ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ สำหรับรถในกลุ่ม Hi Performance Car ไปเสียแล้ว โดยก่อนจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลายๆ ค่าย มักจะนำตัวแรงในสารบบของตัวเอง ไปวิ่งทดสอบเพื่อหาขีดจำกัด พร้อมสร้างสถิติเป็นตัวเลขอ้างอิงในสนาม Nurburgring Nordschleife เช่นเดียวกับแบรนด์เจ้าบ้านอย่าง BMW ที่หลังจากเปิดตัว BMW M2 CS ไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด…ค่ายดังแห่งแคว้นบาวาเรีย ก็ได้เผยภาพการวิ่งทดสอบ พร้อมทั้งสถิติเวลาต่อรอบ 20.8 กม. ในสังเวียน Green Hell ให้สาวก Bimmer ได้เสพเป็นที่เรียบร้อย
แม้ในการวิ่งทดสอบจะไม่ได้มีการทำลายสถิติระดับต่ำกว่า 7 นาที ของรถรุ่นใหญ่ ในตระกูลไฮเปอร์คาร์ หรือซูเปอร์คาร์ ทั้งหลายแหล่ แต่ความตื่นตาตื่นใจของการวิ่งทดสอบในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้น การที่ BMW M2 CS ส่งตัวเองขึ้นสู่ระดับท็อป ของการเป็นรถขนาดเล็กที่ทำเวลาได้ดีที่สุด โดยในการวิ่งรอบสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยระยะทาง 20.8 กม. BMW M2 CS ที่ขับโดย Jörg Weidinger ทีมทดสอบของ BMW M GMBH สามารถตอกเวลาเอาไว้ที่ 7:25.5 นาที (ทำไว้เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2025 ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณ 1 เดือน) ซึ่งสถิติดังกล่าว ถือเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติเดิมของ Audi RS3 ไปถึง 8 วินาที อีกทั้งยังเป็นเวลาที่เร็วกว่า BMW M2 ที่ทำไว้ในช่วงเดือนเมษายน 2023 ถึง 13 วินาที !!! นี่ถือเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของน้องเล็กในตระกูล M Car อย่าง BMW M2 CS
BMW M2 CS ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังบล็อค 6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 530 แรงม้า พร้อมแรงบิด 650 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นระดับที่เทียบเท่ากับรุ่นพี่ M3 และ M4 Competition แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักถึง 1,710 กก. แต่ด้วยระดับแรงม้าดังกล่าว ก็เพียงพอที่จะส่งให้ ทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึงที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาต่ำกว่า 3.8 วินาที อีกทั้งยังสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 302 กม./ชม. โดยตัวรถมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 275/35 ZR19 สำหรับล้อคู่หน้า และ 285/30 ZR20 ที่ล้อคู่หลัง (สามารถเลือกยาง Sport หรือยางที่ใช้เพื่อการแข่งขันได้ตอนที่สั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 สปีด ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น Drivelogic
ข้อสังเกตอย่างหนึ่งของ BMW M2 CS คือ แม้จะไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือก แต่น้องเล็กรุ่นแรงคันนี้ กลับได้รับความนิยมในระดับที่สูงเกินคาด ทำให้ BMW ต้องเพิ่มโควต้าการทำตลาดในบางพื้นที่ แม้ว่าตัวรถจะมีค่าตัวที่สูงมากก็ตาม (อ้างอิงจากราคาในสหรัฐฯ เริ่มต้นที่ $99,775 หรือประมาณ 3.26 ล้านบาท ถ้านำเข้าไทย คือ ยังไม่รวมภาษี) แต่หากเทียบกับคุณสมบัติ สมรรถนะ และความสนุกที่สัมผัสได้ในระดับสูงสุด การมีไว้เป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่น ก็ถือว่าเป็น “ของสะสม” ที่ “ทรงคุณค่า” ในโรงรถได้ไม่น้อยเลยทีเดียว




