เป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นที่สาวก Bimmer รอคอยกันมานาน สำหรับ BMW M2 ผู้มาพร้อมรหัสต่อท้าย CS (Competition Sport) ซึ่งสื่อถึงความเร้าใจ ในรูปแบบที่เข้าใกล้รถที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันมากขึ้น โดยจุดสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงใน BMW M2 CS คงหนีไม่พ้น การอัพระดับพละกำลังให้สูงขึ้น พร้อมกับลดน้ำหนักตัวรถ เพื่อยกระดับอัตราส่วนระหว่างแรงม้า : น้ำหนัก ให้สูงยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการอัพเกรดภาพลักษณ์ด้วยแอโร่ไดนามิคส์แพคเกจ ที่นอกจากจะช่วยเติมลุคให้น้องเล็กตระกูล M Car ดูโหดขึ้นแล้ว ยังเป็นหัวใจหลักที่ช่วยเติมสมรรถนะการขับขี่ได้อีกด้วย
BMW M2 CS มาพร้อมการอัพเกรดภาพลักษณ์ภายนอกด้วย ช่องกระจังหน้า รวมถึงช่องรับลมบริเวณมุมกันชนดีไซน์ใหม่ เน้นความดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้สีดำเงา พร้อมบ่งบอกตัวตนความเป็นเวอร์ชั่นพิเศษด้วยโลโก้ CS สีแดงสด นอกจากนี้ในส่วนล่างของกันชนหน้า ยังถูกเติมด้วยสปลิทเตอร์สีดำด้าน ซึ่งช่วยสร้างแรงกดด้านหน้าในขณะที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ในส่วนด้านข้างมาพร้อมแผ่นหลังคาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยในการลดน้ำหนัก เช่นเดียวกับกระจกมองข้างดีไซน์เฉี่ยว รวมถึงการใช้ล้ออัลลอย Forged ขนาด 19 นิ้ว ที่ล้อคู่หน้า และ 20 นิ้ว สำหรับล้อคู่หลัง โดยจับคู่อยู่กับชุดเบรกแบบคาร์บอนเซรามิค (เป็นออพชั่นราคาประมาณ 280,000 บาท) จัดเต็มประสิทธิภาพการสยบความเร็วในระดับตัวแข่ง ส่วนในด้านท้ายของ BMW M2 CS ถูกเติมความโดดเด่น พร้อมประสิทธิภาพด้านแอโร่ไดนามิคส์ ด้วยชุดหางหลัง Build In แบบ Ducktail ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ขึ้นรูปด้วยชิ้นงานคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรงสูง ก่อนตบท้ายด้วยเซ็ตดิฟฟิวเซอร์จัดระเบียบกระแสลมใต้ท้อง ที่ประกบอยู่กับชุดท่อไอเสียคู่ 2 ฝั่ง ซึ่งจากการปรับเฉพาะชิ้นส่วนตัวถังทั้งหมด ช่วยให้ BMW M2 CS มีน้ำหนักเบาลงกว่าเวอร์ชั่นปกติถึง 30 กก.
แม้ว่าจะมีการเผยโฉมที่งาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este ไปเมื่อเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ทางค่ายเพิ่งจะอัพเดทสเป็คของ BMW M2 CS ให้แฟนๆ ได้เข้าถึง โดยสปอร์ตน้องเล็กในอนุกรม M Car คันนี้ ได้รับการยกระดับขุมพลังรหัส S58 แบบ 6 สูบ แถวเรียง พิกัด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้มีกำลังที่สูงขึ้นเป็น 530 แรงม้า ซึ่งมากกว่ารุ่นปกติถึง 50 แรงม้า และเป็นกำลังในระดับเดียวกับ BMW M3 Competition เวอร์ชั่นปัจจุบัน เช่นเดียวกับแรงบิดที่สูงขึ้นเป็น 650 นิวตัน-เมตร ซึ่งขยับจากเดิมถึง 50 นิวตัน-เมตร โดย BMW M2 CS ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์ M Steptronic 8 สปีด พร้อมฟังค์ชั่น Drivelogic ส่งกำลังสู่ล้อขับเคลื่อนคู่หลัง (ไม่มีรุ่น xDrive เหมือนรุ่นพี่ M3 และ M4) ที่มาพร้อมยางไซส์ 285/30 ZR20 (ด้านหน้า 275/35 ZR19 โดยตอนสั่งซื้อ สามารถเลือกยางได้ระหว่าง Sport Tire หรือ Track Tire โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ซึ่งส่งให้สปอร์ตตระกูล Competition Sport คันนี้ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 302 กม./ชม.

