การจะเลือกซื้อรถยนต์คันหนึ่งในยุคปัจจุบัน สิ่งที่ผู้บริโภคมักจะคำนึงถึง นอกจากเรื่องสมรรถนะ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร คงหนีไม่พ้นระบบอินโฟเทนเม้นท์ต่างๆ ที่ต้องตอบรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ณ เวลานี้…เราอาจสังเกตได้ว่า เริ่มมีการนำระบบ AI มาใช้กับรถยนต์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งแต่ละค่ายก็จะเลือกใช้ระบบประมวลผลในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ของตัวเองได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยที่ผ่านมา เราคงได้เห็นการที่แบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านอิเล็คทรอนิคส์ ไม่ว่าจะเป็น Huawei รวมถึง Xiaomi เข้ามามีบทบาทในอุตสหกรรมยานยนต์มากขึ้น
หากพูดถึงเรื่องระบบ AI ภายในรถยนต์ ค่ายหนึ่งที่นับว่าเป็นผู้นำในวงการคงหนีไม่พ้น เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง Alibaba ที่เริ่มหันมาเอาดีในวงการยานยนต์แบบเต็มตัว โดยเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ซึ่งที่เห็นในบ้านเราได้ชัดเจนที่สุด คือ การที่ Alibaba จับมือกับ SAIC Motor พัฒนา Premium Intelligent e-SUV อย่าง MG IM6 ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของสมรรถนะ รวมถึงซอฟท์แวร์ และระบบประมวลผล AI ที่ช่วยยกระดับการขับขี่ให้สะดวก และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจากประเทศจีน เป็นไปอย่างรวดเร็ว และให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ในประเทศจีน มียอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสูงกว่า 1 ล้านคัน ต่อเดือน นั่นเองเป็นสาเหตุที่แบรนด์รถยนต์ระดับชั้นนำ ต้องหันมามองและประกาศความร่วมมือจากผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญ และสามารถพัฒนาเทคโนโลยีรองรับใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ล่าสุดแบรนด์ชั้นนำอย่าง BMW ได้ประกาศความร่วมมือกับ Alibaba เพื่อพัฒนา AI สำหรับรถระดับพรีเมี่ยมที่เตรียมจะทำตลาดในอนาคต แม้ว่าหลายคนจะรู้จัก Alibaba ในฐานะแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทมีธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ Alibaba ทุ่มเทให้กับการพัฒนาอย่างเต็มที่ คงหนีไม่พ้นระบบ AI ประมวลผล Alibaba Large Language Model (LLM) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Qwen ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่บริษัทใช้เงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาสำหรับใช้งานในอีก 3 ปีข้างหน้า โดย ณ ปัจจุบัน มีรถที่ถูกยกระดับให้เป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ของจีนหลายรุ่น เลือกที่จะใช้ Qwen ไม่ว่าจะเป็น Zeekr หรือ Leapmotor ซึ่งการที่ BMW เลือกที่จะใช้แพลตฟอร์มนี้ในรถของตัวเอง ถือเป็นก้าวสำคัญของ Alibaba ที่จะยกระดับมาตรฐานของแบรนด์ให้ได้การยอมรับในระดับสากลมากขึ้น
สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ BMW เลือกที่จะจับคู่กับระบบ AI ของ Alibaba ก็คือ รถที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ Neue Klasse ซึ่งจะเริ่มทำตลาดในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2026 โดยระบบ AI ที่จะถูกนำมาประจำการในรถไฟฟ้ายุคใหม่ของ BMW มีอยู่ 2 ตัว คือ Car Genius และ Travel Companion เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกและปรับรูปแบบภายในห้องโดยสารได้อย่างอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น โดยระบบเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ขับขี่อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมรองรับคำสั่งที่มีความซับซ้อน เพื่อการจัดการตามคำสั่งและมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ชาญฉลาด ซึ่ง Car Genius มีหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องจัดการระบบขับขี่และระบบรองรับภายในตัวรถ BMW ส่วน Travel Companion รองรับคำสั่งที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และวางแผนการเดินทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถ เช่น การแนะนำร้านอาหาร, จุดแวะพัก รวมถึงรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการเดินทางที่เน้นผู้ใช้งานเป็นสำคัญ
ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกๆ แบรนด์ แต่ในช่วงที่ผ่านมา มีแบรนด์ Start Up ในประเทศเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทำให้แบรนด์จากต่างประเทศแข่งขันได้ยาก ซึ่งในปีที่ผ่านมา ยอดขายของ BMW และ Mini ในประเทศจีน ลดลงถึง 13.4% (โดยในปีนี้…ทิศทางก็ยังไม่สู้ดีนัก) ดังนั้นการร่วมมือกับ Alibaba ในการพัฒนาระบบรองรับ ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและช่วยดึงกลุ่มลูกค้าของ BMW กลับมาได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการปิดช่องว่างกับผู้ผลิตในประเทศที่ต้องยอมรับว่าเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีได้เร็วกว่าอีกด้วย การร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อซอฟท์แวร์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแข่งขัน และทำให้หลายๆ แบรนด์ เช่น XPeng และ BYD กลายมาเป็นผู้นำด้าน AI และส่งให้ผู้ผลิตแบรนด์ดั้งเดิมต่างต้องหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาให้สามารถแข่งขันได้อย่างตรงจุด




