ด้วยมาตรฐานมลพิษที่มีความเข้มงวดมากขึ้น หลายๆ ค่ายจึงต้องพยายามหาทาง งัดเทคโนโลยีต่างๆ ออกมาใช้ เพื่อให้รถในค่ายของตัวเองนั้นได้ไปต่อ โดยเฉพาะกลุ่มรถสมรรถนะสูง ที่ยังเน้นการพึ่งพาต้นกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปล้วนๆ ซึ่งสำหรับแบรนด์ BMW ล่าสุดเตรียมนำเทคโนโลยีห้องเผาไหม้รูปแบบใหม่ในชื่อ BMW M Ignite กับรถในตระกูล M ที่เดิมทีใช้เครื่องยนต์ในรหัส S58 เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro 7 ที่จะมีผลบังคับใช้ในยุโรป ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป

BMW M3 CS Handschalter ส่งท้ายซีดานตระกูล G80 ด้วยเวอร์ชั่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่เบาที่สุดของ M เจนเนอเรชั่นที่ 6
อย่างไรก็ตาม…ก่อนที่จะมีการเปิดตัวรถในตระกูล M ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขุมพลังใหม่ BMW M ได้เปิดตัวของแรงรุ่นส่งท้ายของซีดานรหัส G80 ในชื่อ BMW M3 CS Handschalter ว่ากันว่า นี่อาจจะไม่ใช่รถในตระกูล M CS ที่เร็วและแรงที่สุด (อย่างที่หลายๆ ค่ายพยายามทำกับรถรุ่นส่งท้าย) แต่หากเป็นรถในตระกูล M อีกหนึ่งรุ่น ที่ได้ชื่อว่าขับสนุก และยังคงความ Old School ที่ดิบและดุดันไว้อย่างเต็มพิกัด ด้วยการเลือกจับคู่กับระบบส่งกำลังในรูปแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลังตามแบบฉบับของตัวแรงในอนุกรม CS โดย BMW M3 CS Handschalter รุ่นส่งท้ายขุมพลัง S58 เวอร์ชั่นปัจจุบัน จะพิเศษขนาดไหน เดี๋ยวเราไปไล่ดูในรายละเอียดพร้อมๆ กัน
สิ่งแรกที่ส่งให้ BMW M3 CS Handschalter มีความพิเศษกว่า M Car รุ่นอื่นๆ ก็คือ การเป็นรถสมรรถนะสูงที่มีน้ำหนักเบา ด้วยการใช้ส่วนประกอบที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีขั้นสุด โดยเฉพาะชิ้นส่วนคาร์บอนคอมโพสิต เช่น ฝากระโปรง, สปอยเลอร์, แผ่นหลังคา, ดิฟฟิวเซอร์, คอนโซลหน้า, เบาะ M Carbon Bucket Seat, ท่อไอเสียไทเทเนียม (ลดได้ 3.5 กก.) แบบเดียวกับรุ่นอื่นๆ ในตระกูล CS (Competition Sport) แต่ด้วยองประกอบรอบข้างที่เรียบง่าย เช่น การเลือกจับคู่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รวมถึงการใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทำให้ BMW M3 CS Handschalter มีน้ำหนักเบากว่ารถในตระกูล M ทั่วไป โดยหากเทียบกับ BMW M3 รุ่นปกติแล้ว จะมีน้ำหนักที่เบากว่าถึง 34 กก. (และเบากว่า M3 รุ่นเกียร์ธรรมดา 19 กก.)
นอกจากนี้ เอกลักษณ์ในความเป็นรถในตระกูล CS คือ การปรับเซ็ตความแข็งแรงของตัวถัง ช่วงล่างที่ปรับลดความสูงลงอีก 6 มม. รวมถึงการตอบสนองของพวงมาลัย M Servotronic ใหม่ ให้มีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับรถในระดับแข่งขัน (โดยยังคงความสะดวกในการใช้งาน) ซึ่งหากใครที่เคย สัมผัสความสุดของ BMW ตระกูล CS มาแล้ว จะทราบดีว่า ตัวรถมีศักยภาพที่เฉียบคมกว่ารถในตระกูล M Car ทั่วไปอีกหนึ่งสเต็ป
BMW M3 CS Handschalter มาพร้อมขุมพลัง M TwinPower Turbo รหัส S58 แบบ 6 สูบ แถวเรียง พิกัด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 473 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที พร้อมกับแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 2,630 – 6,130 รอบ/นาที แม้ว่ากำลังโดยรวม จะถูกลดทอนแรงม้าให้ต่ำลง 70 ตัว (เมื่อเทียบกับ BMW M3 CS รุ่นที่ใช้เกียร์ M Steptronic 8 สปีด ซึ่งโดยรวมอาจให้สมรรถนะและขีดจำกัดในแง่การแข่งขันที่สูงกว่า) ตัวเครื่องออกแบบเน้นความทนทาน ด้วยเสื้อสูบแบบ Close Deck ที่โดดเด่นเรื่องความทนทาน พร้อมออกแบบช่องทางเดินของเหลวด้วยกรรมวิธี 3D Printed Core ยกระดับประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดีมากขึ้น เช่นเดียวกับข้อเหวี่ยงที่ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง รองรับการหมุนของเครื่องยนต์ในรอบสูงได้แบบไม่ติดขัด