จุดเด่นของรถในตระกูล CS คือ คาแร็กเตอร์การตอบสนองในรูปแบบ Track Use ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับการควบคุมที่มีความแม่นยำสูง
แน่นอนว่า…เพื่อรองรับกับพละกำลังที่สูงขึ้นของ BMW M2 CS ทางค่าย มีการปรับรายละเอียดในหลายๆ ส่วน เริ่มตั้งแต่ในเรื่องความแข็งแรงของตัวถัง ซึ่งรถในตระกูล CS ของ BMW โดยปกตินั้น จะเน้นความเฉียบคมในการบังคับควบคุมที่เหนือกว่าเวอร์ชั่นปกติค่อนข้างมาก เพื่อให้ตัวรถสามารถตอบสนองต่อการบังคับควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ BMW M2 CS ยังมีการปรับความหนืดของช่วงล่างด้วยโช้กอัพในรูปแบบ Adaptive ทำงานร่วมกับสปริงที่มีค่า K ที่สูงมากขึ้น เพื่อลดการให้ตัวในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยมาพร้อมระบบ Differential Lock ที่ปรับการทำงานด้วยไฟฟ้า รวมถึงปรับการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพ และ ABS ให้สามารถตอบสนองการขับขี่ในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ตได้ดีมากขึ้น

นอกจากชิ้นส่นตัวถังที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์แล้ว ภายในห้องโดยสารยังถูกลดน้ำหนักเพื่อสร้าง Weight : Power Ratio ที่ดีที่สุด
นอกจากล้ออัลลอยฟอร์จ รวมถึงชิ้นส่วนตัวถังและหางหลังคาร์บอนไฟเบอร์ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว ห้องโดยสารของ BMW M2 CS ยังมาพร้อมชุดเบาะ M Carbon Fiber แบบกึ่ง Bucket Seat จากไลน์การผลิตเช่นเดียวกัน พวงมาลัยมาในรูปทรงสปอร์ต D Shape หุ้มด้วยหนัง Alcantara คอนโซลและแผงประตูถูกเติมความดุดันด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ในหลายๆ จุด พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับ BMW M2 CS ด้วยโลโก้แบบเรืองแสงที่แผงประตู พนักพิงศีรษะ รวมถึงสคัพเพลท โดยเมื่อรวมน้ำหนัก Component ภายในห้องโดยสาร และชิ้นส่วนภายนอกตัวรถ ที่เลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ส่งให้ BMW M2 CS มีน้ำหนักเพียง 1,710 กก. เบากว่า BMW M2 รุ่นเกียร์ธรรมดาประมาณ 20 กก. และเบาลงกว่ารุ่นเกียร์อัตโนมัติกว่า 40 กก. เลยทีเดียว !!!
BMW M2 CS ในต่างประเทศ ถูกวางราคาไว้ที่ 99,775 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.26 ล้านบาท ไม่รวมภาษี) ซึ่งสูงกว่า BMW M2 เวอร์ชั่นปกติถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 1 ล้านบาท !!! โดย BMW M2 CS มาพร้อม 4 สีตัวถังให้เลือก ประกอบไปด้วย ดำ Black Sapphire, น้ำเงิน Portimao Blue, น้ำเงินอมม่วง Velvet Blue และสีเทา Brooklyn Gray โดย BMW มีกำหนดจะเริ่มการผลิต BMW M2 CS ที่โรงงานซานหลุยส์โปโตซี ประเทศเม็กซิโก ในเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนจะเริ่มส่งมอบในช่วงเวลาหลังจากนั้น





























