทั่วไปแล้วในช่วงเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้พลังงานต่ำ แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่สำหรับบ้านและแบตเตอรี่รถ มิตซูบิชิ เอาท์แลนแดอร์ พีเอชอีวี จนแบตเตอรี่เต็ม ในช่วงกลางวันแผงโซลาร์เซลล์จะยังคงผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องสำหรับที่พักอาศัย โดยในช่วงเย็นพลังงานที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์จะลดน้อยลง และไฟฟ้าที่ชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่จะถูกนำมาใช้ภายในบ้านซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง

และหาก มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จอดอยู่และมีการเชื่อมต่อ ตัวรถก็จะจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ที่พักอาศัยด้วยเช่นกันผ่านอุปกรณ์ชาร์จไฟสองทิศทาง หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและไฟดับ แบตเตอรี่ในที่พักอาศัยและใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จะสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองได้ และ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ที่พักอาศัยได้ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 13.8 กิโลวัตต์

รถอเนกประสงค์รุ่นนี้ยังสามารถจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้สูงสุด 1,500 วัตต์ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเครื่องทำกาแฟและหม้อหุงข้าว หรือสำหรับชาร์จจักรยานไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบ Bi-Directional

เมื่อ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ทำงานร่วมกับ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ เกิดเป็นระบบนิเวศด้านพลังงานที่สร้างประโยชน์มากมายให้แก่ผู้ใช้ โดยแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัยและรถพีเอชอีวียังสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ ในเวลากลางคืนซึ่งค่าไฟจะมีราคาถูกที่สุด

นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถลดการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้า และที่สำคัญยิ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่ความยั่งยืน

ด้วยระบบนิเวศเช่นนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส แสดงให้เห็นว่ายานยนต์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับที่พักอาศัยได้อย่างไร และสะท้อนถึงการลงทุนของบริษัทฯ ในเทคโนโลยีการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการมุ่งสู่พลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต

ด้วยแนวโน้มของจำนวนรถพลังงานไฟฟ้าบนท้องถนนอีกหลายล้านคันในทศวรรษหน้า และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของระบบแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย รวมถึงการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ด้วยเหตุนี้ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ร่วมกันกับแบตเตอรี่ที่พักอาศัย จะช่วยให้ระบบพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวเป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็วและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันก็มอบประโยชน์ด้านความประหยัดคุ้มค่า และช่วยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ปลอดมลพิษ

เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนและจ่ายพลังงานกลับคืนสู่โครงข่าย พร้อมกันนี้ยังพัฒนาให้สามารถใช้งานกับแบตเตอรี่ของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และแบตเตอรี่ของที่พักอาศัยได้อย่างไร้ความกังวลและเต็มประสิทธิภาพ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เริ่มจำหน่าย เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ครั้งแรกในโลกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ 3 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา และกำลังเตรียมที่จะเริ่มจำหน่ายในประเทศอื่นๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสารขับซ่าได้ ที่นี่
ชมรายการขับซ่า34 ย้อนหลังได้ ที่นี่
 


ข่าวแนะนำ