ขุมพลัง S58 แม้จะถูกตอนแรงม้าเหลือเพียง 473 ตัว แต่สิ่งที่ได้มาจากการจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด คือ การที่ผู้ขับขี่จะได้มีส่วนร่วมกับการควบคุมมากขึ้น พร้อมการเสริมความแข็งแรง เพื่อให้ตัวรถมีประสิทธิภาพในการควบคุมที่เฉียบคมมากขึ้น
แม้ว่ากำลังสูงสุดจะน้อยลง แต่สิ่งที่ได้มาแทนที่ คงหนีไม่พ้นเรื่องความสนุก เร้าใจ ในฉบับที่ผู้ขับขี่ได้มีส่วนร่วมกับตัวรถได้มากยิ่งขึ้น โดย BMW M3 CS Handschalter สามารถทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง ถึงที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที (รุ่นเกียร์อัตโนมัติทำได้ 3.9 วินาที) และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ด้วยโปรแกรม M Driver’s Package ที่ติดตั้งเป็นแพคเกจมาตรฐานจากโรงงาน รองรับฟังค์ชั่น M Drive Pro, M Traction Control, M Drift Analyzer และ M Laptimer เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากการขับขี่ในสนาม เพื่อปรับสไตล์ให้สามารถทำเวลาได้ดีมากขึ้น

ล้ออัลลอยฟอร์จ สามารถเลือกจับคู่กับเบรกคาร์บอนเซรามิค หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง
BMW M3 CS Handschalter มาพร้อมระบบเบรก M Compound เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังผู้ใช้มองว่าระยะเบรกยังไม่กระชับแบบสุดใจ ทางค่ายยังมีทางเลือกด้วย M Carbon Ceramic (ลดน้ำหนักได้ 14 กก. เมื่อเทียบกับแบรกสแตนดาร์ด) ซึ่งสามารถเลือกจับคู่กับคาลิเปอร์ได้ทั้งสีแดงหรือสีทอง ส่วนล้อที่ใช้ทำจากวัสดุอลูมินัมฟอร์จ Style 927M เลือกได้ระหว่างสีบรอนซ์ทอง หรือสีดำ จับคู่กับยาง 275/35 ZR19 ที่ล้อคู่หน้า และ 285/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง โดยสามารถเลือกได้ระหว่างยางสปอร์ต หรือยางสำหรับแข่งขันที่เป็นออพชั่นเสริมให้เลือก

แม้จะออกแบบมาในรูปแบบกึ่งๆ Track Use แต่ BMW M3 CS Handschalter ยังคงออพชั่นสำหรับการใช้งานทั่วไปไว้แบบไม่บกพร่อง
BMW M3 CS Handschalter จะทำตลาดในฝั่งอเมริกาเหนือ ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 40 คัน และมีแพลนขึ้นไลน์การผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกสีตัวถังได้ระหว่าง สีเขียว Isle of Man Green Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีแดง Imola Red II และสีม่วง Techno Violet Metallic (2 สีหลัง เป็นสีที่ได้รับการถ่ายทอดแรงบันดาลใจ 40 ปี ของ M3 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ซึ่ง BMW วางระดับราคาไว้ที่ 132,500 ดอลลาร์แคนาดา หรือหากคิดเป็นเงินไทยไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ประมาณ 3.11 ล้านบาท



















